
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส สรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ในฝรั่งเศส ดังนี้
1.สถิติวันพุธที่ 29 เม.ย.2563 (เวลา 14.00 น.)
- ยอดผู้ป่วยติดเชื้อจากการตรวจ Test PCR จำนวน 128,442 ราย (เพิ่มขึ้น 1,607 ราย) ซึ่งรวมข้อมูลผู้ที่พบการติดเชื้อจากการตรวจ test PCR ในบ้านพักคนชราแล้ว แต่ไม่รวมผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อแต่มิได้ทำการตรวจ test
- รักษาอยู่ที่ รพ. 26,834 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 1,070 ราย นับเป็นวันที่ 15 ติดต่อกันที่มีจำนวนผู้ป่วยรักษาตัวที่ รพ. น้อยลง (650 ราย) และรักษาหายออกจาก รพ. แล้ว 48,228 ราย (เพิ่มขึ้น 1,342 ราย)
- อาการหนัก 4,207 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 110 ราย นับเป็นวันที่ 21 ติดต่อกันที่ยอดรวมของผู้ป่วยอาการหนักลดลงจากวันก่อนหน้า (จำนวน 180 ราย)
- เสียชีวิตที่ รพ. 15,053 ราย (เพิ่มขึ้น 243 ราย) เสียชีวิตที่บ้านพักคนชราและที่ศูนย์การแพทย์สังคม (établissements médico-sociaux) 9,034 ราย (เพิ่มขึ้น 184 ราย)
**รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 24,087 ราย ** (เพิ่มขึ้น 427 ราย)
2. การเสนอแผนผ่อนปรนมาตรการ Lockdown ต่อรัฐสภา
ตามที่นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสได้เสนอแผนยุทธศาสตร์การผ่อนปรนมาตรการห้ามออกจากที่พักต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อบ่ายวันที่ 28 เม.ย.2563 นั้น สส. หลายพรรค (พรรค la France insoumise, Rassemblement national, Parti socialiste, les Répulicains) ได้อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวิกฤติทางสาธารณสุขและแผนยุทธศาสตร์ฯ ของรัฐบาลอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นการเปิดสถานศึกษา และในการลงมติในช่วงค่ำของวันเดียวกัน ปรากฏว่ามี สส. 368 รายเห็นชอบต่อแผนฯ 100 รายไม่เห็นชอบ และ 100 รายงดออกเสียง
นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสมีกำหนดเสนอแผนยุทธศาสตร์ฯ ต่อวุฒิสภา ในวันที่ 4 พ.ค. เวลา 14.30 น. โดยวุฒิสภาจะอภิปรายและลงมติเช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎร โดยจะเป็นการเสนอแผนฯ ที่ได้ปรับเพิ่มตามความเห็นของผู้แทนองค์กรท้องถิ่น ผู้แทนนายจ้างและผู้แทนภาคแรงงานแล้ว ซึ่งจะมีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น
3. ผลสำรวจความคิดเห็นต่อแผนผ่อนปรนมาตรการ Lockdown ของนสพ. Les Échos (โดยสถาบัน OpinionWay) พบว่า
- ชาวฝรั่งเศสส่วนมากเห็นพ้องกับแผนดังกล่าว ยกเว้นในประเด็นการทยอยเปิดสถานศึกษา ซึ่งมีประชาชนสนับสนุนเพียงร้อยละ 49 (โดยอีกร้อยละ 49 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 2 ไม่แสดงความคิดเห็น)
- มาตรการที่ได้รับการสนับสนุนเกินร้อยละ 80 ได้แก่ การขยายเวลาการทำงานจากที่พัก (93%) การบังคับให้สวมหน้ากากในระบบขนส่งสาธารณะ (91%) การยกเลิก events ทางกีฬาและวัฒนธรรม (82%) การออกจากที่พักโดยไม่ต้องมีแบบฟอร์มขออนุญาต (80%) และการห้ามจัดพิธีกรรมทางศาสนาถึงวันที่ 2 มิ.ย. (80%)
- มาตรการที่ได้รับการสนับสนุนเกินร้อยละ 60 ได้แก่ การปิด รร. ม. ปลาย (77%) การจำกัดการชุมนุมไม่ให้เกิน 10 คน (77%) การอนุญาตให้ตลาดเปิดบริการ (75%) การบังคับใช้มาตรการทางสาธารณสุขที่เข้มงวดกว่าพื้นที่อื่นใน จ. ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจำนวนมาก (74%) การจำกัดจำนวน นร. ไม่ให้เกิน 15 คนต่อชั้นเรียน (67%) การปิด cafés และร้านอาหารอย่างน้อยถึงต้นเดือน มิ.ย. (62%) และการเปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก (61%)
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประชาชนเพียงร้อยละ 40 ที่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพในการรับมือกับวิกฤติทางสาธารณสุขของรัฐบาล โดยร้อยละ 72 เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่สามารถทำการตรวจสอบผู้ที่มีอาการป่วยได้ทุกคน (เพิ่มขึ้น 5% จากเมื่อวันที่ 14 เม.ย.)
4. การทยอยเปิดสถานศึกษา
รมว. ศึกษาฯ ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ช่อง BFM แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทยอยเปิดสถานศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์การผ่อนปรนมาตรการห้ามออกจากที่พักของนายกรัฐมนตรี สรุปได้ ดังนี้
- ไม่แนะนำให้แบ่งกลุ่ม นร. เพื่อทำการเรียนการสอนกลุ่มละครึ่งวัน แต่แนะนำให้แบ่งกลุ่มสอนเต็มวันโดยอาจสลับกลุ่มกันในช่วงต้นและท้ายของสัปดาห์ หรือสลับกันทีละสัปดาห์
- ย้ำว่าในชั้นนี้ยังมีการสอบปากเปล่าวิชาภาษาฝรั่งเศสสำหรับ นร. ชั้น Première (เทียบเท่า ม. 5) ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. เนื่องจากไม่มีคะแนนเก็บ (note de contrôle continu) ของวิชานี้ในชั้น Première
- ยังคงไว้ซึ่งกำหนดวันปิดเทอมฤดูร้อนในวันที่ 4 ก.ค. โดยจะมีการจัดระบบช่วยติวหนังสือในช่วงฤดูร้อน บนพื้นฐานของความสมัครใจด้วย
5. สิทธิตาม chômage partiel ในการหยุดงานเพื่อดูแลบุตร
ก.แรงงานประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2563 ผู้ปกครองที่ต้องหยุดงานเนื่องจากต้องดูแลบุตรอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งประสงค์ได้รับสิทธิตามมาตรการพักงานโดยยังได้รับเงินเดือนอยู่ (chômage partiel) จะต้องขอเอกสารรับรองจากสถานศึกษาว่าไม่สามารถรับบุตรเข้าเรียนที่สถานศึกษาได้ แต่หากเป็นการเลือกที่จะไม่ส่งบุตรไปสถานศึกษาโดยความสมัครใจ จะไม่สามารถได้รับสิทธิภายใต้มาตรการ chômage partiel และต้องใช้วันลาประเภทปกติ
6. การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสฯ ในทัณฑสถาน
ก.ยุติธรรมแจ้งว่า สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ในทัณฑสถานได้แล้ว โดยปัจจุบันมี จนท. ติดเชื้อไวรัสเพียง 42 ราย และนักโทษติดเชื้อเพียง 28 ราย และมี จนท. เสียชีวิต 1 รายและนักโทษเสียชีวิต 1 ราย โดยน่าจะมีสาเหตุเนื่องมาจากการลดโทษจำคุก 2 เดือนให้แก่นักโทษซึ่งใกล้พ้นโทษที่มิได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายหรือความรุนแรงในครอบครัวโดยให้กักตัวต่อที่ที่พำนัก การเลื่อนการพิจารณาคดีที่ไม่เร่งด่วนออกไปก่อนและอัตราการก่ออาชญากรรมลดลงกว่าปกติในช่วงบังคับใช้มาตรการห้ามออกจากที่พัก เป็นผลให้ ณ วันที่ 23 เม.ย. เหลือนักโทษต้องขังในทัณฑสถานเพียง 61,100 ราย (ลดลงถึง 11,500 รายจากเมื่อวันที่ 16 มี.ค.) และยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ปัจจุบันมีจำนวนห้องขังมากกว่านักโทษ (ซึ่งปกติจะมีจำนวนนักโทษมากกว่าห้องขังประมาณร้อยละ 110-140 โดยฝรั่งเศสถูกศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปลงโทษในประเด็นนี้เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2563)
7. การวางขายหน้ากากผ้า
รมช.ก.เศรษฐกิจและการคลัง (นาง Agnès Pannier-Runacher) แจ้งว่า จะเริ่มมีการวางขายหน้ากากผ้าซึ่งสามารถซักทำความสะอาดได้ในราคาประมาณ 2-3 ยูโร ในบางกลุ่มซุปเปอร์มาร์เก็ต/hypermarkets ในช่วงสัปดาห์หน้า และในซุปเปอร์มาร์เก็ต/hypermarkets ทุกแห่งตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา