
‘ป.ป.ช.’ ชี้มูลความผิด ‘อดีตผอ.รร.บ้านวังเกษตร’ เบียดบังงบโรงเรียนปี 63-64 ปลอมแปลง ‘ลายเซ็น’ คนอื่นถอนเงินไปใช้ปย.ส่วนตัว โดยทุจริต ล่าสุดมีคำสั่งไล่ออกแล้ว
..............................................
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายณัฐวัฒน์ สถิตย์ธนโภคิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังเกษตร อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี กับพวก กรณีเบียดบังเงินงบประมาณ พ.ศ.2563-2564 ของโรงเรียนบ้านวังเกษตร โดยไม่มีหลักฐานการเบิกจ่าย และปลอมแปลงลายมือชื่อบุคคลอื่นในการเบิกถอนเงิน แล้วนำเงินไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น โดยทุจริต
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า โรงเรียนบ้านวังเกษตร ตำบลไผ่เขียว อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี ได้เปิดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงไทย สาขาหนองฉาง ชื่อบัญชี “เงินอุดหนุนอื่นโรงเรียนบ้านวังเกษตร” โดยมีวัตถุประสงค์เป็นบัญชีสำหรับรับโอนเงินอุดหนุนโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แต่ปรากฏว่าระหว่างวันที่ 23 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 นายณัฐวัฒน์ สถิตย์ธนโภคิน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังเกษตรในขณะนั้น ดำเนินการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าว และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีหลักฐานการใช้จ่าย รวม 14 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 695,003.39 บาท โดยมีนางสาวทิพกา พรมเวียง ข้าราชการโรงเรียนบ้านวังเกษตร ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่การเงินร่วมลงนามในใบเบิกถอน จำนวน 9 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่ให้เจ้าหน้าที่การเงินลงลายมือชื่อในใบเบิกถอนเงิน นายณัฐวัฒน์ สถิตย์ธนโภคิน จะอ้างเหตุในการเบิกจ่าย เพื่อให้นางสาวทิพกา พรมเวียง หลงเชื่อและลงนามในใบเบิกถอนเงินให้
จากนั้นนายณัฐวัฒน์ สถิตย์ธนโภคิน ได้นำใบเบิกถอนเงินดังกล่าวไปเบิกถอนเงิน และรับเงินที่ธนาคารด้วยตนเอง และไม่นำเงินที่ได้รับไปชำระตามรายการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่ขอเบิกจ่าย แต่ได้เบียดบังเงินไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 695,003.39 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1.การกระทำของนายณัฐวัฒน์ สถิตย์ธนโภคิน มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268 ประกอบมาตรา 264 และมาตรา 265 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และมาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง โดยปรากฏว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุทัยธานีได้มีคำสั่งไล่นายณัฐวัฒน์ สถิตย์ธนโภคิน ออกจากราชการ เหมาะสมแก่กรณีแล้วจึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยอีก
2.การกระทำของนางสาวทิพกา พรมเวียง จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1 ได้มีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนกับนางสาวทิพกา พรมเวียง เหมาะสมแก่กรณีแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยอีก
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91(1) ต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา