
'พริษฐ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน' เปิดหลักฐาน-จำลองเหตุการณ์ขบวนการ 'ฮั้วเลือก สว.' หวั่น กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ฮั้วทั้งกระดาน กังขา 4 'กกต.' มาจาก 'สว.ชุดปัจจุบัน' โยง เด้ง 'ปลัดยุติธรรม' กระทบ 'ดีเอสไอ' เกียร์ว่าง - 'สมชัย อดีตกกต.' ชี้ 8 ความผิด จ้างสมัคร จัดหาที่พัก-ออกค่าเดินทาง แลกคะแนน ประโยชน์ตอบแทน จัดต้งคณะบุคคล ทำโพย กลุ่มการเมืองเอี่ยว – 'ปริญญา รองอธิการบดีมธ.' บี้ ส่ง 'ศาลฎีกา' - ชี้ช่อง ผู้เสียหาย ฟ้องอาญา 'กกต.'
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 รัฐสภา คณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมฝ่ายค้าน จัดงานแถลงข่าวและเสวนา ‘ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. คดีถึงไหนแล้ว’ โดยมีผู้ติดตามคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 67 โดยผู้ร่วมงานทำกิจกรรมจำลองระบบการเลือก สว. แบบที่มีโพย โดยอ้างอิงจากเทปบันทึกภาพในวันที่มีการเลือก สว. จริง ชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่ผิดปกติ ที่ตัวเลขที่ออกมาค่อนข้างตรงกับโพยที่ปรากฏจริง กระทั่งลำดับหลายครั้งก็ตรงกับโพย
ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมได้ให้พยาน 4 รายที่พร้อมเปิดเผยหลักฐานขึ้นมาเล่าถึงเรื่องราวเบื้องหลังก่อนที่จะมาเป็นโพยในการโกง สว. โดยระบุว่า หลังจากการเลือกในระดับจังหวัดผ่านไป มีเครือข่ายของพรรคการเมืองหนึ่งพยายามติดต่อผู้สมัครที่ผ่านการเลือกระดับจังหวัด ให้ช่วยกันรวบรวมผู้สมัครที่ผ่านการเลือกระดับจังหวัดด้วยกัน ให้มารวมตัวกันที่โรงแรม โดยจะมีการอำนวยความสะดวกด้านค่าใช้จ่าย ทั้งเรื่องที่พัก การเดินทางไปกลับ และค่าสมนาคุณให้เป็นรายบุคคล จากนั้นจึงนำไปสู่การสร้างและแจกโพยให้กับผู้สมัครที่มาร่วมประชุม และมีการนำไปใช้จริงในวันเลือก สว. ระดับประเทศ

@ พริษฐ์-ฝ่ายค้าน เปิดหลักฐาน คดีเลือกฮั้วสว.
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวเปิดงานว่า คดีฮั้วเลือก สว.เป็นหนึ่งในคดีสำคัญที่พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องการตรวจสอบ คดีดังกล่าวไม่ได้สำคัญเฉพาะกับผู้สมัคร สว. หรือ สว. สำรอง แต่สำคัญต่ออนาคตระบบการเมืองของประเทศไทย กลุ่มบุคคลที่เข้าสู่อำนาจรัฐโดยมิชอบก็ย่อมใช้อำนาจนั้นโดยมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นกรองกฎหมาย พิจารณารัฐธรรมนูญ หรือการรับรองผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ
“การโกง สว. คือความพยายามในการสร้างระบบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดานและทำให้กลไกตรวจสอบอ่อนแอลง ผ่านการแทรกแซงกระบวนการเลือก สว. เพื่อให้คนที่สามารถควบคุมหรือกำกับทิศทางการลงมติได้เข้าไปเป็น สว. จำนวนมาก ชี้ขาดผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้ หากปล่อยให้การโกง สว. สำเร็จ เท่ากับการออกใบอนุญาตให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มสามารถสร้างระบบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดานขึ้นมา”นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์กล่าวว่า แม้หลายคนพยายามอย่างมากเพื่อรวบรวมหลักฐานข้อมูลยื่นให้หน่วยงานตรวจสอบ ซึ่งก็คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือคดีโกง สว. จะไปถึงศาลฎีกาหรือไม่ หน่วยงานตรวจสอบทั้งสองหน่วยงานอาจไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา กกต. มีกรรมการ 7 คนที่จะต้องชี้ขาดภายในต้นเดือนกันยายนนี้ แต่ 4 คนเข้าสู่ตำแหน่งจากการรับรองโดย สว.ชุดปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ แล้วยังมีการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา ซึ่งมีมติที่ค้านสายตาสังคมและสวนทางกับมติคณะไต่สวนชุดที่ 26 ว่าบรรดา 229 คนไม่มีใครทำอะไรผิดเลย
นายพริษฐ์กล่าวว่า ในฝั่งดีเอสไอก็มีข้อกังวลเช่นกัน แม้มีการรับเป็นคดีพิเศษมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 สอบปากคำพยานไปกว่า 700 คน แต่ปลายปี 2568 กลับมีมติสรุปสำนวน ให้อัยการสั่งฟ้องเพียง 8 คน และเมื่ออัยการตีเรื่องกลับมาช่วงต้นปี 2569 ให้ดีเอสไอสอบเพิ่มเติม ขยายผลสู่ผู้ร่วมขบวนการคนอื่น ตนก็ได้ข้อมูลมาว่าดีเอสไอกำลังถูกกำกับให้อยู่ในสภาวะปล่อยเกียร์ว่าง รอดูมติของ กกต. ก่อนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ถึงขั้นมีการโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในดีเอสไอด้วย
นายพริษฐ์กล่าวว่า เวลานี้จึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของคดี และใน 1-2 เดือนข้างหน้าเราจะได้รู้คำตอบว่าเรื่องนี้จะไปถึงศาลฎีกาหรือไม่ งานวันนี้จึงจัดขึ้นเพื่อเอาหลักฐานเท่าที่จะเปิดเผยได้มากางให้สังคมได้รับรู้ร่วมกันว่าหลักฐานมีความชัดเจนเพียงใด ถ้าหน่วยงานยังไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เราก็จะได้ร่วมกันตรวจสอบหน่วยงานตรวจสอบเหล่านั้นได้อย่างมีน้ำหนักมากขึ้น
“ถ้าหน่วยงานตรวจสอบไม่ทำงานอย่างตรงไปตรงมาและไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา ทุกอย่างก็จะจบ สังคมจะไม่ได้รับรู้ว่าหลักฐานเหล่านี้หนักแน่นชัดเจนเพียงใด”นายพริษฐ์กล่าว

@ สมชัย ชี้ 8 ความผิด จ้างสมัคร-พรรคการเมืองเอี่ยว
ด้านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และอดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กระบวนการฮั้ว สว. เป็นการสมคบกันทั้งระบบ มีกลุ่มที่ทำทั้งหมด 6 กลุ่ม รวมถึงมีการไปศึกษาระเบียบ กกต. ว่าจะฮั้วอย่างไรได้ กกต. ควรใช้โอกาสนี้เปิดหีบบัตรให้มีการตรวจสอบ นำนักคณิตศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์มาร่วมกระบวนการตรวจสอบ ถ้าการที่เลขเรียงเหมือนกัน 3 ตัวยังเกิดขึ้นยาก การเรียงกันได้ถึง 5 ตัวในการเลือก สว. ไม่มีทางเป็นความบังเอิญได้อยู่แล้ว การพิสูจน์เป็นเรื่องง่ายมากและใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ แม้ปัจจุบันจะกินรวบได้เกือบทั้งหมด แต่ที่ยังกินรวบไม่ได้คือศาลยุติธรรม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องส่งไปให้ถึงศาลยุติธรรมให้ได้
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวว่า เห็นความผิดเกิดขึ้นถึง 8 กรณี 1. การจ้างให้สมัครหรือออกค่าสมัครให้ถือเป็นการให้ประโยชน์ 2. การจัดเลี้ยง จัดหาที่พัก ออกค่าเดินทางให้ 3. การเจรจาเสนอแลกเปลี่ยนคะแนนกัน 4. เสนอประโยชน์ให้ตอบแทน เช่น การให้เป็นผู้ช่วย สว. 5. จัดตั้งเป็นคณะบุคคล วางแผนดำเนินการ มีกระบวนการในการจัดการให้เกิดคะแนนเสียง 6. การจัดทำโพยสำเร็จรูป ว่าถ้าอยู่กลุ่มไหนต้องเลือกหมายเลขอะไรบ้างถึง 20 กลุ่ม และมีประโยชน์เกี่ยวข้อง ไม่ใช่โพยที่เป็นการบันทึก 7. คนที่ได้คะแนนตามโพย หากพิสูจน์ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับขบวนการ และ 8. สส. และพรรคการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว สว.
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต สว. ระบุว่า หลักฐานที่ปรากฏในวันนี้ทุกอย่างมีความชัดเจนตั้งแต่เรื่องโพยที่มีความซับซ้อน จากคำให้การของพยานที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ากระบวนการฮั้ว สว. ที่เกิดขึ้นนี้มีมูลเหตุจูงใจชัดเจน เมื่อได้ สว. มาก็จะเลือกองค์กรอิสระ ซื้อบ้านใหญ่ ซื้อกลุ่มการเมืองมารวมกัน เพื่อให้ได้จัดตั้งรัฐบาลและเป็นเสียงข้างมากในสภา สว. นอกจากเลือกองค์กรอิสระแล้ว ยังให้การรับรองบุคคลสำคัญ ทั้งอัยการสูงสุด ประธานศาลปกครอง และอื่นๆ นี่คือการกินรวบชัดเจนโดยระบบทุน ชั่วร้ายไม่ต่างไปจากเผด็จการโดยปืน และยังเป็นเผด็จการที่มีเครือข่ายแยบยลไม่แพ้กัน

@ ปริญญา บี้ ส่งศาลฎีกา-ชี้ช่อง ฟ้องอาญา กกต.
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเลือกสว.และการเลือกตั้ง สส. ต้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม การที่ กกต. ทำหน้าที่อย่างมีคำถามได้มากขนาดนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ กกต. มีหน้าที่ในการตรวจสอบว่าการเลือกสว. และเลือกตั้งสส. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง ถ้าพบในเวลาต่อมาว่าการเลือกสว.หรือเลือกตั้ง สส. เป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม กกต. ก็ให้ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา ในส่วนของคดีอาญา ซึ่งอยู่ในกระบวนการสอบสวนของดีเอสไอ เรื่องใหญ่ที่สุดตอนนี้คือการใช้เงินจูงให้เลือกหรือไม่เลือก ถ้ามีเงินเข้ามาเกี่ยวผิดแน่นอน
“ส่วนเรื่องโพย โดยตัวของมันเองไม่เป็นความผิด ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ วินิจฉัยแล้ว แต่ถ้าเรื่องโพยไปบวกกับเรื่องอื่น มันคือหลักฐาน ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น”นายปริญญากล่าวและว่า
“ส่วนการเดินเก็บโพยของนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. เป็นการทำตามมติกกต. ศาลอาญาจึงยกฟ้อง กกต. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ไม่ได้แปลว่า การมีโพยจะเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ต้องแยกกัน เพราะ คดีกกต. เป็นเรื่องของคดีอาญา แต่คดีว่าได้รับเลือกสว.ไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ เป็นเรื่องของศาลฎีกา”นายปริญญากล่าว
นายปริญญากล่าวว่า พยานคดีฮั้วสว.ในคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. ที่ออกมาพูดชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องกังวลเรื่องการฟ้องหมิ่นประมาท เพราะถ้าหากเรื่องที่พูดเป็นการปกป้องประโยชน์อันพึงได้ของตัวเอง เป็นเหตุยกเว้น ไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 และถึงแม้ว่าผิดขึ้นมา มาตา 330 ระบุว่า ถ้าเป็นเรื่องจริงไม่ต้องรับโทษ ถ้าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
“เอาความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง ถ้าท่านที่ถูกพาดพิงชื่อนามสกุลเห็นว่าถูกใส่ความ ท่านฟ้องหมิ่นประมาทเลยครับ จะได้พิสูจน์ความจริงกันในศาล ว่าที่พูดไปเป็นเรื่องจริงหรือไม่”นายปริญญากล่าว
นายปริญญากล่าวว่า คดีเลือก สว. ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม มีแต่ กกต. ที่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาได้ ซึ่งต้องแก้กฎหมายและผิดหลักการ เพราะถ้า กกต. ไม่ส่ง ใครก็ส่งศาลฎีกาไม่ได้ จึงเป็นปัญหา แต่ถ้าเป็นคดีอาญา หากพนักงานสอบสวนหรืออัยการไม่ส่งฟ้อง ผู้เสียหายสามารถส่งฟ้องเองได้ โดยเฉพาะเสียหายจากกระบวนการ เช่น สอบตก หรือ เป็น สว.สำรอง
นายปริปริญญากล่าวว่า พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 ไม่เหมือน ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ที่ต้องมีเจตนาพิเศษ เพีงแค่ปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น มีกฎหมายหรือมีระเบียบแล้วไม่ปฏิบัติ ก็มีความผิดทางอาญา ดังนั้น กกต.ต้องเที่ยงธรรมกว่าข้าราชการปกติ เพราะทำหน้าที่คุมหน้าประตูว่าใครจะเข้ามาเป็น สส. หรือ สว. ได้บ้าง
“เมื่อครบ 90 วันหรือขยายเวลาจนครบแล้ว กกต. ไม่ลงมติตามที่ควรจะเป็นไปตามหลักฐาน เช่น ยกฟ้องหมด หรือ ส่งไปศาลฎีกาน้อยมากจนน่าตกใจ และขัดกับหลักฐานที่มี ฐานะความเป็นผู้เสียหายของผู้ร้องเกิดขึ้นทันที ปัจจุบันเป็นเพียงแค่การล่าช้า แต่ถ้าลงมติแล้วไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ผู้เสียหายมีสิทธิในการฟ้อง กกต. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะเข้าองค์ประกอบแล้ว เพราะหากภายหลังพบว่าการเลือกสว.ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ภายหลังเลือกสว. แต่ไม่ส่งศาลฎีกา ดังนั้น ถ้ามีความไม่ถูกต้องในบ้านเมือง ก็ต้องมีการจัดการ ต้องแก้ไข เรื่องนี้ต้องช่วยกัน ต้องไปให้ถึงศาล”นายปริญญากล่าว
นายปริญญากล่าวว่า ขอเสนอให้ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ขอสำนวนคดีฮั้วเลือกสว.จากอนุกรรมการไต่สวน ชุดที่ 26 เพราะศาลอาญาทุจริตฯมีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐานแล้วว่า ถ้ามีอำนาจต้องเปิดเผยข้อมูลและไม่เปิดเผย เป็นความผิดอาญา โทษถึงขึ้นจำคุก

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา