
“…ที่ดินและอาคารดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นภาษีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ ระดับรัฐ ระดับจังหวัด และระดับเทศบาล ยกเว้นภาษีที่เรียกเก็บสำหรับบริการหรือการปรับปรุงสาธารณะในท้องถิ่นซึ่งสถานที่ดังกล่าวได้รับประโยชน์ ดังนั้นหนังสือแลกเปลี่ยนดังกล่าวจึงครอบคลุมการซื้อบ้านพร้อมที่ดินที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อใช้เป็นบ้านพักกงสุลใหญ่ สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องจัดทำหนังสือแลกเปลี่ยนฉบับใหม่…”
สืบเนื่องจากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาซื้อบ้านพร้อมที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นบ้านพักกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่ หลังใหม่ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569

อ่านข่าวประกอบ : ครม.อนุมัติ ‘อเมริกา-เนเธอร์แลนด์’ ซื้อที่ดินเพิ่ม เพื่อทำบ้านพักกงสุสใหญ่-สถานทูตใหม่
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำหรับรายละเอียดมติครม.ดังกล่าว ระบุข้อมูลของบ้านพร้อมที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อใช้เป็นบ้านพักกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริการ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประสงค์ขอซื้อ ตั้งอยู่บนโฉนดที่ดินเลขที่ 16420 เลขที่ดิน 146 หน้าสำรวจ 2356 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 1 ไร่ 87.6 ตารางวา (ตร.ว.) พร้อมอาคารซึ่งลักษณะเป็นบ้านพักอาศัยตึกสองชั้น ขนาด 725 ตารางเมตร (ตร.ม.) เลขที่ 208/24 หมู่ที่ 1 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า บ้านพร้อมที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาขอซื้อเพื่อใช้เป็นบ้านพักกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่ นั้น ประกอบด้วย
1.อาคารพักอาศัยคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น จำนวน 1 หลัง
2.อาคารโรงจอดรถคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 ชั้น จำนวน 1 หลัง
3. อาคารศาลาพักผ่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 ชั้น จำนวน 1 หลัง
4.อาคารห้องเครื่องคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 ชั้น จำนวน 1 หลัง
5. สระว่ายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 1 สระ
@ ไทม์ไลน์ขอซื้อ-ยุบสภา
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้แสดงความประสงค์ขอซื้อบ้านพร้อมที่ดินเพื่อใช้เป็นบ้านพักกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยฝ่ายสหรัฐอเมริกามีกระบวนการและขั้นตอนภายในเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีเพื่อการดังกล่าว
รวมทั้งฝ่ายสหรัฐอเมริกาได้แจ้งยกเลิกการเช่าและขอส่งคืนที่ราชพัสดุซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพักกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่ หลังปัจจุบัน ให้แก่กรมธนารักษ์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยแล้ว โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้จัดหาบ้านพร้อมที่ดินเพื่อใช้เป็นบ้านพักกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่แห่งใหม่ แล้ว
อย่างไรก็ตามฝ่ายสหรัฐอเมริกายังไม่สามารถดำเนินการซื้อและถือครองกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินดังกล่าวได้เนื่องจากต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยตามมติคณะรัฐมนตรี
โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 กระทรวงการต่างประเทศได้เสนอเรื่องนี้ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วสั่งการให้ยุติการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวและส่งเรื่องคืนกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเข้าข่ายต้องห้ามมิให้ ครม. ดำเนินการภายหลังยุบสภาผู้แทนราษฎร (12 ธ.ค.68) ตามนัยมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 (เรื่อง แนวทางปฏิบัติเนื่องมาจากมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร) และโดยที่ระยะเวลาได้ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้วจากการรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งความล่าช้าดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา โดยฝ่ายสหรัฐอเมริกาอาจพิจารณานำเรื่องความล่าช้าที่เกิดขึ้นไปดำเนินการต่างตอบแทนกับฝ่ายไทยในเรื่องอื่น ๆ
ดังนั้น เรื่องนี้จึงมีความเร่งด่วนที่ควรถูกพิจารณาบรรจุไว้ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีภายในต้นเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกาในอนาคตต่อไป
@ เทียบรบ.สหรัฐฯ-ไทย ถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาฯ-เช่าที่ราชพัสดุ
ข้อมูลการถือกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์และการเช่าที่ราชพัดของรัฐบาล สหรัฐอเมริกาในประเทศไทย ดังนี้
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาถือกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานคร รวม 42 รายการ แบ่งเป็นโฉนดที่ดิน จำนวน 9 แปลง และห้องชุด จำนวน 33 ห้องชุด ดังนี้
1. โฉนดที่ดินเลขที่ 16393 หน้าสำรวจ 424 เลขที่ดิน 163 ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน กรุงเทพมทานคร เนื้อที่ 1 ไร่
2. โฉนดที่ดินเลขที่ 16394 หน้าสำรวจ 425 เลขที่ดิน 162 ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 84 ตร.ว.
3. โฉนดที่ดินเลขที่ 16395 หน้าสำรวจ 426 เลขที่ดิน 31 ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 ไร่
4. โฉนดที่ดินเลขที่ 2962 หน้าสำรวจ 282 เลขที่ดิน 66 ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 22 ไร่ 14.7 ไร่
5. โฉนดที่ดินเลขที่ 920 หน้าสำรวจ 355 เลขที่ดิน 1 ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 39 ไร่ 79 ตร.ว.
6. โฉนดที่ดินเลขที่ 16528 หน้าสำรวจ 625 เลขที่ดิน 28 ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 งาน 39 ตร.ว.
7. โฉนดที่ดินเลขที่ 16529 หน้าสำรวจ 626 เลขที่ดิน 29 ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 3 งาน
8. โฉนดที่ดินเลขที่ 2709 หน้าสำรวจ 541 เลขที่ดิน 189 ตำบลปทุมวัน อำเภอปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 27 ไร่ 64 ตร.ว.
9. โฉนดที่ดินเลขที่ 2813 หน้าสำรวจ 436 ตำบลสาธร อำเภอบางรัก กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 2 งาน 37 ตร.ว.
10. ห้องชุดเลขที่ 110/1,110/2, 110/4, 110/5, 110/6,110/8,110/9,110/10,110/12, 110/13,110/14,110/16,110/34, 110/38, 110/42,110/46, 110/52, 110/56, 110/75 และ 110/79 ชื่ออาคารชุด มิลเลนเนียม เรสซิเดนท์ อาคารที่ 1 ตำบลคลองเตย อำเภอคลองเตย กรุงเทพมหานคร รวม 20 ห้องชุด
11. ห้องชุดเสธที่ 112/1, 112/5, 112/9, 112/9,112/13,112/21,112/25, 112/29, 112/33, 112/37,112/41,112/49, 112/53 และ 112/57 ชื่ออาคารชุดมิลเลนเนียม เรสซิเดนท์ อาคารที่ 2 ตำบลคลองเตย อำเภอคลองเตย กรุงเทพมหานคร รวม 13 ห้องชุด
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 รายการ คือ โฉนดที่ดินเลขที่ 15823 เลขที่ดิน 221 หน้าสำรวจ 730 ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 16 ไร่ 2 งาน 84.3 ไร่
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เช่าที่ราชพัสดุจากรัฐบาลไทย รวม 33 ไร่ 2 งาน 17 ตร.ว. ดังนี้
1.ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐเมริกาประจำประเทศไทย ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. 2669 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ 84 ไร่ เริ่มเช่าเมื่อปี 2490 ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 4,000 บาท โดยต่อสัญญาเช่าเป็นรายปี
2. สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชม. 1686 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 1 งาน 33 ตร.ว. เริ่มเช่าเมื่อปี 2493 ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 5,575.50 บาท โดยต่อสัญญาเช่าเป็นรายปี
@ รัฐบาลไทยถือกรรมสิทธิ์อสังหาฯในสหรัฐฯ 11 แห่ง
ข้อมูลการถือกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยในสหรัฐฯ
รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยถือกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้เป็นที่ทำการทางทูตและทางกงสุล และทำเนียบเอกอัครราชทูตและบ้านพักกงสุลใหญ่ไทยในสหรัฐอเมริกา จำนวน 11 แห่ง ได้แก่
1.กรุงวอชิงตัน จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วยที่ทำการสถานเอกอักอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ที่ทำการฝ่ายกงสุล และทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ ณ กรุงวอชิงต้น
2.นครนิวยอร์ก จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย ที่ทำการคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ทำเนียบเอกอัครราชทูตคคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ที่ทำการสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก และบ้านพักกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก
3. นครชิคาโก จำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วยที่ทำการสถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก และบ้านพักกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก
5. นครลอสแอนเจลิส จำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วยที่ทำการสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และบ้านพักกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 115,956.30 ตารางฟุต (หรือประมาณ 6 ไร่ 3 งาน 30.75 ตร.ว.)
ทั้งนี้ ตามมติครม.เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2501 ซึ่งอนุมัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับจำนวนเนื้อที่ดินที่รัฐบาลต่างประเทศสามารถซื้อไปเป็นที่ทำการและที่พำนักของเจ้าหน้าที่ทางการทูตเป็นจำนวนเนื้อที่ไม่เกิน 15 ไร่ โดยจะเป็นแปลงเดียวกันหรือมากว่าก็ตาม โดยเมื่อรัฐบาลต่างประเทศหนึ่งใดขอซื้อที่ดินเพื่อความประสงค์ดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศสามารถอนุมัติได้ แต่หากรัฐบาลต่างประเทศประสงค์จะซื้อเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่ได้วางไว้ (เกิน 15 ไร่) ก็ให้เสนอครม.เป็นราย ๆ ไป (ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐอเมริกาถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยเกินกว่า 15 ไร่ แล้ว)
@ ได้รับการยกเว้นภาษี อากร ค่าธรรมเนียม
รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ทำความตกลงในรูปแบบหนังสือแลกเปลี่ยน เลขที่ 898 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2509 (ค.ศ. 1966) ประกอบกับเลขที่ 0603/17819 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2509 และหนังสือแลกเปลี่ยนเลขที่ 248 ลงวันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 1998 ประกอบ กับเลขที่ 0605/811 ลงวันที่ 24 เมษายน 2541 (ค.ศ. 1998) ซึ่ง / กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ พิจารณาแล้วเห็นว่า / หนังสือแลกเปลี่ยนดังกล่าวมีสาระสำคัญระบุว่า รัฐบาลของแต่ละฝ่ายจะมีสิทธิได้มาและเป็นเจ้าของที่ดินและอาคารสำหรับใช้เป็นสถานที่ทางการทูตหรือกงสุลในดินแดนของอีกฝ่ายหนึ่งและสามารถสร้างอาคารในดินแดนดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ ภายใต้ระเบียบข้อบังคับด้านอาคารของท้องถิ่น
ทั้งนี้ ที่ดินและอาคารดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นภาษีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ ระดับรัฐ ระดับจังหวัด และระดับเทศบาล ยกเว้นภาษีที่เรียกเก็บสำหรับบริการหรือการปรับปรุงสาธารณะในท้องถิ่นซึ่งสถานที่ดังกล่าวได้รับประโยชน์ ดังนั้นหนังสือแลกเปลี่ยนดังกล่าวจึงครอบคลุมการซื้อบ้านพร้อมที่ดินที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อใช้เป็นบ้านพักกงสุลใหญ่ สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องจัดทำหนังสือแลกเปลี่ยนฉบับใหม่
@ ประโยชน์ ผลกระทบที่ได้รับ
สหรัฐอเมริกาเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนที่มีความสำคัญต่อผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นและยาวนานกว่า 190 ปี โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ลงนามสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์กับสหรัธอเมริกาเมื่อปี 2376 (ค.ศ. 1833)
ปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงสถานะเป็นพันธมิตรทางสนธิสัญญาด้านความมั่นคงกับสหรัฐอเมริกา (ภายใต้สนธิสัญญา Southeast Asia Collective Defensive Treaty ค.ศ. 1954) โดยมีความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงที่ใกล้ชิด
ในด้านเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกาถือเป็นหุ้นส่วนที่มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของประเทศไทยและเป็นนักลงทุนอันดับต้นของประเทศไทยมายาวนาน อีกทั้งมีความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ที่ใกล้ชิดอย่างครอบคลุมในเกือบทุกมิติ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่สำคัญของประเทศไทยและเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยยังเป็นสถานเอกอัครรราชทูตสหรัฐอเมริกาที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นที่ตั้งของสำนักงานระดับภูมิภาคหลายหน่วยงานเช่นกัน
ดังนั้น การที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประสงค์ขอซื้อบ้านพร้อมที่ดินดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่สหรัฐอเมริกามีต่อประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมบทบาทและการกิจของสหรัฐอเมริกาในจังหวัดเชียงใหม่ให้ครอบคลุมจังหวัดในภาคเหนือตอนของประเทศไทยเช่นกัน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา