
ก้าวใหม่ของ สสส. : วัคซีนสังคมด้านสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกัน 5 ด้านให้คนไทย
ในโลกที่ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าที่เคย การสร้างโรงพยาบาลเพิ่มหรือการรักษาเมื่อเกิดโรคอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากสังคมยังขาดภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นรอบตัว การสร้างเสริมสุขภาพจึงต้องก้าวจากการแก้ปัญหาปลายเหตุ ไปสู่การป้องกันและจัดการต้นเหตุของปัญหาอย่างเป็นระบบ
ตลอดเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ทำหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนจำนวนมากในทุกระดับทั่วประเทศ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เชิงสังคม และเชิงพฤติกรรมในวงกว้างที่มีผลดีต่อสุขภาพคนไทย
หากเปรียบเทียบกับการแพทย์ วัคซีนทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสามารถป้องกันและรับมือกับโรคได้ก่อนที่จะเกิดความรุนแรง สสส. ก็มีบทบาทเช่นเดียวกันในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางสังคมด้านสุขภาพ” ให้กับประชาชน ชุมชน และสังคมไทย เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดโรค ความสูญเสีย และผลกระทบทางสังคม
โลกใหม่กับความท้าทายด้านสุขภาพที่ซับซ้อนขึ้น
ปัจจุบัน สุขภาพของประชาชนไม่ได้ถูกกำหนดเพียงจากการเจ็บป่วยหรือการเข้าถึงบริการสาธารณสุข แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ขณะที่จำนวนเด็กและเยาวชนลดลง ส่งผลต่อโครงสร้างประชากรและภาระทางสุขภาพในอนาคต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อโรคภัย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตของประชาชนมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังเกิดปัจจัยเสี่ยงรูปแบบใหม่จากธุรกิจที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบต่าง ๆ บุหรี่ไฟฟ้า การส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การพนันออนไลน์ การหลอกลวงขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการค้าหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
พฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม การรับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ การขาดกิจกรรมทางกายหรือภาวะเนือยนิ่ง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ขณะที่ความเหงา ความเครียด ความวิตกกังวล ปัญหาสุขภาพจิต และการใช้สารเสพติด กำลังกลายเป็นความท้าทายใหม่ของสังคมไทย
นอกจากนี้ อุบัติเหตุและความรุนแรงจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาความยากจน หนี้สิน การขาดโอกาส ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความเปราะบางของประชากรบางกลุ่ม ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาวะของคนไทยอย่างมีนัยสำคัญ
โอกาสใหม่ของการสร้างเสริมสุขภาพ
ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ สังคมไทยยังมีโอกาสสำคัญในการพัฒนาสุขภาวะของประชาชน
ประชาชนมีความตื่นตัวด้านสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพตนเองและการแสวงหาความรู้ของผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันยังมีโอกาสในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
สังคมไทยยังคงมีจุดยืนที่ชัดเจนในการไม่ยอมรับบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า สารเสพติดนิโคติน และยาเสพติด มีการพัฒนามาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น มีการใช้มาตรการภาษีและนโยบายเพื่อส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงการขยายบริการและความเข้าใจด้านสุขภาพจิต สุขภาวะทางเพศ
การพัฒนาระบบเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยง การส่งเสริมบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และภาคประชาชน ตลอดจนการสร้างระบบรองรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ คนไร้บ้าน แรงงานข้ามชาติ คนข้ามเพศ และประชากรในพื้นที่เปราะบาง ล้วนเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพ
ความสำเร็จของ สสส. : จากการลดปัจจัยเสี่ยงสู่การสร้างวัฒนธรรมสุขภาพ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สสส. และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงสำคัญให้กับสังคมไทย
อ้างอิง สำนักข่าวอิสรา
สสส. : ต้นแบบการนำภาษีบุหรี่และเหล้า สู่การสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืนระดับโลก
วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 12:00 น.
เขียนโดย วิทยา กุลสมบูรณ์
https://www.isranews.org/article/isranews-article/147608-sss.html
ประเทศไทยสามารถลดการบริโภคยาสูบ จำกัดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังเกิดการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งผ่านตำบลสุขภาวะ ชุมชนสร้างสุข องค์กรสุขภาวะ และสถานศึกษาลดปัจจัยเสี่ยง
สสส. ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมสุขภาพใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพ งานบุญปลอดเหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา สงกรานต์ปลอดเหล้า งานศพปลอดเหล้า แนวคิด “ให้เหล้าเท่ากับแช่ง” และกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ซึ่งช่วยเปลี่ยนค่านิยมของสังคมให้เอื้อต่อสุขภาวะมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนารูปแบบงานสร้างเสริมสุขภาพในกลุ่มประชากรเฉพาะ เช่น เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนไร้บ้าน แรงงานนอกระบบ ผู้ขับขี่ส่งอาหาร ผู้ต้องขัง และชุมชนมุสลิม ตลอดจนการส่งเสริมสุขภาพด้านอาหาร การออกกำลังกาย สุขภาพจิต สุขภาวะทางเพศ สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองผู้บริโภค
สสส. : วัคซีนสังคมด้านสุขภาพ* สร้างภูมิคุ้มกัน 5 ด้าน
ก้าวต่อไปของ สสส. ควรเป็น การยกระดับการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางสังคมด้านสุขภาพ” เพื่อให้สังคมไทยสามารถป้องกันและรับมือกับปัจจัยเสี่ยงที่ซับซ้อนมากขึ้น ผ่านการสร้างภูมิคุ้มกัน 5 ด้านที่ทำงานเชื่อมโยงกัน
1. ภูมินโยบาย (Policy Immunity)
สร้างนโยบายและกติกาสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพ เช่น การควบคุมยาสูบ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความปลอดภัยทางถนน ภาษีสุขภาพ จากบุหรี่สุรา และนโยบายอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ระบบสังคมช่วยลดปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง
2. ภูมินิเวศ (Environmental Immunity)
สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ ทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย เมืองสุขภาวะ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ พื้นที่ปลอดบุหรี่ และสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยจากการพนัน การหลอกลวง และการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
3. ภูมิชุมชน (Community Immunity)
เสริมพลังให้ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดการปัญหาสุขภาพในพื้นที่ได้ด้วยตนเอง สร้างเครือข่ายสุขภาวะและทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง
4. ภูมิบุคคล (Personal Immunity)
พัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ ทักษะชีวิต และความสามารถในการดูแลตนเอง ให้ประชาชนรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง สามารถเลือกวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ และรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารในโลกดิจิทัล
โดยอาศัยทั้งการใช้สื่อสร้างวัฒนธรรมสุขภาพ และสื่อบุคคลสมัยใหม่สร้างพฤติกรรมสุขภาพ
5. ภูมิระบบบริการ (Service System Immunity)
สนับสนุนระบบบริการสุขภาพและระบบสนับสนุนทางสังคมให้เข้าถึงง่าย มีคุณภาพ และเชื่อมโยงงานส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟูอย่างครบวงจร โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเปราะบางและประชากรที่เข้าไม่ถึงบริการ
เมื่อภูมิคุ้มกันทั้ง 5 ด้านทำงานร่วมกัน จะช่วยให้ประชาชน ชุมชน และสังคมไทยสามารถป้องกัน ลด และรับมือกับปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพได้อย่างยั่งยืน
ก้าวใหม่ของ สสส. : มุ่งสู่ Precision Health Promotion Outcome
การดำเนินงานในระยะต่อไปของ สสส. ควรจะมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์สุขภาวะแบบเฉพาะเจาะจง (Precision Health Promotion Outcome) โดยกำหนดเป้าหมายเชิงพื้นที่และเชิงประชากรในประเด็นสุขภาพที่สำคัญ สามารถติดตาม ประเมินผล และเรียนรู้ผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
แนวทางดังกล่าวควรดำเนินควบคู่กับการสร้าง “Area-Based Sustainable Health Ecology” หรือระบบนิเวศสุขภาวะที่ยั่งยืนในพื้นที่ โดยอาศัยหลักการสำคัญคือ “People Participation and Ownership” หรือการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของของประชาชน
ในบริบทของการกระจายอำนาจด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบทบาทขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล การทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นกลไกสำคัญในการระดมทรัพยากรและออกแบบมาตรการที่ตอบโจทย์ประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
ภารกิจสำคัญในอนาคต
แม้บริบทสังคมจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ภารกิจสำคัญของ สสส. ยังคงเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงจากยาสูบ บุหรี่ไฟฟ้า สารนิโคตินทุกรูปแบบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อุบัติเหตุ และยาเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง Nicotine Free Generation หรือคนรุ่นใหม่ที่ปลอดนิโคติน และการส่งเสริมวัฒนธรรมใหม่ของสังคมที่ลดการพึ่งพาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านแนวคิด Sober Drink และ Sober Party หรือการสังสรรค์ที่ไม่ต้องอาศัยแอลกอฮอล์เป็นศูนย์กลาง
ขณะเดียวกัน สสส. ควรจะให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงใหม่ ได้แก่ สุขภาพจิต การพนันออนไลน์ ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสินค้าหรือบริการดิจิทัลที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจในการลดผลกระทบด้านสุขภาพจากสินค้าและบริการต่าง ๆ
สู่สังคมสุขภาวะที่ยั่งยืน
ในท้ายที่สุด การสร้างสุขภาพไม่ใช่เพียงการรักษาคนป่วย แต่คือการสร้างสังคมที่ทำให้คนไม่ป่วย ลดความสูญเสีย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่ต้นทาง
สสส. จึงไม่ได้เป็นเพียงองค์กรสนับสนุนโครงการสุขภาพ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “วัคซีนสังคมด้านสุขภาพ” ให้กับประเทศไทย ผ่านการสร้างภูมิคุ้มกัน 5 ด้าน ได้แก่ ภูมินโยบาย ภูมินิเวศ ภูมิชุมชน ภูมิบุคคล และภูมิระบบบริการ
เมื่อภูมิคุ้มกันทั้ง 5 ด้านทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง จะช่วยให้คนไทยป่วยน้อยลง อยู่ดีขึ้น ชุมชนเข้มแข็งขึ้น และประเทศสามารถรับมือกับความท้าทายทางสุขภาพในอนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ก้าวใหม่ของ สสส. จึงไม่ใช่เพียงการสร้างเสริมสุขภาพของคนไทย แต่คือการสร้างสังคมที่มีภูมิคุ้มกัน มีความหวัง และมีสุขภาวะที่ดีสำหรับคนไทยทุกคน
หมายเหตุ
*คำว่า สสส. เป็น วัคซีนสังคมด้านสุขภาพ นำเสนอโดย นพ. สุรเชษฐ์ สถิตนิรมัย รองประธานคนที่ 2 กรรมการกองทุน สสส ได้กล่าวไว้ ในการประชุมหารือการเตรียมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ สสส ระยะ 5 ปี
บทความนี้ เป็น ความเห็นส่วนบุคคล ไม่ผูกพันธ์ องค์กร สสส
ผู้เขียน
รศ ดร ภก วิทยา กุลสมบูรณ์
กรรมการกองทุน สสส และ ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ สสส
18 กรกฎาคม 2569

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา