
ครม.เห็นชอบตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้ ‘สิริพงศ์’ชี้จะทำการศึกษาและกำหนดทิศทางพัฒนาภาคใต้ใหม่ทั้งหมด ก่อนย้ำการพัฒนาบิ๊กโปรเจ็กต์ต่อไปนี้ จะต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (แลนด์บริดจ์) โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้ และมอบหมายให้ตนเองเป็นประธาน
โดยคณะกรรมการชุดนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคใต้ใหม่ทั้งหมด ว่าควรจะพัฒนาไปในทิศทางใดและใช้รูปแบบการคมนาคมขนส่งใดบ้าง โดยจะไม่มุ่งเน้นหรือพูดถึงแค่โครงการแลนด์บริดจ์เพียงอย่างเดียว แต่จะมองในภาพรวมระดับภูมิภาค ซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตก เช่น ท่าเรือระนอง และโครงข่ายที่ยังขาดอยู่ (Missing Link) ซึ่งจะเชื่อมโยงการเดินทางจากภาคเหนือและภาคอีสานลงสู่ภาคใต้
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้เสนอ ครม. ขอถอนเรื่องที่เคยขอให้มีการทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ออกมาก่อน เพื่อที่โครงการต่างๆ จะได้ไม่ต้องถูกพิจารณาภายใต้เงื่อนไขเดิมอีกต่อไป
@การก่อสร้างโปรเจ็กต์ใหญ่ ต้องถามประชาชน
สำหรับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สารตั้งต้นของทุกโครงการนับจากนี้จะต้องเริ่มต้นจากการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ภาครัฐจะทำหน้าที่ให้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจภาพรวม และให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ตัดสินใจ เช่น หากเห็นพ้องว่าควรมีท่าเรือน้ำลึก ก็ต้องให้ประชาชนช่วยกำหนดว่าควรตั้งอยู่จุดใด เพื่อไม่ให้กระทบต่อป่าชายเลนหรือพื้นที่มรดกโลก
“การพัฒนาภาคใต้ไม่สามารถใช้รูปแบบเดียวกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือีอีซีได้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศแตกต่างกัน และพื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ดังนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมจึงอาจจะต้องปรับให้สอดคล้องกับภาคการเกษตรด้วย” นายสิริพงศ์กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ จะประกอบไปด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงคมนาคม, กระทรวงมหาดไทย, สภาพัฒน์ฯ, ตัวแทนสภาหอการค้าทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน, ตัวแทนกลุ่ม SEC Watch โดยมี ส.ส. ในพื้นที่เป็นที่ปรึกษา และมีสำนักงานนโยบายและแผนเป็นเลขานุกา เป้าหมายสำคัญของการทำงานคือต้องการให้การศึกษาและจัดทำแผนจบภายใน 1 ปี เพื่อให้อยู่ในกรอบวาระของรัฐบาลชุดนี้ ป้องกันไม่ให้โครงการค้างคาหรือต้องไปเริ่มต้นใหม่หากมีการเปลี่ยนรัฐบาล โดยตั้งใจจะเริ่มประชุมนัดแรกในช่วงการประชุม ครม. สัญจร ที่จังหวัดสงขลา

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา