
แพร่มติ ‘ป.ป.ช.’ ชี้มูลความผิด ‘อดีตนายก ทต.หัวทะเล’ นครราชสีมา ทุจริตโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์กีฬา 5.08 แสน ‘เจ้าตัว’ เสียชีวิตแล้วให้ ‘จำหน่ายคดี’ ส่วน ‘พวก’ ส่งสำนวนให้ ‘อัยการสูงสุด’ ดำเนินคดี
.......................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา นายยุทธพงศ์ ทรวงแสวง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสุวัฒน์ พื้นทะเล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา กับพวก ทุจริตโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์กีฬาพร้อมติดตั้ง จำนวน 8 เครื่อง งบประมาณ 508,000 บาท โดยกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเป็นการกีดกันผู้เสนอราคารายอื่น และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาบางราย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เทศบาลตำบล (ทต.) หัวทะเล ได้จัดทำโครงการสอบราคาซื้อครุภัณฑ์กีฬาพร้อมติดตั้ง ตามประกาศลงวันที่ 22 กันยายน 2554 งบประมาณ 508,000 บาท นั้น โครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลหัวทะเล ซึ่งบรรจุอยู่แผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2554-2556) งบประมาณ 508,000 บาท
จากนั้นเทศบาลตำบลหัวทะเล มีการโอนงบประมาณตามรูปแบบรายการโอนงบประมาณ ประจำปี 2554 โดยโอนครั้งที่ 015/2554 ซึ่งสภาเทศบาลตำบลหัวทะเล อนุมัติวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ต่อมา นายสุวัฒน์ พื้นทะเล นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้เสนอญัตติขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 โดยได้นำรายละเอียดคุณลักษณะครุภัณฑ์กีฬา จำนวน 8 เครื่อง มาเสนอขออนุมัติต่อเทศบาลตำบลหัวทะเลด้วย
จากนั้นวันที่ 7 กันยายน 2554 นางเสาวลักษณ์ คุณขุนทด ในฐานะเจ้าหน้าที่พัสดุ ได้จัดทำรายงานขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดคุณลักษณะครุภัณฑ์กีฬา จำนวน 8 เครื่อง ซึ่งมีรายละเอียดของเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง พร้อมกับราคาตามเอกสารแนบท้าย โดยเสนอผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ต่อมา นายสุวัฒน์ พื้นทะเล นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้อนุมัติตามเสนอ
โดยในการกำหนดราคากลางโครงการสอบราคาซื้อเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งพร้อมติดตั้ง งบประมาณ 508,000 บาท ซึ่งคณะกรรมการกำหนดคุณลักษณะครุภัณฑ์กีฬา ได้สืบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องออกกำลังกายมาจากทางอินเตอร์เน็ต และร้านค้าและจากหน่วยงานราชการต่างๆ ภายในจังหวัดนครราชสีมา แต่ในการกำหนดคุณลักษณะและราคากลางของคณะกรรมการฯ กลับมีการนำเอกสารเกี่ยวกับคุณลักษณะของครุภัณฑ์กีฬา ทั้ง 8 รายการ ที่ได้มาจากนางสาวรัศมี คำพวง ผู้อำนวยการกองคลัง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 ได้นำเอกสารดังกล่าวมาจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 1
คณะกรรมการฯ ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์กีฬา ในส่วนของการกำหนดราคา คณะกรรมการฯ ได้นำมาจากแคตตาล็อกและใบเสนอราคาของผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย โดยร่วมกันพิจารณาคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์กีฬาและราคากลาง จากของรายที่เสนอราคาต่ำสุดของครุภัณฑ์กีฬาแต่ละชนิดของผู้ประกอบการ
ซึ่งเอกสารทั้ง 3 ราย ดังกล่าว ที่นำมาจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีลักษณะคล้ายกับแคตตาล็อกและเอกสารใบเสนอราคาของบริษัท ไลฟ์สตรอง เซอร์วิส จำกัด ผู้ถูกกล่าวที่ 6 บริษัท อินนิ่ง จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 และบริษัท เพลย์กราวน์ แอนด์ ฟิตเนส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 มาใช้กำหนดเป็นคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์กีฬาและราคากลาง ทั้ง 8 รายการ โดยคณะกรรมการฯ ได้กำหนดราคากลางในครั้งนี้ เป็นเงินจานวน 508,000 บาท
และในวันที่ 8 กันยายน 2554 นางรุจินันต์ สรสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ได้นำเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อพิจารณา จากนั้นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ก็ได้ลงนามอนุมัติให้ดำเนินการตามเสนอ
จากนั้น ในวันที่ 22 กันยายน 2554 เทศบาลตำบลหัวทะเล ได้ประกาศสอบราคาซื้อครุภัณฑ์กีฬาพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 8 เครื่อง โดยกำหนดให้ยื่นซองสอบราคา ในระหว่างวันที่ 22 กันยายน 2554 ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2554 ในวันและเวลาราชการ และกำหนดเปิดซองในวันที่ 6 ตุลาคม 2554 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ปรากฏว่า มีผู้มาซื้อซองเอกสาร จำนวน 4 ราย และยื่นเอกสารเสนอราคา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท อินนิ่ง จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 บริษัท ไลฟ์สตรอง เซอร์วิส จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และบริษัท เพลย์กราวน์ แอนด์ ฟิตเนส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6
ทางไต่สวนพบว่า ได้มีผู้ประกอบการรายอื่นมาซื้อซองเอกสาร แต่ไม่สามารถเข้ามายื่นเสนอราคาได้ เนื่องจากประกาศประกวดราคาและคุณลักษณะเฉพาะดังกล่าว มีลักษณะเป็นการกีดกันผู้ผลิตหรือผู้ขายรายอื่น
และกรณีดังกล่าวหากว่าไม่มีการตระเตรียมเอกสาร หรือเตรียมข้อมูลสำหรับการเสนอราคามาก่อน ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะสามารถยื่นเสนอราคาถูกต้องทันตามประกาศฯ เนื่องจากว่าจะต้องมีการผลิตโมเดลเพื่อขึ้นรูปพลาสติก เพื่อนำมาผลิตเป็นเครื่องเล่นดังกล่าว ต้องมีเอกสาร Intertek รับรองคุณภาพสี ประกอบกับสินค้าจะต้องได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. จากกระทรวงอุตสาหกรรม
อีกทั้งกรณีการกาหนดว่า “ต้องมีเอกสาร Intertek รับรองคุณภาพสี” นั้น ตามทางการไต่สวนพบว่า บริษัท อินเตอร์เทค เทสติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Intertek ไม่สามารถรับรองคุณภาพสีได้ ซึ่งการกำหนดรายละเอียดแบบรูปรายการและคุณสมบัติของเครื่องออกกาลังกายดังกล่าว ทำให้ผู้เสนอราคาทั่วไปเข้าใจผิดว่า บริษัท อินเตอร์เทค เทสติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Intertek สามารถรับรองคุณภาพสีให้กับผู้ประกอบอาชีพขายเครื่องออกกาลังกายสนามรายอื่นได้
โดยทั้งสามบริษัทผู้ยื่นเสนอราคา อันเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน ได้ยื่นเอกสารประกอบการเสนอราคาที่เหมือนกัน คือ รายงานผลการทดสอบ (Test Report) เลขที่ BKKHo8006664 ซึ่งรับรองโดยบริษัท อินเตอร์เทค เทสติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (Intertek) ซึ่งทดสอบให้กับบริษัท V.Powdertech Co.,Ltd โดย Khun Thiranuch ทั้งที่ไม่พบว่าบริษัท V.Powdertech Co.,Ltd ได้แต่งตั้งให้บริษัททั้งสามรายเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือให้ใช้ผลการทดสอบดังกล่าวแต่อย่างใด
โดยบริษัท ไลฟ์สตรอง เซอร์วิส จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 โดยนางสาวอุทัยทิพย์ แก้วมณี กรรมการผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 เป็นผู้ยื่นเสนอราคา ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2554 โดยเสนอราคา 506,500 บาท บริษัท เพลย์กราวน์ แอนด์ ฟิตเนส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 โดยนายอัครชานนท์ หรือภูมิพัฒน์ หรือโกวิท สามสีเนียม กรรมการผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 เป็นผู้ยื่นเสนอราคา ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2554 โดยเสนอราคา 506,750 บาท บริษัท อินนิ่ง จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 โดยนางสาวสุภาภรณ์ หรือปรียนันท์ ตันติสุภาพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 เป็นผู้ยื่นเสนอราคา ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2554 โดยเสนอราคา 506,900 บาท
ผู้ยื่นซองเอกสารเสนอราคาทั้งสามรายข้างต้น ล้วนแต่ได้รับแต่งตั้งจากตัวแทนจำหน่ายสินค้าของตระกูลเปี่ยมชล และในการยื่นเอกสารเกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) จากกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ยื่นเสนอราคาทั้งสามรายได้ใช้แคตตาล็อกรูปภาพ ซึ่งมีเอกลักษณ์เดียวกัน เสนอให้คณะกรรมการดำเนินการเปิดซองสอบราคา ทำให้บริษัท ไลฟ์สตรอง เซอร์วิส จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 506,500 บาท จึงชนะการเสนอราคา และได้ทำสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์กีฬาพร้อมติดตั้ง และได้มีการต่อรองราคาลงเหลือ 506,000 บาท
ต่อมา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ได้ส่งมอบเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้กับเทศบาลตำบลหัวทะเล และได้มีการเบิกจ่ายเงินแล้ว เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 โดยสั่งจ่ายเป็นเช็ค ธนาคารกรุงไทย จากัด ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 จานวนเงิน 501,271.04 บาท (หักภาษีมูลค่าเพิ่ม)
การกระทำของนายสุวัฒน์ พื้นทะเล นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดความเสียหายแก่ระบบบริหารงานราชการ ของเทศบาลตำบลหัวทะเล ทำให้สูญเสียงบประมาณ เป็นเงินจำนวน 508,000 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการดังกล่าว และทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังทำให้เทศบาลตำบลหัวทะเล สูญเสียโอกาสที่จะได้รับการเสนอราคาที่ต่ำลงหรือได้รับสินค้าที่มีคุณภาพจากการประมูลแข่งขันราคากันอย่างเป็นธรรม อีกทั้งเป็นการมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าเสนอราคารายใด ให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับเทศบาลตำบลหนองน้าใส หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1.การกระทำของนายสุวัฒน์ พื้นทะเล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172)
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีอำนาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติ การพิจารณาหรือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้น มีการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ ละเว้นไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาครั้งนั้น
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐโดยทุจริต ทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใด มิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม
และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทาการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12
และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
แต่เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายสุวัฒน์ พื้นทะเล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้ถึงแก่ความตายแล้ว เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (1) และได้รับความเห็นชอบจากกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแล งดแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่อาจดำเนินการไต่สวนเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไปได้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 57 จึงมีมติให้จำหน่ายคดี ออกจากสารบบ
2.การกระทำของนางรุจินันต์ สรสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางศิวิมล แก้ววิจิตร ผู้ถูกกล่าวหา ที่ 3 และนายถวัลย์ณจักษณ์ สนพะเนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุน เจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172)
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใด มิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม
และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11 และมาตรา 12
และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาล จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง
3.การกระทำของนางสาวอุทัยทิพย์ แก้วมณี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 บริษัท เพลย์กราวน์ แอนด์ ฟิตเนส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 นายอัครชานนท์ หรือภูมิพัฒน์ หรือโกวิท สามสีเนียม ผู้ถูกกล่าวหา ที่ 9 บริษัท อินนิ่ง จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 นางสาวสุภาภรณ์ หรือปรียนันท์ ตันติสุภาพงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 ที่ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86
ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญา กับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม
และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทาการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
4.ส่วนนางรัศมี คาพวง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
5.สำหรับบริษัท ไลฟ์สตรอง เซอร์วิส จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 ศาลได้มีคำพิพากษาให้ล้มละลาย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 บริษัทเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236 (5) จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอานาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นางรุจินันต์ สรสิทธิ์ นางศิวิมล แก้ววิจิตร นายถวัลย์ณจักษณ์ สนพะเนา นางสาวอุทัยทิพย์ แก้วมณี บริษัท เพลย์กราวน์ แอนด์ ฟิตเนส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด นายอัครชานนท์ หรือภูมิพัฒน์ หรือโกวิท สามสีเนียม บริษัท อินนิ่ง จำกัด และนางสาวสุภาภรณ์ หรือปรียนันท์ ตันติสุภาพงศ์
และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นางรุจินันต์ สรสิทธิ์ นางศิวิมล แก้ววิจิตร และนายถวัลย์ณจักษณ์ สนพะเนา ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา