
'องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน' จัดงาน 'วันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย.' ประจำปี 2569 ปลุกพลังคนไทยสู้โกง ชู แนวคิด 'โกงได้...แก้ได้' เชื่อ ต้องแก้ระบบ-สานพลัง ความร่วมมือทุกภาคส่วน 'กกร.' ผนึก ภาคเอกชน 2,000 องค์กร นัดหมาย 1 ต.ค.69 'หยุดจ่ายสินบน' - 'ACT' เรียกร้อง 'อนุทิน' เข้มแข็ง-เด็ดขาด เป็น 'ผู้นำปราบโกง'
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 6 กันยายน 2569 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT จัดงาน วันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย. ประจำปี 2569 ชูแนวคิด โกงได้...แก้ได้ โดยวิทยากรจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสื่อมวลชน และภาคประชาชน ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ปลุกพลังคนไทยสู้โกง ทุกฝ่ายเชื่อ โกงได้ แก้ได้ แต่ต้องแก้ระบบ และสานพลังความร่วมมือ ทุกภาคส่วน ขณะที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย พร้อมชวนภาคเอกชน 2,000 องค์กรงดจ่ายสินบน ขณะที่ ACT ต้องการเห็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็น ผู้นำปราบโกง ระดับประเทศด้วยความเข้มแข็งและเด็ดขาด

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ ธุรกิจ...จะเลือกโกง หรือ เลือกแก้ ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย. ประจำปี 2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่า ภาคธุรกิจเลือกแก้ แต่ต้องแก้ตั้งแต่รากของปัญหา เช่น การแก้กฎหมาย การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจ และปิดช่องทุจริต สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการจึงไม่ใช่เพียงระบบที่มีความโปร่งใสมากขึ้น แต่ต้องการระบบที่ทำให้การแข่งขันเป็นธรรม ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น นอกจากนั้น ยังจะต้องร่วมมืออย่างเป็นระบบ เพราะการโกงเข้าไปทุกส่วนของสังคม จ่าย ง่าย จบ ทุกระบบ หากภาคเอกชนร่วมมือกันไม่จ่ายสินบน เชื่อว่าคอร์รัปชันจะลดลงอีกมาก โดยในวันที่ 1 ต.ค.69 จะมีการประชุมร่วมระหว่าง กกร. กับองค์กรเอกชน 2,000 ราย ในงาน Dinner Talk : Zero Corruption from Policy to Action เป้าหมายหนึ่งของงานนี้ คือ ขอความร่วมมือเอกชนหยุดจ่ายสินบนด้วย
“การขับเคลื่อนงานในปีหน้า เราต้องการดึงภาคประชาชน ภาคประชาสังคม มาร่วมมือกัน ไม่ใช่เฉพาะภาคเอกชน”นายพจน์กล่าว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โกงได้แก้ได้แน่นอน หัวใจคือ ทุกคนต้องมีส่วนร่วม แต่ปัญหาคือประชาชนยังขาดความไว้ใจและศรัทธาในระบบ จึงต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ประชาชนเชื่อและมีความหวัง และก่อนจะแก้ปัญหาได้ต้องเข้าใจถึงระบบนิเวศของการโกงว่ามักอยู่ที่การใช้งบประมาณของหน่วยงาน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีส่วนในการโกงทุกระดับ ต้นตอของการโกงมาจากการแต่งตั้งโยกย้ายหรือซื้อขายตำแหน่ง รวมถึงการซื้อเสียงเลือกตั้งทำให้ได้คนไม่ดีเข้ามาในระบบ แนวทางการแก้ไขของกทม.จึงเน้นระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงระบบลดช่องโหว่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น แอพพลิเคชั่น Traffy Fondue โดยมีเมนู "กรุงเทพโปร่งใส" แจ้งเรื่องทุจริตแบบลับชื่อ มีการแจ้งเข้ามาแล้วกว่า 16,000 เรื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังมากขึ้น กทม.มีการเปิดเผยข้อมูลกว่า 1,500 ชุดข้อมูล มีผู้เข้าชมกว่า 4 ล้านครั้ง เพื่อสร้างความโปร่งใสและให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
“เราต้องไม่โอนอ่อน ไม่ทนต่อการโกง ห้ามลดโทษ”นายชัชชาติกล่าว
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผู้ร่วมอภิปรายทุกท่านเห็นตรงกันว่า โกงได้แก้ได้ การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากจิตสำนึกของทุกคน การปรับปรุงระบบ ลดช่องโหว่ การนำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับองค์กรอิสระและประชาชนทุกคนมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้กล้าหาญ แจ้งเบาะแส และไม่เพิกเฉยต่อความผิดปกติ ดังประสบการณ์ของนางสาวโชฏิมา จันทร์คง ผู้สื่อข่าว เนชั่นทีวี และนางพัสนีย์ พูลสุข ประชาชนที่มาบอกเล่าและยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้แต่คนตัวเล็กก็สามารถมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ด้วยการใช้พลังเครือข่าย และเทคโนโลยี
“เวทีวันนี้ เราได้เห็นประชาชนออกมาสู้โกง เราได้เห็นท่านผู้ว่าฯชัชชาติเป็นผู้นำปราบโกงในระดับท้องถิ่น ผมมั่นใจว่า คนไทยทั้งประเทศอยากเห็นท่านนายกรัฐมนตรี ผู้นำรัฐบาลแสดงความเป็นผู้นำปราบโกงระดับประเทศด้วยความเข้มแข็งและเด็ดขาด”นายมานะกล่าว


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา