‘ครม.’ อนุมัติ ‘ก.คลัง’ กู้เงินจาก ‘เอดีบี’ กว่า 6.87 พันล้าน ลงทุนโครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของโรงพยาบาล 5 แห่ง
.......................................
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กระทรวงการคลัง (กค.) กู้เงินในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) สำหรับโครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรอบวงเงิน 211,909,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,873.53 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ
พร้อมทั้งเห็นชอบร่างสัญญาเงินกู้โครงการฯ (สัญญาเงินกู้ฯ) และเห็นชอบในการใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทตามเงื่อนไขที่กำหนดใน Asian Development Bank Ordinary Operations Loan Regulations ลงวันที่ 1 ม.ค.2565 ของ ADB และอนุมัติให้ รมว.คลังหรือผู้ที่รมว.คลังมอบหมายเป็นผู้ลงนามในสัญญาเงินกู้ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย รวมทั้งมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) จัดทำคำรับรองทางกฎหมาย (Lega Opinion) สำหรับสัญญาเงินกู้ของโครงการฯ ภายหลังจากที่ได้มีการลงนามในสัญญาเงินกู้ดังกล่าวแล้ว
นอกจากนี้ ครม.ยังมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ถูกระบุไว้ในคู่มือการปฏิบัติงาน ร่างสัญญาเงินกู้ กฎเกณฑ์ และระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของ ADB และเอกสารแนบท้ายสัญญาที่เกี่ยวข้อง ตามข้อสังเกตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ขอให้ สธ. บริหารสัญญาและกำกับดูแลผู้รับจ้างให้ดำเนินโครงการฯ อย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินการเบิกจ่ายเงินกู้ตามระยะเวลาที่กำหนด
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ก่อนหน้าที่ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2568 อนุมัติให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ดำเนินโครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข สป.สธ. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ของโรงพยาบาล 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลมะการักษ์ จังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้กรอบวงเงินรวมทั้งสิ้น 9,044.91 ล้านบาท ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2569-2573
ต่อมากระทรวงการคลัง (กค.) โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้จัดหาแหล่งเงินเพื่อดำเนินโครงการฯ ประกอบด้วย เงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) จำนวน 6,873.53 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 211,909,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินงบประมาณของ สธ. จำนวน 2,171.38 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนเงินกู้ต่องบประมาณประมาณร้อยละ 76 : 24 ของกรอบวงเงินโครงการฯ
รวมทั้ง กค. ได้ดำเป็นการเจรจาร่างสัญญาเงินผู้และเอกสารที่เกี่ยวกับ ADB แล้ว โดยคณะกรรมการ ADB ได้อนุมัติเงินกู้มือวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ต่อมา กค. ได้ส่งร่างสัญญาโครงการฯ และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) และสำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) พิจารณาแล้ว ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงาน ได้ให้ข้อสังเกตเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการของ สบน. และ กค.
โดย สบน. ได้ดำเนินการตามข้อสังเกตดังกล่าวด้วยแล้ว กค.จึงขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างสัญญาในกู้โครงการฯ และเอกสารที่เกี่ยวข้องและขอให้ใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทตามที่กำหนดในร่างสัญญาสัญญาเงินกู้โครงการฯ รวมทั้งอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการทรวงการคลังมอบหมายเป็นผู้ลงนามในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยในสัญญาเงินกู้โครงการฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา