
พระปกเกล้าโพล สำรวจคนไทยอยากเห็นการปราบปรามซื้อขายปืนเถื่อน 9 ใน 10 กังวลการครอบครองปืนของคนไทยทั่วไป ขณะที่เกินครึ่ง 59% ไม่มั่นใจมาตรการคุมปืนของรัฐ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 18 กันยายน 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “มุมมองประชาชนต่อความปลอดภัยในสังคมและแนวทางควบคุมอาวุธปืน” ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. จากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ท่านคิดว่าแนวทางใดเหมาะสมที่สุดในการลดปัญหาจากอาวุธปืน ? (สำรวจโดย x Line Today) 45.1% ระบุ ควรปราบปรามปืนเถื่อนและการซื้อขายปืนผิดกฎหมาย สูงที่สุด รองลงมา 19.1% ควรเพิ่มโทษผู้ครอบครอง พกพา หรือใช้ปืนผิดกฎหมาย, 10.0% ควรควบคุมการขายปืน กระสุน และชิ้นส่วนปืนทางออนไลน์, 9.4% ควรบังคับใช้ข้อห้ามพกปืนในที่สาธารณะอย่างจริงจัง, 6.1% ควรมีระบบติดตามปืนและกระสุนตั้งแต่การซื้อจนถึงผู้ครอบครอง, 5.6% ควรตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ขอซื้อหรือครอบครองปืนให้เข้มงวดขึ้น, 2.9% ควรกำหนดวิธีเก็บปืนให้ปลอดภัยและให้แจ้งทันทีเมื่อปืนสูญหาย และ 1.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
ข้อนี้สะท้อนว่า ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับปัญหาปืนผิดกฎหมายและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย โดยมองทั้งการเข้าถึงอาวุธปืนและการนำปืนไปใช้ก่อเหตุเป็นประเด็นสำคัญ สะท้อนถึงความคาดหวังต่อการควบคุมที่เกิดผลในทางปฏิบัติ และความต้องการความปลอดภัยจากเหตุรุนแรงในชีวิตประจำวัน
2. “ปราบปืนเถื่อน” นำอันดับหนึ่งเกือบทุกภาค ส่วนกรุงเทพฯและภาคเหนือเลือก “เพิ่มโทษ” มากที่สุด“การปราบปรามปืนเถื่อน” เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (41.4%), ภาคกลาง (36.9%), ภาคใต้ (35.7%) และภาคตะวันออก (34.9%)กรุงเทพมหานคร (37.6%) เลือก “เพิ่มโทษ” สูงที่สุด เช่นเดียวกับภาคเหนือ (26.4%)
สำหรับข้อนี้สะท้อนว่า ความแตกต่างรายภูมิภาค สะท้อนว่า คนให้น้ำหนักกับแนวทางลดปัญหาอาวุธปืนแตกต่างกัน ทั้งการจัดการแหล่งปืนผิดกฎหมายและการเพิ่มโทษผู้ฝ่าฝืน โดยภาคเหนือมีสัดส่วนผู้เลือกสองแนวทางนี้ใกล้เคียงกัน
3. เกือบ 9 ใน 10 กังวลเรื่องการมีและการใช้อาวุธปืนของคนทั่วไป 88.2% มีความกังวลต่อการมีและการใช้อาวุธปืนของคนทั่วไป (กังวลมากที่สุดและค่อนข้างกังวล) ขณะที่ 10.3% ไม่กังวล (ไม่ค่อยกังวลและไม่กังวลเลย) และ 1.5% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
สะท้อนว่า ความกังวลที่ปรากฏเป็นคำตอบส่วนใหญ่ชัดเจน สะท้อนว่า การมีและการใช้อาวุธปืนของคนทั่วไปเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนอย่างกว้างขวาง
4. กว่าครึ่งมั่นใจน้อยต่อมาตรการควบคุมปืนในปัจจุบัน 59.9% มีความมั่นใจน้อยต่อการควบคุมอาวุธปืนปัจจุบันว่าจะป้องกันการนำปืนไปก่อเหตุได้ (มั่นใจน้อยและมั่นใจน้อยที่สุด) รองลงมา 20.3% มั่นใจปานกลาง และ 14.0% มั่นใจมาก (มั่นใจมากและมั่นใจมากที่สุด) โดยที่ 5.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
ผลสำรวจนี้ชี้วัดว่า ส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นมากนักว่าการควบคุมอาวุธปืนในปัจจุบันจะป้องกันการนำปืนไปก่อเหตุได้ เมื่อพิจารณาร่วมกับความกังวลเรื่องอาวุธปืน จึงสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างความรู้สึกไม่ปลอดภัยกับความเชื่อมั่นต่อมาตรการที่มีอยู่
5. รับซื้อปืนคืนยังเห็นต่าง แม้ผู้เห็นด้วยรวมกันเกินครึ่ง แต่รูปแบบที่สนับสนุนยังเสียงแตก 32.9% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เป็นคำตอบที่มีสัดส่วนสูงที่สุด รองลงมา 24.1% เห็นด้วยและต้องจำกัดจำนวนอาวุธปืนที่แต่ละคนครอบครอง, 16.4% เห็นด้วยกับการบังคับรับซื้อคืนทั้งหมดในราคาที่เป็นธรรม, 16.2% เห็นด้วยโดยให้เป็นไปตามความสมัครใจของเจ้าของอาวุธปืน และ 10.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
สะท้อนว่า ความคิดเห็นต่อนโยบายรับซื้อปืนคืนยังมีความหลากหลาย แม้การไม่เห็นด้วยจะเป็นคำตอบที่ได้รับเลือกมากที่สุด แต่ผู้เห็นด้วยทั้งสามรูปแบบมีสัดส่วนรวมกันเกินครึ่ง โดยยังมีความเห็นแตกต่างกันเรื่องเงื่อนไขการรับซื้อคืน สะท้อนว่า จุดยืนต่อนโยบายนี้สัมพันธ์กับเงื่อนไขการดำเนินการ ทั้งความสมัครใจ การจำกัดจำนวนครอบครอง และการบังคับรับซื้อคืน
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 38 ผลสำรวจสะท้อนว่า ความกังวลเรื่องอาวุธปืนอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อการควบคุมยังมีข้อจำกัด ประชาชนให้น้ำหนักกับการจัดการปืนผิดกฎหมายและการบังคับใช้อย่างจริงจัง แต่เมื่อเป็นมาตรการรับซื้อปืนคืน ความเห็นกลับแตกต่างกันตามรูปแบบและเงื่อนไข การแก้ไขปัญหาจึงควรทำให้ประชาชนเห็นผลของการควบคุมที่ชัดเจน ควบคู่กับการป้องกันตั้งแต่แหล่งซื้อขาย การตรวจสอบผู้ครอบครอง และการติดตามปืน พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ส่วนมาตรการใหม่ควรอธิบายเป้าหมายและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน เปิดรับข้อกังวล และประเมินผลก่อนขยายการดำเนินงาน

ที่มาภาพปก: https://pixabay.com/

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา