
ปปง.ยึดทรัพย์ 5.4 แสน คดีหลอกลวงแรงงานอ้างส่งนิวซีแลนด์ ‘บริษัท กงจูฯ’ กับพวก ทั้งมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มฯ-พระเครื่อง-เงินฝาก แฉพฤติการณ์หลอก 23 ราย เสียหายกว่า 3.7 ล้าน อัยการสั่งฟ้องศาลอาญา ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.154/2569 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รายบริษัท กงจู วีซ่า จำกัด โดย นางสาวรัตน์ติยาพร กรรมการผู้มีอำนาจ กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน เป็นทรัพย์สิน รวม 22 รายการ มูลค่าประเมินเบื้องต้นประมาณ 544,168.68 บาท (ไม่รวมทรัพย์สินอีก 13 รายการที่อยู่ระหว่างการประเมินราคา) ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ BMW, พระเครื่อง, เครื่องประดับ, เงินสด, เงินสกุลต่างประเทศ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารต่าง ๆ
ที่มาของคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 บริษัท กงจู วีซ่า จำกัด โดยนางสาวรัตน์ติยาพร ร่วมกับพวกรวม 11 คน ได้กระทำการหลอกลวงผู้เสียหายจำนวน 23 ราย โดยอ้างว่าจะสามารถส่งไปทำงานที่ประเทศนิวซีแลนด์ได้โดยไม่ต้องผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและสูญเสียเงินรวมทั้งสิ้น 3,788,560 บาท เมื่อผู้เสียหายทราบว่าถูกหลอกลวงจึงรวมตัวกันแจ้งความร้องทุกข์ต่อกรมการจัดหางาน ซึ่งต่อมาได้มอบหมายให้นักวิชาการแรงงานชำนาญการ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
@ ตร.-อัยการสั่งฟ้องศาลอาญา
จากการสอบสวน พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง บริษัท กงจู วีซ่า จำกัด, นางสาวจรรยา (ผู้ต้องหาที่ 1), นางสาวรัตน์ติยาพร (ผู้ต้องหาที่ 2), นายอดิเรก (ผู้ต้องหาที่ 3), นายไฮไช (ผู้ต้องหาที่ 4), นายโอฬาร (ผู้ต้องหาที่ 5), นางสุกัญญา (ผู้ต้องหาที่ 6), นางสาวสุภาภรณ์ (ผู้ต้องหาที่ 7), นางสาวรจนา (ผู้ต้องหาที่ 8), นางสาวน้ำฝน (ผู้ต้องหาที่ 9) และนายธนกฤต (ผู้ต้องหาที่ 10) ในความผิดฐานร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
ต่อมา พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลอาญา ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
@ เปิดคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ 22 รายการ
คณะกรรมการธุรกรรม ในการประชุมครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 22 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569
คำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินมีรายละเอียดดังนี้
-
ทรัพย์สินที่ยึด รวม 15 รายการ ประกอบด้วย
-
รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ BMW (ติดภาระเช่าซื้อ) มูลค่าประเมิน 320,000 บาท ในชื่อ บริษัท กงจู วีซ่า จำกัด
-
พระเครื่องเลี่ยมกรอบคล้ายทอง, เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่, กำไลข้อมือพระ และตะกรุด ในความครอบครองของ นายอดิเรก (อยู่ระหว่างประเมินราคา)
-
นาฬิกาข้อมือสีทอง และเหรียญพระเครื่อง ในความครอบครองของ นางสาวจรรยา (อยู่ระหว่างประเมินราคา)
-
สร้อยข้อมือ, สร้อยคอพร้อมจี้ ร.5 และแหวนลักษณะคล้ายทองคำ ในความครอบครองของ นายโอฬาร (อยู่ระหว่างประเมินราคา)
-
เงินสด 6,500 บาท พร้อมเงินสกุลวอน (เกาหลีใต้) และเงินสกุลดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในความครอบครองของ นางสาวจรรยา
-
-
ทรัพย์สินที่อายัด รวม 7 รายการ มูลค่าประมาณ 217,668.68 บาท ประกอบด้วย
-
เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย และธนาคารทหารไทยธนชาต ในชื่อ นางสาวรัตน์ติยาพร
-
เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ และธนาคารทหารไทยธนชาต ในชื่อ นางสาวจรรยา
-
เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย ในชื่อ นางสาวรจนา
-
เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย ในชื่อ นายธนกฤต
-

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา