
ปปง.สั่งอายัดทรัพย์สิน 6.9 แสนบาท กลุ่ม ‘นายรังสิมันต์ กับพวก’ คดีโรแมนซ์สแกม อ้างเป็นนักดนตรีโครเอเชีย หลอกให้โอนเงินค่าภาษีศุลกากร หลังศาลสั่งจำคุกผู้ต้องหา 2 ปี 7 เดือน พร้อมสั่งชดใช้คืนผู้เสียหาย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.172/2569 เรื่อง อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รายกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี นายรังสิมันต์ กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทรัพย์สิน 15 รายการ มูลค่าประมาณ 695,762.95 บาท พร้อมดอกผล ประกอบด้วย เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 14 รายการ และสิทธิเรียกร้องตามสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 1 รายการ ในชื่อ นายชุมพล, นางสาวชุติมา, MRS. HORN, MR. CHAMNAN, นายรังสิมันต์, MR. PUN, MRS. RACHANA และ MR. KOKSAL เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง
ที่มาของคดีนี้ สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกกลุ่มบุคคลหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก โดยใช้รูปโปรไฟล์เป็นนักดนตรีชาวโครเอเชีย ชื่อบัญชี “Hauser” เข้ามาสนทนาสร้างความสนิทสนม ก่อนจะอ้างว่าต้องการใช้ชีวิตร่วมกันและจะส่งของมีค่ามาให้ โดยขอให้ผู้เสียหายชำระค่าพัสดุและค่าธรรมเนียมภาษีศุลกากรด้วยตนเองก่อน จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากของนายรังสิมันต์กับพวก รวม 11 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 165,250 บาท ก่อนรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
ต่อมา ศาลจังหวัดกาญจนบุรี พิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อ.1270/2568 ให้ลงโทษจำคุก นายชุมพล จำเลย ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และเมื่อบวกโทษจำคุกเดิมในคดีอาญาของศาลแขวงดอนเมือง รวมเป็นจำคุก 2 ปี 7 เดือน พร้อมสั่งให้จำเลยคืนเงินหรือชดใช้เงิน 165,250 บาท แก่ผู้เสียหาย
คำสั่งอายัดทรัพย์สินมีรายละเอียดดังนี้
ด้วย สำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ตามหนังสือที่ ตช 0022 (กจ).37/2610 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2567 เรื่อง ส่งแบบรายงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี รายกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี นายรังสิมันต์ กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระตามประมวลกฎหมายอาญา กล่าวคือ
@แฉพฤติการณ์ อ้างเป็นนักดนตรีโครเอเชีย หลอกโอนค่าพัสดุ-ภาษีศุลกากร
ระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 21 มีนาคม 2566 ผู้เสียหายได้ใช้แอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก สนทนาผ่านโปรแกรมเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ กับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Hauser” (ผู้ต้องหาที่ 1 นางสาวเรณู) ซึ่งใช้รูปโปรไฟล์เป็นนักดนตรีชาวโครเอเชีย โดยมีการสนทนากันทุกวันจนผู้เสียหายเกิดความไว้วางใจ จากนั้นได้หลอกลวงว่าต้องการใช้ชีวิตร่วมกับผู้เสียหาย และจะส่งของมีค่าต่าง ๆ มาให้ แต่ผู้เสียหายจะต้องชำระค่าพัสดุและค่าธรรมเนียมภาษีศุลกากรด้วยตนเองก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของนายรังสิมันต์ กับพวก รวม 11 ครั้ง รวมความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 165,250 บาท
ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง (คดีอาญาที่ 292/2567) โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง นายรังสิมันต์ (ผู้ต้องหาที่ 2), นางสาวพเยาว์ (ผู้ต้องหาที่ 3) และ นายชุมพล (ผู้ต้องหาที่ 4) ในความผิดฐานช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ผู้ต้องหาทั้งหมดได้หลบหนี และศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ออกหมายจับไว้ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.ท่าม่วง สามารถจับกุมนายชุมพล ผู้ต้องหาที่ 4 ได้
@ศาลสั่งจำคุก 2 ปี 7 เดือน - ให้ชดใช้เงินคืนผู้เสียหาย
ต่อมา ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในคดีหมายเลขดำที่ อ.1350/2568 หมายเลขแดงที่ อ.1270/2568 มีคำพิพากษาว่า นายชุมพล จำเลย มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ลงโทษรวมจำคุก 2 ปี 6 เดือน บวกโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย.214/2568 ของศาลแขวงดอนเมือง เป็นจำคุก 2 ปี 7 เดือน และให้จำเลยคืนเงินหรือชดใช้เงิน 165,250 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย
@เข้ามูลฐานความผิด กม.ฟอกเงิน
การกระทำดังกล่าวอันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) และ (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
สำนักงาน ปปง. โดยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ออกคำสั่งมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรม จากการรวบรวมพยานหลักฐานปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชี นายรังสิมันต์ กับพวก ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 15 รายการ พร้อมดอกผล และเนื่องจากทรัพย์สินเป็นสังหาริมทรัพย์ประเภทเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และสิทธิเรียกร้องตามสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิต อันเป็นทรัพย์สินที่สามารถโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย หากมิได้มีการออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว อาจทำให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้
อาศัยอำนาจตามมาตรา 34 (3) และมาตรา 48 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุมครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 15 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน (ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569) รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 695,762.95 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับบัญชีทรัพย์สินแนบท้ายคำสั่งอายัดทั้ง 15 รายการ ประกอบด้วย เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารกรุงเทพ รวม 14 รายการ ร่วมกับสิทธิเรียกร้องตามสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิต บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) อีก 1 รายการ ซึ่งมีชื่อ นายชุมพล, นางสาวชุติมา, MRS. HORN, MR. CHAMNAN, นายรังสิมันต์, MR. PUN, MRS. RACHANA และ MR. KOKSAL เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครอง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา