
‘ครม.’เห็นชอบปรับปรุง ‘ผังเมืองรวมเชียงใหม่’ เปิดทาง ‘เอกชน’ นำที่ดินประเภท ‘อนุรักษ์ป่าไม้’ บางส่วนของ ‘อ.เวียงแหง-อ.กัลยาณิวัฒนา’ ใช้ประกอบพาณิชยกรรมในลักษณะ ‘อาคารเดี่ยว’ ได้ แต่ต้องไม่เป็นการจัดสรรที่ดิน-ไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่
...........................................
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2555 เพื่อปรับปรุงข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในบางพื้นที่ของ อ.เวียงแหง และ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และแนวทางการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยกำหนดให้ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ในพื้นที่บางส่วนใน ต.เปียงหลวง ต.แสนไห และต.เมืองแหง อ.เวียงแหง ,ต.บ้านจันทร์ ต.แจ่มหลวง และต.แม่แดด อ.กัลยาณิวัฒนา ใช้ประโยชน์เพื่อประกอบพาณิชยกรรมในลักษณะอาคารเดี่ยวได้ แต่ต้องไม่เป็นการจัดสรรที่ดินและไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่ จากเดิมที่อนุญาตเฉพาะด้านเกษตรกรรม กิจการที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม และการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว
“เนื่องจากกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2555 ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลานาน ขณะที่สภาพเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ข้อกำหนดเดิมบางส่วนไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและความต้องการของประชาชน จึงจำเป็นต้องปรับปรุงให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายได้อย่างเหมาะสม
และรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การบริการ และการท่องเที่ยวในชุมชน อีกทั้งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบการพัฒนาภาคเหนือ ซึ่งมุ่งให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว วัฒนธรรมล้านนา และการเชื่อมโยงการค้ากับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและเอเชียใต้ ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าต้นน้ำ และสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการพัฒนา”น.ส.ลลิดา กล่าว
น.ส.ลลิดา ระบุว่า การอนุญาตให้ประกอบพาณิชยกรรมดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการเปิดพื้นที่ป่าให้ใช้ประโยชน์ได้โดยไม่มีข้อจำกัด เนื่องจากใช้บังคับเฉพาะที่ดินซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกฎหมายด้านป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม อาคาร และการควบคุมการใช้ที่ดินอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าและรักษาเจตนารมณ์ของพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้
ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2555 ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง และมีการปิดประกาศเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียเป็นเวลา 30 วัน ระหว่างวันที่ 4 พ.ย.-6 ธ.ค.2567 โดยไม่มีผู้ยื่นข้อคิดเห็นหรือคัดค้านต่อประเด็นที่เสนอแก้ไข ก่อนที่คณะกรรมการผังเมืองจะรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและเห็นชอบให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ ครม.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ไปประกอบการดำเนินการ โดยให้กำกับดูแลการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างรัดกุม ไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ป่าไม้หรือพื้นที่อนุรักษ์ รวมทั้งคำนึงถึงระบบทางน้ำตามผังน้ำลุ่มน้ำปิง ไม่ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนหรือกีดขวางการไหลของน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหรือภัยแล้งในพื้นที่
“การปรับผังเมืองครั้งนี้เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติกับการเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากที่ดินของตนได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ธุรกิจชุมชน การบริการ และการท่องเที่ยว สร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่อำเภอเวียงแหงและอำเภอกัลยาณิวัฒนา โดยทุกกิจกรรมต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและไม่กระทบต่อป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ของส่วนรวม” น.ส.ลลิดาย้ำ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา