
'ภราดร' แจง ปรับลดงบ 'กรมควบคุมมลพิษ' 3 พันล้าน ใช้หนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด 'ค่าโง่คลองด่าน' หมื่นล้าน เผย ตั้งคณะกรรมการเจรจา-คดียังไม่ถึงที่สุด ยกข้อสังเกต กมธ.ฯ ชี้ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ม.144
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 7 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระที่สองลงมติรายมาตราและวาระสามลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทั้งฉบับ ระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย.69 รวมระยะเวลา 3 วัน โดยในการพิจารณาในวันแรกจะมีการอภิปรายจำนวน 15-16 มาตรา วันที่สอง 10 มาตรา และมาตราที่เหลือในวันที่สาม คาดว่าจะลงมติทั้งฉบับในวาระที่สามได้ในวันที่ 9 ก.ย. เวลา 19.00-20.00 น.
อ่านที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายงบปี 70 ประกอบ :
- 'สภาฯ' ชำแหละ 'งบปี 70' 3.788 ล้านล. วาระสอง-สาม คาดลงมติทั้งฉบับ 9 ก.ย. 2 ทุ่ม
- เปิดประตูเขื่อน! 'วีระ' ชี้ 'งบปี70' ติดกับดักสองชั้น-ระบาย 'เงินนอกงบประมาณ' 4ล้านล.เติมสภาพคล่อง
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงมาตรา 6 งบกลาง แปรเพิ่ม 6,000 ล้านบาท ว่า เนื่องจากมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในส่วนของกรมควบคุมมลพิษ มีการตั้งงบประมาณไว้ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้ที่เรียกว่า ค่าโง่คลองด่าน ซึ่งมีภาระที่ต้องจ่ายประมาณ 10,000 ล้านบาท เบื้องต้นกำหนดสัดส่วนไว้ดังนี้ งวดแรก งบกลางปี 69 จำนวน 4,000 ล้านบาท งวดที่สอง งบกลางปี 70 จำนวน 3,000 ล้านบาท และ งวดที่สาม งบกลางปี 70 จำนวน 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ขณะนี้ คดีนี้ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเพื่อไปเจรจาหนี้ จึงเป็นเหตุผลที่คณะอนุกมธ.ฯ ปรับลดเงินออกมาก่อน เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด
“รายงานของกมธ.ฯ ได้ระบุข้อสังเกตว่า เมื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อไปเจรจาเงื่อนไขการชำระหนี้แล้ว ถ้าสุดท้ายรัฐบาลต้องชำระจะชำระอย่างไร เมื่อถึงวันนั้น กรมควบคุมมลพิษสามารถมาขอใช้งบกลางในส่วนนี้ 6,000 ล้านบาท โดยต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ”นายภราดรกล่าว
@ ไม่ขัดรธน.มาตรา 144 วรรคหนึ่ง (3)
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า รายละเอียดในรายงานของกมธ.วิสามัญฯ รายการปรับลด ของกรมควบคุมมลพิษ กรณีคดีคลองด่าน อยู่ในส่วนของงบรายจ่ายอื่น การชำระเงินค่าจ้าง ค่าเสียหาย รวมดอกเบี้ย ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.285 – 286/2556 คดีหมายเลขแดงที่ อ.487 – 488/2557 งบประมาณที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านบาท ปรับลดทั้งหมด 3,000 ล้านบาท โดยข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกมธ.ฯ ระบุไว้ดังนี้ 1. หน่วยงานควรพิจารณาทบทวนการขอรับจัดสรรงบประมาณของโครงการที่ยังไม่ได้ข้อยุติทางกฎหมายโดยสมบูรณ์ เช่น กรณีคดีคลองด่าน
2. กรณีรายการการชำระเงินค่าจ้าง ค่าเสียหายรวมดอกเบี้ย ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด (กรณีคลองด่าน) วงเงิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งเสนอในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 หากกระบวนการยังไม่สิ้นสุดและยังมีช่องทางหรือแนวทางอื่นที่กรมควบคุมมลพิษ (หน่วยรับงบประมาณ) สามารถดำเนินการได้ หรือสามารถรอให้กระบวนการดังกล่าวแล้วเสร็จ เห็นควรให้การพิจารณางบประมาณเป็นไปด้วยความรอบคอบและชัดเจน โดยมุ่งเน้นให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ทั้งนี้ หากค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือได้ดำเนินการจนถึงที่สุดแล้ว กรมควบคุมมลพิษสามารถขอรับการจัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อฉุกเฉินหรือจำเป็นตามระเบียบและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้
นอกจากนี้ ในส่วนรายการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดของกรมควบคุมมลพิษให้เสนองบประมาณจำนวนดังกล่าวไปจัดสรรไว้ในรายการงบกลาง เพื่อสำรองไว้สำหรับชำระหนี้สินตามภาระผูกพันหากรัฐเป็นฝ่ายแพ้คดีตามกระบวนการทางยุติธรรม การดำเนินการจัดสรรงบประมาณไว้ในงบกลางดังกล่าวถือเป็นมาตรการรอบคอบซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 144 วรรคหนึ่ง (3) และไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำอันขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ได้เป็นการตัดลดงบประมาณโดยปราศจากมาตรการรองรับ หากแต่เป็นการจัดสรรงบประมาณสำรองไว้เพื่อรองรับภาระผูกพันอย่างเหมาะสม
@ เปิดเงื่อนไขชดใช้คดีคลองด่าน 1 หมื่นล้าน จ่าย 3 งวด
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ ในการประชุมกมธ.วิสามัญฯ งบประมาณปี 70 เมื่อวันที่ 20 ส.ค.69 ที่มีนายภราดร ในฐานะรองประธานกมธ.ฯ คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณารายการอุทธรณ์ของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ทส. เกี่ยวกับโครงการ โครงการแผนงานพื้นฐานด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิงแวดล้อม ผลผลิตสนับสนุนการบริหารจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม งบรายจ่ายอื่นการชำระเงินค่าจ้าง ค่าเสียหาย รวมดอกเบี้ย ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ. 285 - 286/2556 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 487 - 488/2557 กรณีคลองด่าน งบประมาณ 3,000 ล้านบาท
คณะอนุกมธ.ฯ ได้ตอบข้อซักถาม กมธ.วิสามัญฯ งบปี 70 ว่า มีการพิจารณาชั้นอนุกมธ.ฯ ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ก่อนที่หน่วยงานจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีการไต่สวนในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ซึ่งเอกสารคำร้องไต่สวนระบุเงื่อนไขการชำระเงินงวดที่ 1 ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ส่วนงวดที่ 2 และ 3 เกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากกมธ.วิสามัญฯ งบประมาณปี 70 ที่กำลังพิจารณาอยู่ ณ ขณะนี้
เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ที่เคยได้รับอนุมัติไม่สามารถเบิกจ่ายให้แก่บริษัทคู่สัญญาได้ ประกอบกับมีประเด็นเกี่ยวกับคำสั่งของสำนักงานป้องกันและปราบปราบปรามการฟอกเงิน คณะอนุกมธ.จึงได้ทำหนังสือผ่านประธานกมธ.วิสามัญฯ เพื่อสอบถามไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งปัจจุบันได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเรียบร้อย
@ สำนักงบฯ แจง แบ่งจ่าย 3 งวด
ขณะที่ผู้แทนจากสำนักงบประมาณตอบข้อชักถามประเด็นความเป็นมาและรายละเอียดภาระผูกพัน งบประมาณรายจ่ายดังกล่าว เป็นภาระผูกพันตามคำพิพากษาของศาลปกครองสุดซึ่งกำหนดให้ต้องชำระค่าก่อสร้าง ค่าเสียหาย และดอกเบี้ย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,415,834,618 บาท โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาต่อรองค่าเสียหาย ผลการเจรจาสามารถปรับลดวงเงินมูลหนี้คงเหลือได้คงเหลือ 10,000 ล้านบาท และเนื่องจากเป็นวงเงินจำนวนมาก จึงได้มีการตกลงแบ่งชำระออกเป็น 3 งวด เพื่อไม่ให้กระทบต่อวินัยการเงินการคลังและการบริหารจัดการงบกลาง ได้แก่
ความคืบหน้าการเบิกจ่ายงวดที่ 1 วงเงิน 4,000 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาจัดสรรจากงบประมาณรายจ่าย งบกลาง ตามขั้นตอนและระเบียบว่าด้วยการบริหารปประมาณรายจ่ายงบกลางฯ วัตถุประสงค์และการบังคับคดีการเสนอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 วงเงิน 3,000 ล้านบาท สำหรับงวดที่ 2 นั้น เป็นการตั้งงบประมาณตามวัตถประสงค์เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลได้มีคำบังคับเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ให้คู่กรณีปฏิบัติตามคำพิพากษาและข้อตกลงไกล่เกลี่ย ขณะที่ประเด็นคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องเดิมศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดียกคำร้องแล้วเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567
ข้อพิจารณาทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ขอให้กมธ. พิจารณาด้วยความรอบคอบว่า การตั้งงบประมาณเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ถือเป็นรายจ่ายข้อผูกพันหรือเงินที่ต้องจ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งเข้าข่ายข้อยกเว้นมิให้ปรับลดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 144 วรรคสาม หรือไม่
@ ไม่เห็นชอบ คำขออุทธรณ์
ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 144 เกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายเพื่อชำระหนี้ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงภาระผูกพันตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท ย่อมเป็นภาระผูกพันที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
มีข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการและขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งกำหนดการแบ่งชำระออกเป็น 3 งวด โดยมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบความชัดเจน คือ ที่มาของวงเงินความสอดคล้องและที่มาของวงเงินที่ได้จากการเจรจาไกล่เกลี่ย เมื่อเปรียบเทียบกับวงเงินตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดและอำนาจหน้าที่และการอนุมัติหน่วยงานหรือผู้แทนที่เข้าร่วมการเจรจาไกล่เกลี่ย ได้รับมอบหมายอำนาจหน้าที่ หรือได้รับการอนุมัติกรอบวงเงินดังกล่าวจากคณะรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและระเบียบของทางราชการหรือไม่
ในส่วนรายการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดของกรมควบคุมมลพิษให้เสนองบประมาณจำนวนดังกล่าวไปจัดสรรรไว้ในรายการงบกลาง เพื่อสำรองไว้สำหรับชำระชำระหนี้สินตามภาระผูกพันหากรัฐเป็นฝ่ายแพ้คดีตามกระบวนการทางยุติธรรม การดำเนินการจัดสรรรงประมาณไว้ในงบกลางดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 144 วรรคสาม และไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำอันขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธธรรมนูญ เนื่องจากไม่ได้เป็นการตัดลดงบประมาณโดยปราศจากมาตรการรองรับ หากแต่เป็นการจัดสรรงบประมาณสำรองไว้เพื่อรองรับภาระผูกพันอย่างเหมาะสม
มติที่ประชุม ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติไม่เห็นชอบกับคำขออุทธรณ์งบประมาณโครงการแผนงานพื้นฐานด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลผลิตสนับสนุนการบริหารจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม งบรายจ่ายอื่นการชำระเงินค่าจ้าง ค่าเสียหาย รวมดอกเบี้ย ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ. 285 - 286/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 487 - 488/2557 กรณีคลองด่าน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา