‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 6 พิพากษาจำคุก ‘พนักงานธุรกิจ’ แบงก์ออมสิน สาขานครสวรรค์ 498 เดือน คดีทำเอกสารให้ ‘พนักงานเทลเลอร์’ ถอนเงินจากบัญชี ‘กองทุนหมู่บ้าน’ แล้วนำ ‘เงินบางส่วน’ ฝากเข้าบัญชีตัวเอง รวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 20 ปี ไม่รอลงอาญา
........................................
เมื่อวันที่ 26 ก.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน มิ.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 173/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 211/2568
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสูด เป็นโจทก์ฟ้อง นางหรือนางสาวธัญธัต หรือสุกัญญา ปิยะกาโสหรือธรรมดา (จำเลย) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานธุรกิจสาขา 7 ธนาคารออมสิน สาขาสวรรค์วิถี ธนาคารออมสินภาค 6 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ จัดทำเอกสารการถอนเงินให้พนักงานเทลเลอร์ ทำรายการถอนเงินในบัญชีสมาชิกกองทุนหมู่บ้านแต่ละกองทุน แล้วให้พนักงานเทลเลอร์นำไปชำระหนี้ให้กับกองทุนหมู่บ้านอื่น และได้นำเงินของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านบางส่วนไปฝากเข้าบัญชีของตน
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลย (นางหรือนางสาวธัญธัต หรือสุกัญญา ปิยะกาโสหรือธรรมดา) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดตามฟ้องข้อ 2.1 ถึง 2.83 แต่ละกระทงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 83 กระทง
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 83 กระทง เป็นจำคุก 498 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุก 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2)
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 83 กรรม เป็นเหตุให้ธนาคารออมสินและสมาชิกกองทุนหมู่บ้านซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีได้รับความเสียหายจำนวนหลายราย พฤติการณ์จึงเป็นเรื่องร้ายแรง แม้หลังเกิดเหตุจำเลยนำเงินมาชดใช้ให้แก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านครบถ้วนแล้ว สมาชิกกองทุนหมู่บ้านได้ชำระหนี้ปิดบัญชีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีเหตุสมควรเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย
นอกจากนี้ ศาลฯยังพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 027/2569 เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6
อนึ่ง คดียังไม่ถึงที่สุด นางหรือนางสาวธัญธัต หรือสุกัญญา ปิยะกาโสหรือธรรมดา ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 20/2568 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2568 ชี้มูลความผิด นางหรือนางสาวธัญธัต หรือสุกัญญา ปิยะกาโสหรือธรรมดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานธุรกิจสาขา 7 ธนาคารออมสิน สาขาสวรรค์วิถี ธนาคารออมสินภาค 6 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ จัดทำเอกสารการถอนเงินให้พนักงานเทลเลอร์ ทำรายการถอนเงินในบัญชีสมาชิกกองทุนหมู่บ้านแต่ละกองทุน แล้วให้พนักงานเทลเลอร์นำไปชำระหนี้ให้กับกองทุนหมู่บ้านอื่น และได้นำเงินของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านบางส่วนไปฝากเข้าบัญชีของตน มีมูลความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 และ พ.ร.บ. ป.ป.ช.พ.ศ.2561 มาตรา 172

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา