
สธ. ยกระดับดูแลจิตใจนักเรียน-บุคลากร ต้อนรับเปิดเทอม ส่งทีม MCATT เยียวยาเชิงรุก-กรมอนามัยแนะ 7 แนวทางพ่อแม่รับมือข่าวสะเทือนใจ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิตและกรมอนามัย ร่วมกันเดินหน้ายกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมดูแลสุขภาพจิตของนักเรียน บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง ในช่วงการเตรียมความพร้อมกลับเข้าสู่โรงเรียน (Back to School) หลังเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรงและข่าวสารสะเทือนใจ เพื่อมุ่งเน้นให้โรงเรียนและบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์สำหรับเด็กทุกคน
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า กรมสุขภาพจิตได้เตรียมความพร้อมเชิงรุกเพื่อรองรับผลกระทบทางจิตใจและปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการฟื้นฟูจิตใจ โดยขับเคลื่อนระบบ HERO OBEC Care เป็นกลไกหลักภายใต้หัวใจสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ เฝ้าระวัง เรียนรู้ ดูแล และส่งต่อ
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้บุคลากรทางการศึกษาใช้ หลัก 3L ในการเฝ้าระวังใกล้ชิด ประกอบด้วย
-
Look (สังเกต) ติดตามความเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ พฤติกรรม และการเรียนอย่างต่อเนื่อง
-
Listen (รับฟัง) รับฟังด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสิน ไม่เร่งรัดให้เด็กเปิดเผยความรู้สึก
-
Link (เชื่อมโยง) ส่งต่อเข้าสู่ระบบช่วยเหลือที่เหมาะสมเมื่อพบสัญญาณความเสี่ยง
นอกจากนี้ โรงเรียนควรจัดบรรยากาศที่สงบ ยืดหยุ่นการจัดการเรียนการสอน ลดแรงกดดัน และเปิดโอกาสให้นักเรียนค่อย ๆ ปรับตัว โดยไม่คาดหวังให้ทุกคนกลับมาเป็นปกติในทันที
ด้าน นายแพทย์จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเสริมว่า ได้เตรียม ทีม MCATT ลงพื้นที่เยียวยาจิตใจและประเมินผลกระทบ พร้อมส่งเสริมการใช้เครื่องมือ Mental Health Check-In (MHCI) เพื่อคัดกรองสุขภาพจิตเบื้องต้น ตลอดจนฉีด “วัคซีนใจ” 4 ประการ ได้แก่
-
SAFE สร้างความปลอดภัยทั้งกายและใจ
-
CALM ลดความตื่นกลัวและความวิตกกังวล
-
HOPE สร้างความหวังและความเชื่อมั่น
-
CARE ดูแลด้วยความเข้าใจ ไม่ทอดทิ้ง
"ครูต้องระมัดระวังไม่ซักถามหรือกดดันให้เด็กเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ซ้ำ ๆ และงดเผยแพร่ภาพหรือคลิปสะเทือนใจ หากพบสัญญาณวิกฤต เช่น การทำร้ายตนเอง อาการตื่นตระหนกรุนแรง ให้รีบประสานทีม MCATT หรือสายด่วน 1323 ทันที" นายแพทย์จุมภฎ ระบุ
กรมอนามัยเปิด 7 ข้อแนะนำผู้ปกครอง "ฟังลูก-อยู่ข้างลูก-พากลับสู่ความปลอดภัย"
ขณะที่ นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แสดงความห่วงใยถึงผลกระทบจากการรับรู้ข่าวสารและภาพความรุนแรงในสื่อออนไลน์ โดยระบุว่า ผู้ใหญ่ต้องทำให้เด็กรู้ว่าไม่ได้เผชิญความรู้สึกนี้เพียงลำพัง และมีหน่วยงานกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ได้เสนอ 7 ข้อแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ปกครอง เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูก ดังนี้
-
ฟังก่อน อย่ารีบสอน เปิดโอกาสให้เด็กเล่าและถามอย่างตั้งใจ โดยไม่เค้นหรือบังคับ
-
พูดความจริงอย่างเหมาะสม ใช้ภาษาที่เหมาะกับวัย ไม่โกหก แต่ละเว้นรายละเอียดความรุนแรงที่ไม่จำเป็น
-
ย้ำคำว่า "ตอนนี้หนูปลอดภัย" อธิบายให้เด็กมั่นใจว่ามีผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่
-
งดให้เด็กเสพข่าวซ้ำ หลีกเลี่ยงภาพผู้บาดเจ็บ คลิปเหตุการณ์ หรือข้อความน่ากลัว
-
อย่าบังคับให้ "เข้มแข็ง" ยอมรับความรู้สึกกลัวของเด็ก เช่น สื่อสารว่า "กลัวได้ บอกได้ พ่อแม่อยู่ตรงนี้"
-
รักษากิจวัตรประจำวัน ควบคุมเวลาการกิน นอน เรียน และเล่นให้ใกล้เคียงปกติเพื่อสร้างความมั่นคงทางใจ
-
สังเกตอาการผิดปกติยืดเยื้อ หากเด็กฝันร้าย เก็บตัว ก้าวร้าว หรือไม่อยากไปโรงเรียน ให้รีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา