
ครม.อนุมัติให้ ทอท.เซ็นจ้าง บริษัทลูก AOTGA หลังเป็นผู้ชนะโครงการให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 และคลังสินค้า รายที่ 3 สนามบินสุวรรณภูมิ รับสัมปทานยาว 25 ปี
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 12 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 ได้เห็นชอบบผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน 2 โครงการของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ได้แก่ 1.โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพี้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพี้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 และ โครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1.โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพี้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพี้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 ของ ทอท. มีบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ชนะโครงการ วงเงินลงทุน 29,390.76 ล้านบาท แยกเป็นค่าลงทุนในสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรอุปกรณ์ 1,608.76 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและบำรุงรักษา 27,782.01 ล้านบาท
ปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีผู้ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น จำนวน 2 ราย ได้แก่ บมจ.การบินไทย และบจ. บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวดไฟลท์เซอร์วิส และให้บริการด้านผู้โดยสาร จำนวน 3 ราย ได้แก่ บมจ. การบินไทย, บจ.บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพ เวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส และ บจ.ลุฟท์ดันซ่า เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์)
อย่างไรก็ดี ภายหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปริมาณการจราจรทางอากาศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงได้เพิ่มผู้ประกอบการรายที่ 3 เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนา การให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการขยายตัวของปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้น ทอท. จึงต้องได้รับความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้เดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชองผู้ประกอบการรายที่ 3 ก่อนไปดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2562 ต่อไป
อนึ่ง ตามมาตรา 42 ของพ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 บัญญัติให้หน่วยงานเจ้าของโครงการนำเสนอผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาร่วมลงทุน ที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนต่อรัฐมนตรี โดยกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาผลการคัดเลือกเอกชน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนตฐมที่คณะกรรมการกำหนด จึงเช้าข่ายที่จะต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรี ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี 2548 มาตรา 4 (1) เรื่องที่กฎหมาย กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีหรือให้ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี
สำหรับหน้าที่ของคู่สัญญา ฝั่งเอกชนมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการลงทุนในโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นๆ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 ซึ่งรวมถึงการจัดหาเงินทุน การออกแบบและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างของโครงการ ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นๆ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 พร้อมทั้ง จัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการให้บริการตามมาตรฐานและข้อกำหนดของ ทอท. ตลอดจนรับผิดชอบในการดูแล บำรุงรักษา และบูรณะสิ่งปลูกสร้างโครงการ รวมถึงการบริหาร จัดการโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่ ทอท.กำหนด รวมทั้งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ๋ ในรายได้ของโครงการและเป็นผู้รับความเสี่ยงทางรายได้โดยตรง
โดยเอกชนต้องจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทบ ให้แก่ภาครัฐเป็นรายปีตามเงื่อนไชที่กำหนด ในขณะที่ภาครัฐมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดหาที่ดิน สำหรับพัฒนาโครงการและการกำกับดูแลและติดตามตรวจสอบคุณภาพการดำเนินงานของภาคเอกชน
สำหรับขอบเขตของงาน
1.กลุ่มบริการหลัก มีรายละเอียดการให้บริการอย่างน้อย ดังนี้
1.1กลุ่มบริการอุปกรณ์สนับสนุนอากาศยาน (Aircraft Ground Support Equipment)
1.2 กลุ่มบริการขนถ่ายและเคลื่อนย้ายกระเป๋า สัมภาระ สินค้า และ'ไป,รษณียภัณฑ์ (Aircraft Loading & Unloading Services)
1.3 กลุ่มขนถ่ายและเคลื่อนย้ายผู้โดยสารและลูกเรือ (Passenger/ Air Crew Ramp Transport Service)
1.4 กลุ่มบริการอื่น ๆ (Other Services)
2.กลุ่มบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง มีรายละเอียดการให้บริการอย่างน้อย ดังนี้
2.1 การให้บริการการจัดการทั่วไปด้านภาคพี้น (Ground Administration and Supervision Service)
2.2 การให้บริการด้านผู้โดยสาร (Passenger Service)
2.3 การให้บริการด้านการบิน พิธีการบินและลูกเรือ (Flight Operations and Crew Administration)
โดยมีระยะเวลาดำเนินการ ดังนี้ ระยะเวลาก่อสร้างไม่เกิน 11 เดือน และระยะเวลาดำเนินโครงการอีก 25 ปี
2.โครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 ของ ทอท. มีบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ชนะโครงการ มูลค่า 37,914.56 ล้านบาท แยกเป็น ค่าลงทุนในสิ่งปลูกสร้างอุปกรณ์และระบบ รวม 1,318.38 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและบำรุงรักษา 36,596.18 ล้านบาท
จากปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีผู้ให้บริการคลังสินค้า จำนวน 2 ราย ได้แก่ บมจ. การบินไทย และบจ. ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาริโกั ซึ่งสามารถรองรับปริมาณสินค้าได้ประมาณ 1.774 ล้านตันต่อปี แต่จากการคาดการณ์ปริมาณสินค้าของ ทอท. พบว่า ในปี 2571 จะมีปริมาณสินค้าประมาณ 1.744 ล้านตันต่อปี ซึ่งใกล้เต็มขีดความสามารถของคลังสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น การให้เอกชนผู้ประกอบการรายที่ 3 เข้าร่วมลงทุนก่อสร้างและให้บริการคลังสินค้าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสินค้าของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ ทอท. จึงต้องได้รับความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการ ให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 ก่อนไปดำเนินการตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 ต่อไป
โดยภาคเอกชนมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการลงทุนในโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 ซึ่งรวมถึงการจัดหา เงินทุน การออกแบบและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างของโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 พร้อมทั้งจัดหาเครื่องจักรและจุปกรณ์สำหรับการให้บริการตามมาตรฐานและ ข้อกำหนดของ ทอท. ตลอดจนรับผิดชอบในการดูแล บำรุงรักษา และ บูรณะสิ่งปลูกสร้างโครงการ รวมถึงการบริหารจัดการโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่ ทอท.กำหนด รวมทั้งเป็นเจ้าของกรรมสิทธี่ในรายได้ของโครงการและเป็นผู้รับความเสี่ยงทางรายได้โดยตรง โดยเอกชนต้องจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ภาครัฐเป็นรายปีตามเงื่อนไขที่กำหนด ในขณะที่ภาครัฐมีหน้าที่และ ความรับผิดชอบในการจัดหาที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการและการกำกับดูแลและติดตามตรวจสอบคุณภาพ การดำเนินงานของภาคเอกชน
ขอบเขตของโครงการ โครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการ รายที่ 3 ตั้งอยู่ในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีขอบเขตการให้บริการที่ครอบคลุมการดำเนินงาน ทั้งทางด้าน สินค้าขาเข้า สินค้าขาออก และสินค้าถ่ายลำอย่างน้อย ดังนี้
1.คลังสินค้าขาเข้า (Import) 2.คลังสินค้าขาออก (Export) 3.คลังสินค้าถ่ายลำ (Transit) 4.สินค้าเน่าเสียง่าย 5. สินค้าเร่งด่วนและสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E - Commerce)
ส่วนระยะเวลาของโครงการ แน่งออกเป็น 6 ระยะ ดังนี้ ระยะก่อสร้าง ได้แก่ ระยะเวลาสำหรับการพัฒนาโครงการ มีระยะเวลา รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 63 เดือน และระยะดำเนินงาน ได้แก่ ระยะเวลาสำหรับการดำเนินโครงการ มีระยะเวลารวมทั้งสิ้น 24 ปี

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา