
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 6 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบต.เมืองเก่า’ สุโขทัย 395 ปี คดีปลอมเอกสารรายงานประชุมสภาฯ เพื่อดำเนินโครงการต่างๆโดยมิชอบ-ไม่เบิกจ่ายเงินให้ ‘ผู้รับจ้าง’ รวมโทษทุกกระทงคงจำคุก 50 ปี
....................................
เมื่อวันที่ 8 ก.ย.สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อท 115/2568 ,อท 124/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 43/2569 ,อท 44/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายบรรจง ทัดนุ่ม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย กับพวก คดีปลอมเอกสารรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเก่า เพื่อดำเนินโครงการต่างๆ โดยมิชอบ และไม่เบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยทั้งสาม (นายบรรจง ทัดนุ่ม จำเลยที่ 1 ,นายชัยเดช ทุมรัตน์ จำเลยที่ 2 และนางธนญา วัฒนกุลธารา จำเลยที่ 3) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำเลยที่ 1 (นายบรรจง ทัดนุ่ม) และที่ 2 (นายชัยเดช ทุมรัตน์) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) (4)
จำเลยที่ 3 (นางธนญา วัฒนกุลธารา) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86
การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามฟ้องข้อ 1 และข้อ 34 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานร่วมกันปลอมเอกสารราชการเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 2 กระทงจำคุกคนละกระทงละ 5 ปี เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 10 ปี
การกระทำของจำเลยที่ 1 ตามฟ้องข้อ 2 ถึงข้อ 33 และข้อ 35 ถึงข้อ 79 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมีชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 77 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น 385 ปี
การกระทำของจำเลยที่ 2 ตามฟ้องข้อ 2 ถึงข้อ 33 และข้อ 35 ถึงข้อ 79 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นหรือว่าการอย่างใด ได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ
ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอมเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 77 กระทง 5 ปี เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 ทั้งสิ้น 385 ปี
เมื่อรวมโทษ 79 กระทง คงจำคุก จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีกำหนดคนละ 395 ปี ทั้งนี้ ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์โดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีกำหนดคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)
การกระทำของจำเลยที่ 3 ตามฟ้องข้อ 1 และข้อ 34 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติ อย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานร่วมกันปลอมเอกสารราชการเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทจริต อันเป็นเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 2 ปี 16 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี 32 เดือน
การกระทำของจำเลยที่ 3 ตามฟ้องข้อ 2 ถึงข้อ 33 และข้อ 35 ถึงข้อ 79 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจ ในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 77 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี 16 เดือน เป็นจำคุกจำเลยที่ 3 ทั้งสิ้น 158 ปี 1,232 เดือน เมื่อรวมโทษ 79 กระทง คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 158 ปี 1,265 เดือน
ทั้งนี้ ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3)
ให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 131/2568 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 132/2568 ของศาลนี้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 27/2569 ของศาลนี้ นั้น เมื่อปรากฏว่าคดีหมายเลขดำที่ อท 27/2569 ของศาลนี้ ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา จึงไม่อาจนับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีดังกล่าวได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้เสีย
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 066/2569 เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบว่า ไม่มีเหตุอันควรที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายบรรจง ทัดนุ่มกับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2568 มีมติชี้มูลความผิด นายบรรจง ทัดนุ่ม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย กับพวก คดีปลอมเอกสารรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเก่า เพื่อดำเนินโครงการต่างๆ โดยมิชอบ และไม่เบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 151 ,157 ,162 (1) (4) ,264 ,265 ,268 ประกอบมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. ม.172 ประกอบ ม.86 และ ม.91

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา