
สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ออกประกาศถึงสื่อมวลชนระมัดระวังการแพร่คลิปทางเพศพระผู้ใหญ่ ชี้แม้จะปรากฎในโซเชียล แต่หากไม่มีประโยชน์ก็ไม่ควรเผยแพร่ต่อสาธารณะ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 11 กันยายน 2569 สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ออก ประกาศเรื่อง ขอให้สื่อมวลชนระมัดระวังการนำเสนอข่าว ภาพข่าว และคลิปวิดีโอ กรณีพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับสตรี มีเนื้อหาดังนี้
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับสตรี และต่อมาได้มีการเผยแพร่ภาพ ภาพเคลื่อนไหว และคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศ ผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย โดยสื่อมวลชนบางแห่งได้นำภาพหรือคลิปดังกล่าวมาเผยแพร่ หรือนำบางส่วนมาใช้ประกอบการรายงานข่าว รวมทั้งมีการนำเสนอซ้ำในหลายช่องทางนั้น
สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ และสื่อมวลชนย่อมมีหน้าที่ในการรายงานข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของบุคคลในสถาบันทางศาสนาและผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน อย่างไรก็ตาม การทำหน้าที่ดังกล่าวจำเป็นต้องคำนึงถึงจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ตลอดจนสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ 2564 กำหนดหลักที่เกี่ยวข้องไว้ โดยเฉพาะ
ข้อ 9 สื่อมวลชนพึงเสนอข่าว เนื้อหาข่าว การแสดงความคิดเห็น และเนื้อหาทั่วไป โดยตระหนักถึงความสำคัญและอรรถประโยชน์ของข่าวต่อสาธารณะ และไม่เสนอข่าวในทำนองชวนเชื่อหรือเร้าอารมณ์ให้คนสนใจในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
ข้อ 14 สื่อมวลชนต้องเสนอข่าวโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และหลักสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่ตกเป็นข่าว
ข้อ 16 สื่อมวลชนต้องไม่เสนอเนื้อหาข่าวที่อุจาด ลามกอนาจาร หรือน่าหวาดเสียว โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณชนอย่างถี่ถ้วน
สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือองค์กรสื่อมวลชน บรรณาธิการข่าว และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกแขนง ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการนำเสนอหรือเผยแพร่ภาพ ภาพเคลื่อนไหว และคลิปวิดีโอที่แสดงหรือสื่อถึงพฤติกรรมทางเพศ แม้ภาพหรือคลิปดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์หรือช่องทางสาธารณะมาก่อนแล้วก็ตาม การที่เนื้อหาปรากฏอยู่ในพื้นที่สาธารณะมิได้หมายความว่าสื่อมวลชนควรนำมาเผยแพร่ซ้ำได้โดยปราศจากการพิจารณาทางจริยธรรม
การรายงานข่าวควรนำเสนอเฉพาะข้อเท็จจริงและรายละเอียดเท่าที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจสาระสำคัญของเหตุการณ์ หลีกเลี่ยงการนำเสนอภาพหรือคลิปที่เห็นพฤติกรรมทางเพศอย่างชัดเจน การตัดต่อ ขยายภาพ ทำภาพช้า ทำภาพนิ่ง หรือเลือกใช้ภาพและถ้อยคำเพื่อเร้าอารมณ์หรือดึงดูดความสนใจ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการนำภาพหรือคลิปดังกล่าวมาเผยแพร่ซ้ำโดยไม่มีเหตุผลด้านประโยชน์สาธารณะที่ชัดเจน
ในกรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรายงานข้อเท็จจริง สื่อมวลชนควรพิจารณาใช้วิธีการอื่นที่สามารถสื่อสารสาระสำคัญของข่าวได้โดยไม่ต้องเผยแพร่ภาพที่เข้าข่ายอุจาดหรือลามกอนาจาร เช่น การบรรยายข้อเท็จจริงด้วยข้อความ การใช้ภาพที่ไม่แสดงพฤติกรรมดังกล่าว หรือการปกปิดรายละเอียดของภาพอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ สื่อมวลชนควรตระหนักว่า การนำภาพหรือคลิปที่มีลักษณะดังกล่าวมาเผยแพร่ซ้ำผ่านเว็บไซต์ข่าว สื่อสังคมออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลขององค์กรสื่อ อาจทำให้เนื้อหาถูกบันทึก ทำซ้ำ และส่งต่อออกไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่สามารถเข้าถึงเนื้อหาดังกล่าวได้โดยง่าย
สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติขอย้ำว่า “ประโยชน์สาธารณะ” ของการรายงานข่าว มิได้หมายความว่าสาธารณชนจำเป็นต้องได้รับรู้หรือเห็นทุกรายละเอียดของเหตุการณ์ การนำเสนอข้อเท็จจริงที่เพียงพอให้สังคมเข้าใจ ตรวจสอบ และอภิปรายประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สามารถกระทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเผยแพร่ภาพหรือคลิปที่เข้าข่ายลามกอนาจาร หรือกระทบต่อสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เกี่ยวข้อง
จึงขอให้องค์กรสมาชิกและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกแขนง ตระหนักและยึดถือข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและมาตรฐานจริยธรรมแห่งวิชาชีพ
ประกาศ ณ วันที่ 11 ก.ย. 2569
สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา