
“…มาตรา 6 ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งพิจารณาให้บุคคลล้มละลายที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมนั้นต่อไปได้ หากการปฏิบัติงานในหน้าที่ของบุคคลล้มละลายนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารของตำแหน่งงาน หรือสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่บุคคลล้มละลายดำรงอยู่…”
.....................................
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 17 ก.พ. คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) เสนอ
ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มีสาระสำคัญ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย ในการรับราชการหรือเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ รวม 12 ฉบับ
โดยกำหนดให้การเป็น ‘บุคคลล้มละลาย’ ไม่เป็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพบางประการ และกำหนดให้ ‘บุคคลล้มละลายทุจริต’ ยังเป็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพเช่นเดิมต่อไป เพื่อป้องกันมิให้บุคคลนั้นกลับมาสร้างความเสียหายต่อสังคมได้อีก
และกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง สามารถพิจารณาให้ ‘บุคคลที่ถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย’ สามารถดำรงตำแหน่งเดิมต่อไปได้ หรือกำหนดให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งสามารถพิจารณาให้บุคคลล้มละลาย ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่เหมาะสม โดยอาจพิจารณาให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งเดิมได้ ภายหลังจากที่ได้รับการปลดจากการล้มละลายแล้ว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาบุคลากรที่ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพที่มีความรู้ ความสามารถให้อยู่ในระบบต่อไป และเพื่อเป็นการลดข้อจำกัดหรืออุปสรรคในการดำรงชีวิตของประชาชน อีกทั้งเพื่อไม่ให้เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลมากเกินสมควร ซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ
โดยหลังจากนี้ จะมีการเสนอร่างฉบับนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาก่อน และเมื่อ สคก. ตรวจพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำเสนอ ครม.ชุดใหม่พิจารณาอีกครั้ง นั้น (อ่านประกอบ : คนล้มละลาย‘รับราชการ’ได้! ครม.เคาะร่าง พ.ร.บ.กำหนดลักษณะต้องห้าม‘ดำรงตำแหน่ง-ประกอบอาชีพ’)
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ ดังนี้
@เป็น‘บุคคลล้มละลาย’ต้องไม่เป็นข้อจำกัดดำรง‘ตำแหน่ง-ประกอบอาชีพ’
บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย พ.ศ. ....
หลักการ
สมควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย
เหตุผล
โดยที่การดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลายในปัจจุบัน มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง ส่งผลให้บุคคลล้มละลายขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพจากกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
ผลกระทบของการกำหนดข้อจำกัดในการดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลายในกฎหมาย เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายหลายฉบับที่ใช้บังคับในปัจจุบันยังคงนำเหตุแห่งการเป็นบุคคลล้มละลายมาเป็นข้อจำกัดในการดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพ
โดยแบ่งเป็นบทบัญญัติในการประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลาย ออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ 1) ห้ามดำรงตำแหน่งสำคัญ 2) ห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน 3) ห้ามรับราชการ และ 4) ห้ามประกอบอาชีพและการกำหนด
ข้อจำกัดดังกล่าวมีแนวทางที่ไม่ชัดเจน ได้แก่ เหมารวมว่าบุคคลล้มละลายไร้ความสามารถ การล้มละลายไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ดีเสมอไป ข้อจำกัดดังกล่าวไม่เป็นประโยชน์และไม่คุ้มค่า และขัดต่อหลักสากลในเรื่องการเคารพสิทธิของบุคคลและการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
จึงสมควรกำหนดแนวทางเพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในกรณีที่มีการกำหนดให้มีการห้ามดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพของบุคคลที่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย ควรกำหนดห้วงเวลาการห้าม เพื่อมิให้เป็นการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลมากเกินสมควร
แต่สำหรับบุคคลที่ล้มละลายทุจริตนั้น อาจนำมาเป็นข้อจำกัดต่อไปได้ เพื่อป้องกันมิให้บุคคลนั้นกลับมาสร้างความเสียหายต่อสังคมได้อีก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาบุคลากรที่ดำรง ตำแหน่งหรือประกอบอาชีพที่มีความรู้ ความสามารถ ให้อยู่ในระบบต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
@‘บุคคลล้มละลาย’ยังดำรงตำแหน่งใน‘หน่วยงานของรัฐ’ได้
ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย พ.ศ. ....
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย
เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อลดความไม่สอดคล้องกับสถานการณ์หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือประกอบอาชีพ มิให้เป็น ภาระแก่ประชาชน อันจะเป็นการสร้างความเป็นธรรมและลดข้อจำกัดในการดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพของบุคคลล้มละลายในกฎหมาย ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 77 และมาตรา 258 ค (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย พ.ศ. ....”
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “บุคคลล้มละลายทุจริต” หมายความว่า บุคคลล้มละลายที่ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด ตามมาตรา 163 ถึงมาตรา 170 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 หรือเป็นบุคคลล้มละลายอันเนื่องมาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดฐานยักยอก หรือฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการกระทำความผิดอันมีลักษณะเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
“บุคคลล้มละลาย” หมายความว่า บุคคลที่ถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
“ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง” หมายความว่า ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่งตั้ง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ ผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการแต่งตั้งกรรมการ อนุกรรมการ
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐในฝ่ายบริหาร แต่ไม่หมายความรวมถึง หน่วยงานธุรการของรัฐสภา องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ
“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด
มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตราแห่งพระราชบัญญัติจำนวน 12 ฉบับ และให้ใช้ความตามที่ปรากฏในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา 5 ผู้ที่เป็นบุคคลล้มละลาย บุคคลล้มละลายทุจริต มีหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งทราบถึงการที่ตนตกเป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลล้มละลายทุจริตโดยไม่ชักช้า
มาตรา 6 ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งพิจารณาให้บุคคลล้มละลายที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมนั้นต่อไปได้ หากการปฏิบัติงานในหน้าที่ของบุคคลล้มละลายนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารของตำแหน่งงาน หรือสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่บุคคลล้มละลายดำรงอยู่
การพิจารณาของผู้มีอำนาจแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับกับตำแหน่งที่ต้องมีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรรมการผู้ได้รับการแต่งตั้ง และมีอำนาจการพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการเงิน โดยผู้มีอำนาจแต่งตั้งต้องกำหนดให้บุคคลล้มละลายไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และเมื่อบุคคลล้มละลายได้รับการปลด จากการเป็นบุคคลล้มละลายแล้วจึงสามารถกลับเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญดังกล่าวได้ ตามความเหมาะสม
การพิจารณาของผู้มีอำนาจแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้คำนึงถึงความร่วมมือของบุคคลล้มละลายในการแจ้งข้อมูลตามมาตรา 5 ประกอบด้วย
มาตรา 7 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
@เปิดบัญชีแนบท้ายแก้กม.12 ฉบับให้‘คนล้มละลาย’รับราชการ
บัญชีท้ายพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย พ.ศ. ....
1.พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546
“มาตรา 41 อธิการบดีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(7) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
2.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
“มาตรา 110 ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการได้ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ผู้สั่งให้ออกมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ แต่ในการสั่งให้อออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญ เหตุรับราชการนานจะต้องมีกรณีตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. ด้วย และการสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน นอกจากทำได้ในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตราอื่นตามพระราชบัญญัตินี้และกรณีที่กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการบัญญัติให้ผู้ถูกสั่งให้ออกมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนแล้ว ให้ทำได้ในกรณีต่อไปนี้ด้วย คือ
(3) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดขาดคุณสมบัติตามมาตรา 30 (1) (4) (5) (7) หรือ (8) ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ
(3/3) กรณีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดตกเป็นบุคคลล้มละลายทุจริตให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ”
3.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547
“มาตรา 7 ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ข. ลักษณะต้องห้าม
(6) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
4.พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547
“มาตรา 17 นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 16 (3) (4) และ (5) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระในวรรคหนึ่งแล้ว นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 16 (3) (4) และ (5) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(6) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
“มาตรา 21 กรรมการสภาวิชาการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระในวรรคหนึ่งแล้ว กรรมการสภาวิชาการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(5) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
“มาตรา 30 อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(6) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
5.พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2548
“มาตรา 16 นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 15 (3) (4) และ (5) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกใหม่อีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 15 (3) (4) และ (5) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(6) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
“มาตรา 25 อธิการบดีนั้นจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยการสรรหาตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากรของมหาวิทยาลัย
อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีและจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคสอง อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(4) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ”
6.พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554
“มาตรา 14 กรรมการซึ่งเป็นสมาชิก กรรมการซึ่งเป็นผู้รับบำนาญ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(2) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
7.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2554
“มาตรา 43 ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่ลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
ข.ลักษณะต้องห้าม
(4) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
8.พระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ.2558
“มาตรา 24 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 23 ผู้อำนวยการสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(7) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายโดยทุจริต”
“มาตรา 40 ผู้อำนวยการวิทยาลัยมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(8) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายโดยทุจริต”
9.พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2558
“มาตรา 7 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(3) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
10.พระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ.2559
“มาตรา 7 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(5) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
11.พระราชบัญญัติการบริหารการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด พ.ศ.2561
“มาตรา 6 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(3) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
12.พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565
“มาตรา 9 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(5) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต”
เหล่านี้เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับ ‘ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือประกอบอาชีพในกฎหมายของบุคคลล้มละลาย พ.ศ. ....’ และต้องติดตามกันต่อไปว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. และสภาผู้แทนราษฎร ได้เมื่อใด?
อ่านประกอบ :
คนล้มละลาย‘รับราชการ’ได้! ครม.เคาะร่าง พ.ร.บ.กำหนดลักษณะต้องห้าม‘ดำรงตำแหน่ง-ประกอบอาชีพ’
'คกก.วิธีปฏิบัติราชการ'สั่ง'ตร.'รับคำขอ'พิจารณาใหม่' ปม‘ดาบตำรวจ’ออกราชการเหตุ'ล้มละลาย'
'คนล้มละลาย'ทำงาน‘องค์กรภาครัฐ’ได้! ป.ย.ป.ฟังความเห็นฯร่างกม.แก้ไขเพิ่มเติมฯบุคคลล้มละลาย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา