
พลิก TOR ขสมก. 435 ล้านบาท พัฒนาอู่รถเมล์ 8 แห่งรับรถเมล์ EV ใหม่ ประชาพิจารณ์ถึงวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ต้องมีผลงานก่อสร้างตึก 2 ชั้น 500 ตร.ม.ขึ้นไป และเคยทำที่จอดรถขนาด 1 หมื่นตร.ม. วงเงิน 200 ล้านบาท ต้องขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างอาคาร ชั้น 1 กับกทม. ใช้หลัก Price Performance ตัดสิน ราคา 40: คุณภาพ 60
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 3 มิถุนายน 2569 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ออกประชาพิจารณ์เอกสารร่างขอบเขตของงาน (TOR) งานจ้างพัฒนากายภาพพื้นที่อู่ ของ ขสมก. เขต 1-8 เพื่อรองรับการจัดหารถโดยสารพลังงานสะอาด EV และรองรับการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า EV ราคากลาง 435,400,000 บาท โดยมีระยะเวลารับฟังความเห็นตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. - 4 มิ.ย.นี้
สำหรับขอบเขตงานก่อสร้างและรายละเอียดทางเทคนิค จะเป็นงานก่อสร้างครอบคลุมอู่จอดรถทั้งหมด 9 แห่ง ได้แก่ อู่รังสิต, อู่สวนสยาม เขต 2, อู่สวนสยาม เขต 8, อู่แสมดำ, อู่พระราม 9, อู่คลองเตย, อู่ปู่เจ้าสมิงพราย, อู่สถานีเคหะฯ และอู่สถานีคลองบางไผ่ โดยเนื้องานประกอบด้วยการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิมตามตำแหน่งที่กำหนด, การก่อสร้างพื้นทางและลานจอดรถใหม่พร้อมระบบระบายน้ำ, การติดตั้งระบบไฟฟ้ากำลังซึ่งรวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้า (ขนาด 1,000 KVA หรือ 2,000 KVA ตามแต่ละอู่), ตู้เมนสวิตช์ไฟฟ้าแรงต่ำ (MDB), และระบบบริหารจัดการข้อมูลหม้อแปลงในระบบแรงต่ำ (TLM Platform) โดยระบบ TLM ต้องสามารถ Monitoring ข้อมูลไฟฟ้าแบบ Real-time และเชื่อมต่อผ่าน Application ได้
@ต้องมีผลงานก่อสร้างตึก 2 ชั้น 500 ตร.ม.ขึ้นไป และเคยทำที่จอดรถขนาด 1 หมื่นตร.ม. วงเงิน 200 ล.
ส่วนรายละเอียดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอและบุคลากรหลักตามที่ปรากฏในเอกสารขอบเขตของงาน (TOR) มีดังนี้
1.มีความสามารถตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
2.ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนดนอกจากนี้ต้องไม่เป็นบุคคลที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานด้วย
3.มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา และต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ ขสมก. ณ วันประกาศประกวดราคา หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
4.ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
5.เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างอาคาร ชั้น 1 ที่ยังไม่หมดอายุกับกรุงเทพมหานคร และต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกับงานที่ประกวดราคา ซึ่งหมายถึง อาคารสำนักงาน ไม่น้อยกว่า 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 500 ตร.ม. และพื้นที่ลานจอดรถไม่น้อยกว่า 10,000 ตร.ม. โดยมีมูลค่าโครงการไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท ในสัญญาเดียวที่ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา
6. ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งจดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวกในงบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ และต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
7. ต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
8. ต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งแนบแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป
ส่วนคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอในนาม"กิจการร่วมค้า" (Joint Venture)
1.กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
2.กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
3.งานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางตามสาขางานก่อสร้างที่คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกำหนด กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างอาคาร ชั้น 1 ที่ยังไม่หมดอายุกับกรุงเทพมหานคร
4.กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
@ใช้หลัก Price Performance ตัดสิน ราคา 40% คุณภาพ 60%
สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณา การจ่ายเงิน และการรับประกัน ขสมก. ใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยให้คะแนนด้านราคา 40 คะแนน และคะแนนด้านคุณภาพ 60 คะแนน ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน การจ่ายเงินแบ่งเป็น 4 งวด งวดละ 25% ตามผลงานที่แล้วเสร็จ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างไม่น้อยกว่า 2 ปี และต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินร้อยละ 10 ของวงเงินในสัญญา
ตาม TOR ระบุต่อไปว่า หลังจากการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอและประกาศผลผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว ผู้ชนะจะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก ขสมก. และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ 10 ของราคางานจ้าง โดยหลักประกันเป็นได้ทั้ง เงินสด, เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน 3 วันทำการ, หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศ, หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย โดยคู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
@มีเวลาทำงาน 120 วันนับจากวันได้รับพื้นที่
ทั้งนี้ ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องดำเนินการปรับปรุงและก่อสร้างพื้นที่อู่จอดรถโดยสาร จำนวน 9 อู่ ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบสถานที่ไว้ดำเนินการ โดยมีเงื่อนไขการใช้พื้นที่คือต้องใช้พื้นที่ก่อสร้างเท่าที่จำเป็น และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานและผู้โดยสาร เนื่องจาก ขสมก. ยังต้องใช้พื้นที่อู่เพื่อให้บริการเดินรถตามปกติ
นอกจากนี้ ต้องยินยอมและอำนวยความสะดวกให้ผู้เช่ารถโดยสารสามารถเข้าใช้พื้นที่บางส่วนของอู่จอดรถเพื่อติดตั้งระบบอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถโดยสารไฟฟ้าระหว่างการก่อสร้าง โดยต้องประสานงานแผนการเข้าพื้นที่ให้สอดคล้องกัน
ส่วนการส่งมอบงานและการจ่ายเงินค่าจ้าง ขสมก. จะจ่ายเงินค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้แล้ว โดยแบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 4 งวด ดังนี้
งวดที่ 1: จ่ายเงินร้อยละ 25 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานได้ผลงานร้อยละ 25 ของทั้งโครงการ ภายใน 30 วัน
งวดที่ 2: จ่ายเงินร้อยละ 25 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานได้ผลงานร้อยละ 50 ของทั้งโครงการ ภายใน 60 วัน
งวดที่ 3: จ่ายเงินร้อยละ 25 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานได้ผลงานร้อยละ 75 ของทั้งโครงการ ภายใน 90 วัน
งวดที่ 4 (งวดสุดท้าย): จ่ายเงินร้อยละ 25 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา รวมทั้งทำสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย ภายใน 120 วัน
หากผู้รับจ้างไม่ส่งมอบงานตามที่กำหนดในแต่ละงวดงาน ขสมก. จะปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานที่ยังไม่ได้รับมอบ นอกจากนี้ ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ ขสมก. ได้รับมอบงาน โดยต้องดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขให้เรียบร้อยภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง และผู้รับจ้างห้ามนำงานไปให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้นจะถูกปรับร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 เห็นชอบให้ ขสมก. ใช้พื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อเป็นที่จอดรถโดยสารประจำทางและกิจการสาธารณูปโภค จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุง สถานีคลองบางไผ่ โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม 2. พื้นที่บริเวณลานจอดแล้วจร สถานีเคหะฯ โครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ และ 3. พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงห้วยขวาง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา