
‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษากลับจำคุก ‘อดีตปลัด อบจ.พิษณุโลก-พวก’ คนละ 3 ปี จัดจ้างโครงการทำหนังสือรณรงค์ป้องกันไข้หวัดใหญ่ฯ ‘แพงเกินจริง’
.............................................
เมื่อวันที่ 7 ก.ย.สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2568 ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 420/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 22906/2568
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายสุรินทร์ ฐิติปุญญา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิษณุโลก ,นายอาคม ตรีเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัด อบจ.พิษณุโลก กับพวก จัดจ้างโครงการทำหนังสือเผยแพร่รณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ราคาแพงเกินจริง โดยในส่วนนายสุรินทร์ นั้น ศาลฯมีคำสั่งให้งดพิจารณาคดี
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น (ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6) จากยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึง 4 (นายอาคม ตรีเจริญ จำเลยที่ 2 ,นายเฉลียว เอี่ยมอ่อน จำเลยที่ 3 และนายสมบุญ บุญญเศรษฐโชติ จำเลยที่ 4) เป็นว่า จำเลยที่ 2 ถึง 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 3 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 044/2569 เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบว่า ไม่มีเหตุอันควรฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 19/2563 เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2563 มีมติชี้มูลความผิด นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิษณุโลก กับพวก จัดจ้างโครงการทำหนังสือเผยแพร่รณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ราคาแพงเกินจริง โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ.มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ที่ผ่านมา นายอาคม ตรีเจริญ ได้ถูกสั่งปลดออกจากราชการแล้ว ตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ที่ 1578/2566 เรื่อง ลดโทษไล่ออกเป็นปลดออกจากราชการ กรณีมีเจตนาเลือก หจก.แก่นนครพนาเทพ ซึ่งมิใช่ผู้มีอาชีพชายพัสดุโดยตรง ให้เป็นคู่สัญญาจัดซื้อหน้ากากอนามัยและปิดกั้นการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ เมื่อปี 2552
อันเป็นการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มีควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง (อ่านคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ที่ 1578/2566 ประกอบ)




Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา