
'พิพัฒน์' ยืนยันโปรเจ็กต์ 'แหลมฉบังเฟส 3' ติดหล่มส่งมอบล่าช้า ยังไร้ค่าโง่ แม้กลุ่ม GPC ที่นำโดย 'กัลฟ์' เตรียมขอค่าชดเชยกว่า 4 พันล้านบาท เชื่อยังหารือกันได้ ชี้นโยบายลดบทบาทท่าเรืองกรุงเทพ ยังไปต่อ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 18 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของานถมทะเล บริเวณท่าเทียบเรือ F ซึ่งยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนได้นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งแก้ไขปัญหาทางเทคนิค คือประเด็นค่าความหนาแน่นของทรายถม หรือ ค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์ (Relative Density) ของวัสดุถมใต้ระดับน้ำ ในพื้นที่ท่าเทียบเรือ F ซึ่งมีความแตกต่างกัน ระหว่างสเปกที่ให้ผู้รัยเหมา กลุ่ม CNNC (กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วย บริษัท เอ็น.ที.แอล.มารีน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) บริษัท นทลิน จำกัด และ บริษัท จงก่าง คอนสตรั๊คชั่น กรุ๊ป จำกัด (ประเทศจีน)) ก่อสร้าง กับ สเปก ที่กำหนดในเงื่อนไขส่งมอบให้ผู้รับสัมปทาน คือ กิจการร่วมค้า GPC (ร่วมทุนระหว่างบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ร่วมกับบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT TANK) และ บริษัท เชค โอเวอร์ซี อินฟราสตรัคเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (CHEC OVERSEA INFRASTRUCTURE HOLDING PTE. LTD.: CHEC OVERSEA) ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 30 และร้อยละ 30 ตามลำดับ) ทำให้ต้องหาข้อสรุปด้านเทคนิคก่อนดำเนินการส่งมอบพื้นที่
ขณะนี้ กทท. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้รับสัมปทาน เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหา กรณีค่าความหนาแน่นของพื้นที่ทั้ง 2 ส่วน ให้ได้ข้อยุติอย่างดีที่สุด โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
“การที่ค่าความหนาแน่นมันไม่เท่ากันใน 2 ส่วน เป็นสิ่งที่เป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามหาทางทำให้ค่าความหนาแน่นทั้ง 2 ส่วนใกล้เคียง” นายพิพัฒน์กล่าว
@GPC ขอค่าชดเชย 4 พันล้าน ยังไม่คุย ยันไม่เกิดค่าโง่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ ทางกลุ่ม GPC ยื่นหนังสือเรียกรเองค่าชดเชย 4,000 ล้านบาท จากกรณีดังกล่าว ได้มีการดำเนินการอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเจรจาเรื่องดังกล่าว และจะไม่มีค่าโง่แน่นอน เรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ว่า ต้นตอของปัญหา ความผิดพลาดเกิดจากจุดไหน ให้ได้ก่อนว่า แล้วดูความเสียหายที่เกิดจากสาเหตุใดย้าง และใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบยืนยันว่า หากมีความเสียหาย เกิดขึ้น แม้ว่ามิติไหนก็แล้วแต่ ต้องมีผู้ที่รับผิดชอบแน่นอน
นายพิพัฒน์ระบุว่า ได้ให้ กทท. ตรวจสอบปัญหาโดยละเอียด และเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาหารือ เพื่อหาข้อสรุปเรื่องความรับผิดชอบ รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาและการส่งมอบพื้นที่ได้เมื่อใด เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้
สำหรับข้อกังวลว่าจะเกิดภาระค่าเสียหายกับภาครัฐ นายพิพัฒน์ยืนยันว่า รัฐบาลจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และไม่ต้องการให้เกิดภาระที่ไม่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน แม้จะมีปัญหาทางเทคนิคและข้อเรียกร้องจากเอกชน แต่กระทรวงคมนาคมยืนยันว่า โครงการแหลมฉบัง เฟส 3 ยังต้องเดินหน้าต่อ เพราะเป็นโครงการสำคัญต่อระบบการขนส่งและเศรษฐกิจของประเทศ
@ไปต่อลดบทบาท ท่าเรือกรุงเทพ
นายพิพัฒน์กล่าวถึงนโยบายลดบทบาท ท่าเรือกรุงเทพ (ท่าเรือคลองเตย) ว่า ขณะนี้ ยังคงยืนยัน ที่จะนำการให้บริการท่าเรือมารวมศูนย์อยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง แห่งเดียว เนื่องจากต้องการนำพื้นที่บริเวณท่าเรือกรุงเทพฯปัจจุบันมาพัฒนาเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ให้กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพิ่มขึ้น
โดยได้มอบหมายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ศึกษาความเป็นไปได้ หากผลศึกษาเห็นว่า ยังคงมีความจำเป็นมีบริการท่าเรืออยู่ก็จะจะคงพื้นที่บางส่วนไว้เฉพาะที่จำเป็น เช่น รองรับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วเช่น อาหารสดหรือผลไม้สด ซึ่งจะต้องศึกษาความเหมาะสมเป็นรายกรณี หากผลการศึกษาพบว่าสามารถดำเนินการได้ ต้องการปิดการดำเนินงานท่าเรือกรุงเทพให้ได้ 100% เพื่อนำพื้นที่ไปพัฒนาในเชิงพาณิชย์ และสร้างรายได้ระยะยาวให้กับ กทท.
“ถ้าเราสามารถปิดได้ทั้งหมด 100% เราจะปิด แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งบางส่วน เราก็จะต้องทำการศึกษาว่าสิ่งที่ต้องคงไว้มีความสำคัญขนาดไหนที่ต้องเก็บไว้ในกรุงเทพมหานคร ขอให้รอผลศึกษา” นายพิพัฒน์กล่าว
นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องนี้ ตนได้มอบหมายให้ประธานบอร์ด กทท. และรักษาการผู้อำนวยการ กทท. ไปศึกษาย้อนกลับไปถึงเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังว่า มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร รวมถึงบทบาทในการแบ่งเบาภาระของท่าเรือคลองเตย เพื่อใช้ประกอบการกำหนดแนวทางในอนาคต
นายพิพัฒน์ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการบริหารจัดการ 26 ชุมชนรอบท่าเรือกรุงเทพเบื้องต้น หากต้องมีการย้ายชุมชน การท่าเรือฯ จะต้องจัดสร้างที่อยู่อาศัยใหม่เพื่อทดแทนพื้นที่เดิม และต้องทยอยดำเนินการเป็นระยะ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการก่อสร้างและเคลื่อนย้ายประชาชน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ต้องการเห็นภาพของนโยบายนี้มีความชัดเจนภายในรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่การดำเนินการจนเห็นผลสำเร็จอาจเกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบันหรือรัฐบาลถัดไป ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่เหมาะสม

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา