
‘DSI’ ส่งสำนวนฯ ‘ป.ป.ช.’ กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ ‘กฟภ.’ สนับสนุน ‘กลุ่มนายทุน’ อาชญากรข้ามชาติ ลักลอบใช้ไฟฟ้า ทำเหมืองขุด ‘เงินสกุลดิจิทัล’
.................................
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้สรุปสำนวนการสอบสวนและส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 135/2568 พร้อมความเห็นไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยกล่าวโทษเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 3 ราย และกลุ่มนายทุนที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือผู้ควบคุมกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัลอีก 8 ราย
คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากปฏิบัติการ “ธัญโวลต์ (ThanyaVolt)” เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2568 ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 25 แห่ง ในพื้นที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และสามารถตรวจยึดเครื่องขุดเงินสกุลดิจิทัลพร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้รวม 390 เครื่อง โดยผลการตรวจสอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พบว่า การลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐคิดเป็นมูลค่าประมาณ 64.37 ล้านบาท
จากการขยายผลการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบางรายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มนายทุนที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ในการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล
สำหรับเจ้าหน้าที่ กฟภ. ทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ รวมถึงความผิดฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา
นอกจากนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวยังอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นทรัพย์สินของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์และลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา
วันเดียวกัน (5 มิ.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 136/2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการฯ ได้ประกาศเดินหน้าปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ นอมินีต่างชาติ และอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือและเร่งดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทุกหน่วยงานขานรับและขับเคลื่อนนโยบายฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา