
'สาทิตย์' รองหัวหน้า ปชป. ล็อกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 'อนุทิน' - 17 รัฐมนตรีภูมิใจไทย ปลายตุลาฯ-ไม่เกินต้นพฤศจิกาฯ รวม 5 วัน เปิด 5 ประเด็น 'ซักฟอก - เปิดโปง 'ระบอบ น.' รวบอำนาจ-กินเมือง-แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม กระชากหน้ากากคนรักชาติ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้า ปชป. แถลงข่าวกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 18 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจฯ รวมทั้งสิ้น 6 พรรคการเมือง ได้แก่ ปชป. พรรคประชาชน (ปชน.) พรรคไทยรวมพลัง พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี และพรรคไทยสร้างไทย
นายสาทิตย์ กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ต้องออกมาแถลงเปิดโปงเนื่องจาก ท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รวมถึงนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ในลักษณะเหยียดหยามและดูแคลนการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน โดยระบุทำนองว่า เมื่อฝ่ายค้านไม่มีอะไรจะทำ จึงยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
"คำพูดดังกล่าวเป็นการตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นายอนุทินและพวกไม่เคยให้เกียรติ ไม่เห็นความสำคัญต่อระบบการตรวจสอบในรัฐสภาและกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างยิ่ง และการยื่นซักฟอกในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องข้อเท็จจริงและความจำเป็นอย่างที่สุด"นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ในการยื่นญัตติครั้งนี้ได้มีการระบุถึงคำว่า ระบอบ ไว้ 2 คำ คือ ระบอบน้ำเงิน และ ระบอบ น. ซึ่งธีมหลักของ ปชป. ในการซักฟอกครั้งนี้ ระบอบ น. หมายถึง กระบวนการของนายอนุทินและพวกที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยบังหน้าเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าสู่อำนาจโดยไม่สนใจความถูกผิด
"กระบวนการดังกล่าวมักใช้กลยุทธ์ ทุ่มงบประมาณและทุนมหาศาล รวบรวมบ้านใหญ่จากทั่วประเทศก่อนการเลือกตั้งปี 2569 เมื่อเข้าสู่อำนาจบริหารแล้ว ก็นำไปสู่การแทรกแซงและครอบงำที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ส่งผลให้ สว. สายที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยหรือฝ่ายสีน้ำเงิน เข้าไปแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระ เพื่อทำหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้แก่นักการเมืองในระบอบ น. จนทำให้โครงข่ายนี้รวบอำนาจไว้ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรตรวจสอบ"นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวว่า สำหรับการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีเป็นจำนวนมากถึง 18 คน ซึ่งแม้ฝ่าย ปชป. เองจะมีผู้ถูกอภิปรายไม่ถึงจำนวนดังกล่าว แต่จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลในกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้าน พบว่า รัฐมนตรีทั้ง 18 คนมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน เชื่อมโยงกันเป็นขบวนการ โดยกลุ่มข้อกล่าวหาสำคัญของ ปชป. แบ่งออกเป็น 5 ประเด็นหลักดังนี้
1.ส่อทุจริตต่อหน้าที่ พบข้อมูลชัดเจนที่เกี่ยวพันถึงตัวรัฐมนตรีหลายท่าน 2.ส่อกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย 3.ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ทำตามภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด 4.ปล่อยปละละเลยให้พวกพ้องแสวงหาประโยชน์ เปิดช่องให้คนใกล้ชิดหาผลประโยชน์โดยมิชอบ 5.แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ใช้อำนาจก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการเมื่อมีคดีความที่กระทบต่อพรรคพวกตนเอง
นายสาทิตย์กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมืองหรือการทำลายเครดิตรัฐบาล แต่เป็นการเปิดโปงพฤติกรรมฉ้อฉล เบียดบังทรัพย์สมบัติของชาติ และพบพฤติกรรมร้ายแรงถึงขั้นทำเอกสารเท็จ เพื่อแสดงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
"ผมไม่เห็นว่าการทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องบันเทิง ผมไม่เห็นว่าความเสียหายจากการเบียดบังสมบัติชาติเป็นเรื่องบันเทิง และผมไม่เห็นว่า การที่ประชาชนต้องหมดเนื้อหมดตัวจากความผิดพลาดในการเตือนภัยและการบริหารจัดการน้ำท่วมที่ล้มเหลวจะเป็นเรื่องบันเทิง การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่ความบันเทิง แต่มันคือความเจ็บปวดของคนในประเทศชาติ" นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านประเมินว่า กรอบเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คน คือ 5 วัน โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นช่วง ปลายเดือนตุลาคม ถึงไม่เกินต้นเดือนพฤศจิกายนนี้
นายสาทิตย์กล่าวว่า ผลลัพธ์ของการอภิปรายไม่ได้จบลงเพียงแค่ จำนวนเสียงชนะหรือแพ้ ในสภาเท่านั้น แต่ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเปิดเผยให้ประชาชนทั้งประเทศได้เห็นหน้ากากความรักชาติที่แท้จริง ว่าเบื้องหลังมีความเน่าเฟะของระบอบ น. อย่างไร พร้อมเตือนรัฐบาลว่าการเหยียดหยามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ก็เท่ากับการเหยียดหยามความรู้สึกของประชาชนเช่นเดียวกัน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องประกอบ :
-
'ฝ่ายค้าน' ยื่นซักฟอก 18 'รัฐมนตรีภูมิใจไทย'-'อนุทิน-รมต.ลูกเทพ' โดนหมด จ้องถล่ม 'ระบอบสีน้ำเงิน'
-
เปิดญัตติ 'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ซักฟอก' 18 รัฐมนตรีภท.: ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา