
นายกฯบอกโครงการแลนด์บริดจ์ยังไม่พับ แค่ปรับตามสถานการณ์ปัจจุบัน ชี้ทำ Missing Link เชื่อม 2 ฝั่งก่อน ยังไม่ได้คุย ‘เอกนิติ’ หลังคณะกรรมการศึกษาเห็นสมควรยุติโครงการ ส่วนไฮสปีด 3 สนามบิน รอหารือเลขาฯอีอีซีหลังวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ระบุเลิกสัญญายังเป็นไปได้ยาก ถามกลับสื่อเอาข่าวหารือซี.พี.ที่ฝรั่งเศสมาจากไหน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (แลนด์บริดจ์) ไม่ได้พับแผน แต่เป็นการดำเนินการตามสถานการณ์ปัจจุบัน ตอนนี้ก็เห็นว่าควรไปทำ Missing Link ก่อน เพราะทำได้รวดเร็วกว่า และก็ไปปรับปรุงท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง หากมีความจำเป็นด้านภูมิศาสตร์หรือปัจจัยอื่นๆ ก็สามารถมาขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ได้ตลอดเวลา
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนการปรับปรุงท่าเรือระนอง จะปรับปรุง ณ จุดเดิมหรือจะไปก่อสร้างจุดใหม่นั้น เรื่องนี้เป็นประเด็นในเชิงรายละเอียด ต้องไปศึกษาและปรับปรุงเพื่อยกระดับ
เมื่อถามว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ ได้รายงานผลการศึกษาที่ว่าโครงการไม่คุ้มค่าหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยในรายละเอียด แต่ได้มอบหมายให้นายเอกนิติไปหารือกับกระทรวงคมนาคม ซึ่งผลที่ได้ก็ตามที่ได้แถลงไป จริงๆยังมีโครงการอีกมากมายที่ทำตรงนั้น นอกจากการปรับปรุงท่าเรือแล้ว Missing Link ก็ต้องคิดเรื่องการเชื่อมต่อทั้งทางรถไฟที่ถ้าทำให้เชื่อมกันได้ จากทุกวันนนี้ไม่ผ่านทางภาคตะวันตก ถ้าทำได้จะได้เชื่อมกันทั้งสองฝั่ง
ส่วนกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่มีแนวโน้มจะเลิกสัญญาโครงการนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.หรือบอร์ด EEC) จะนัดประชุมเมื่อไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า น่าจะประชุมเร็วๆนี้ ซึ่งได้เชิญนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.หรือ EECO) มาหารือ โดยหลังวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีการหารือกันอีกครั้ง
เมื่อถามว่า ตอนนี้แนวทางของโครงการดำเนินการไปในทางเลิกสัญญา นายกรัฐมนตรีตอบว่า ยังไม่ไปถึงขนาดนั้น โครงการขนาดนี้เลิกสัญญาไม่ใช่ทำกันง่ายๆ ต้องศึกษาให้ละเอียดจริงๆ อย่างที่เคยบอกไป การเลิกสัญญามันต้องทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ซึ่งจากการเลิกสัญญา ก็ไม่เคยเห็นเอกชนเป็นฝ่ายผิดสัญญา หรือหากภาครัฐผิดสัญญาก็จะมีการกระบวนการแก้ไขและเยียวยา และส่วนตัวก็ไม่ค่อยเห็นการเลิกสัญญากันระหว่างรัฐและเอกชน เพราะสัญญาค่อนข้างรัดกุมมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อตอนที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสเห็นว่า ทางผู้บริหารของเครือซี.พี.เดินไปด้วย ได้หารือเรื่องนี้ด้วยหรือไม่
นายอนุทินถามกลับว่า ข่าวใครครับ
ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า มีรายงานข่าวว่ามา นายอนุทินจึงถามต่อว่า ใครรายงานคุณมา ผู้สื่อข่าวตอบว่า บอกไม่ได้ นายกรัฐมนตรีจึงตัดบทว่า งั้นผมก็ไม่ตอบครับ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา