
‘ชัชชาติ’ สั่งลาก่อนจาก ประชุมแก้ปัญหาถนนกำแพงเพชร 7 เน้นบริเวณจุดตัดรถไฟแยกอโศก-ดินแดง ที่เพิ่งเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ สรุป 3 มาตรการล้อมคอก ‘กลับไปใช้สัญญาณไฟจราจร-ลงทุนระบบจราจรอัจฉริยะ-เชื่อมสัญญาณกับรฟท.
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศราว่า หลังจากที่เกิดเหตุรถไฟสินค้าขบวน 2126 เฉี่ยวชนรถเมล์สาย 206 บริเวณแยกอโศก-ดินแดง จนเกิดเพลิงลุกไหม้ เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บ 30 คน เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.วานนี้ (18 พ.ค. 69) ได้นัดประชุมผู้เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลถนนกำแพงเพชร 7 ซึ่งเป็นถนนที่เลียบทางรถไฟบริเวณดังกล่าว และเป็นถนนที่ กทม.กำกับดูแล
นายชัชชาติให้รายละเอียดกับสำนักข่าวอิศราว่า ได้เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดการระบบจราจรบนนถนนดังกล่าวให้ดี เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถราไปคร่อมอยู่บนรางรถไฟ เพราะส่วนหนึ่งเกิดจกการบริหารจัดการจราจรที่ไม่ดี โดยอาจจะไปดูเรื่องการบริหารสัญญาณไฟจราจรบริเวณนั้นใหม่ ใช้ระบบอัตโนมัติในการปรับสัญญาณไฟ เพื่อไม่ให้มีรถคาอยู่บนรางรถไฟได้หรือไม่ ซึ่งคงต้องระสานกับทางตำรวจจราจรกันต่อไป ตรงแยกนั้น กทม.มีสัญญาณไฟจราจรอยู่แล้ว แต่บางทีเปิดเป็นไฟกระพริบแทน เพราะการจราจรในย่านนั้นค่อนข้างหนาแน่น และได้สั่งการให้ไปดูจุดตัดอื่นๆในกทม.ที่มีทั้งหมด 32 จุด แล้วให้ใช้มาตรการเดียวกันนี้ไป
ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองผู้ว่าฯกทม.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับสำนักข่าวอิศราว่า ในการหารือวานนี้ (18 พ.ค.69) มี 3 ประเด็นสำคัญที่หารือกันคือ
1.ปรับลักษณะทางกายภาพของถนนกำแพงเพชร 7 โดยเฉพาะการกลับมาใช้สัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้ใช้วิธีเปิดไฟกระพริบตลอด ไม่เคยใช้สัญญาณไฟตามปกติ การใช้สัญญาณไฟจราจรปกติจะมีเฉพาะช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า ซึ่งจะมีตำรวจจราจรดูแลกำกับร่วมด้วย และพอพ้นจากช่วเวลาดังกล่าวแล้ว ก็จะใช้ไฟกระพริบแทน เมื่อเปิดเป็นไฟกระพริบ รถที่มาจากถนนกำแพงเพชร 7 ก็จะไหลมาเติมบนนถนนอโศก-ดินแดง ผนวกบนถนนอโศก-ดินแดง ปริมาณรถที่มาจากถนนรัชดาภิเษกก็จะมารวมกันตรงนี้ ทำให้การจราจรหนาแน่นมาก ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุดังกล่าว โดยมีความเห็นร่วมกนว่า ควรจะกลับมาใช้สัญญาณไฟจราจรในย่านนี้ นอกจากนี้ ในการปรับกายภาพของถนนกำแพงเพชร 7 ให้เลี้ยวซ้ายไปถนนอโศกง่ายขึ้น
2.การปรับไปใช้ระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ (Adaptive Traffic Control) ที่จะสามารถประเมินปริมาณรถที่จะปล่อยเพิ่มหรือจำกัดการไหลเวียนของปริมาณรถได้ ซึ่งกทม.มีแผนลงทุนจะทำระบบนี้อยู่้แล้วในปี 2569 วงเงินรวม 100 ล้านบาท จำนวน 50 จุด ตกจุดละ 2 ล้านบาท
และ 3. จะหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อเชื่อมสัญญาณไฟจราจกับสัญญาณเตือนขบวนรถไฟที่กำลังจะวิ่งผ่านจุดตัด โดยจะให้มีการกำหนดระยะขบวนรถไฟที่จะมาล่วงหน้า 2 กม.ก่อนถึงจุดตัด เพื่อวางแผนและเตรียมความพร้อมต่อไปในระยะยาว
ที่มาภาพ: Facebook ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา