
‘ป.ป.ช.’ ชี้มูลความผิด ‘อดีตนายช่างไฟฟ้าฯ’ สั่ง‘ผู้ใต้บังคับบัญชา’ สร้างบ้านพักส่วนตัว-นำรถหลวงไปใช้ในการก่อสร้างฯ โดยมิชอบ
......................................
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายรุ่งสุริยัน ฉ่ำเพชร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน หัวหน้าฝ่ายช่างกล โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีล่างและเซบายล่าง สังกัดสำนักงานชลประทานที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี กรณีสั่งการให้พนักงานซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาไปทำงานก่อสร้างบ้านพักส่วนตัว จำนวน 2 หลัง และนำรถยนต์ส่วนกลางของทางราชการไปใช้ในการก่อสร้างบ้านพักหลังดังกล่าวโดยมิชอบ
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคม 2564 นายรุ่งสุริยัน ฉ่ำเพชร ขณะดำรงตำแหน่งนายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน หัวหน้าฝ่ายช่างกล โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีล่างและเซบายล่าง สังกัดสำนักงานชลประทานที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี มีหน้าที่โดยตรงในการควบคุมการให้บริการยานพาหนะส่วนกลางเพื่อให้มีความพร้อมในการใช้งาน ได้โทรศัพท์สั่งการให้พนักงานของโครงการส่งน้ำฯ ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติงานอยู่ที่สถานีสูบน้ำ PL3 ให้นำรถยนต์ส่วนกลางคันหมายเลขทะเบียน 83-2348 อุบลราชธานี ไปรับวัสดุก่อสร้างที่จะใช้ก่อสร้างบ้านพักส่วนตัวจากห้างหุ้นส่วนจำกัด พิภพค้าไม้ ซึ่งมีระยะทางห่างจากสถานีสูบน้ำ PL3 ประมาณ 30 กิโลเมตร
แล้วนำมาส่งที่บ้านพักส่วนตัวของตนที่ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6 บ้านปะอาว ตำบลปะอาว อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ นายรุ่งสุริยัน ฉ่ำเพชร ยังได้ว่าจ้างพนักงานซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาไปทำงานก่อสร้างบ้านพักส่วนตัวที่บ้านคำก้อม ตำบลฝางคำ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ โดยใช้รถยนต์ส่วนกลางคันหมายเลขทะเบียน 82-5401 อุบลราชธานี ในการรับส่งพนักงานจากโครงการส่งน้ำฯ ไปยังบ้านพักส่วนตัวที่บ้านคำก้อม ตำบลฝางคำ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 4 วัน รวมระยะทางไปกลับ ประมาณ 180 กิโลเมตร กรณีจึงเป็นการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวอันเป็นการเสียหายแก่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีล่างและเซบายล่าง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
การกระทำของนายรุ่งสุริยัน ฉ่ำเพชร มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี ต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา