
ผู้ว่าฯ ปัตตานี แจงปมชาวบ้านโวยเจ้าหน้าที่ชี้นำไม่ต้องลงประชามติ แค่ปัญหาสื่อสารทำเข้าใจผิด แต่ประชาชนยันหนังคนละม้วน มีการชี้นำไม่ต้องลงคะแนนจริง ด้าน กกต.ยะลา ส่ง “ฮ.ทหาร-ตำรวจ” บินขนหีบบัตรเลือกตั้งพื้นที่สีแดง “ลาบู-แม่หวาด” ส่วนที่นราธิวาส “โอรังอัสลี” ตบเท้าลงเขาใช้สิทธิ์ ทั้งเลือก สส.-ลงประชามติรัฐธรรมนูญ
จากกรณีมีประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งออกมาร้องเรียนว่า มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ปัตตานี มีพฤติกรรมอาจเข้าข่ายชี้นำหรือขัดขวางการลงประชามติรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าคนแน่น ต่อคิวยาว ไม่จำเป็นต้องลงประชามติก็ได้ โดยเป็นการแจ้งข้อมูลกับชาวบ้านผู้สูงวัย จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด และสุดท้ายประชาชนรายนั้นไม่ได้ทำประชามติรัฐธรรมนูญนั้น
อ่านประกอบ : คนชายแดนใต้แห่ใช้สิทธิเลือกตั้งแน่น! - เตรียม ฮ.รับหีบบัตรพื้นที่เข้าถึงยาก
ล่าสุด นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ได้ตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว พบว่าเป็นหน่วยเลือกตั้งที่ 44 เขต 1 ต.จะบังติกอ อ.เมืองปัตตานี แต่เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในเรื่องการสื่อสาร โดยเจ้าหน้าที่เพียงแนะนำขั้นตอนการใช้สิทธิและทิศทางการเดินภายในหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น
“เจตนารมณ์ของเจ้าหน้าที่คือ การแนะนำเส้นทางเดิน เช่น ให้เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาตามช่องทางที่กำหนด เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ใช่การชี้นำการลงคะแนนอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว” ผู้ว่าฯ ปัตตานี ระบุ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำชี้แจงว่าเป็นเพียงความเข้าใจผิด แต่ทางจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งด่วนไปยังนายอำเภอทุกอำเภอให้กำชับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งระมัดระวังถ้อยคำและการสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน ให้สื่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และให้นายอำเภอลงพื้นที่กำกับควบคุมดูแลหน่วยเลือกตั้งโดยตรง โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองปัตตานี
ขณะที่แหล่งข่าวซึ่งเป็นชาวบ้านและผู้สูงอายุที่อยู่ในเหตุการณ์ ณ หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ให้ข้อมูลโต้แย้งคำชี้แจงของผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี โดยยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องการบอกทิศทางเดิน
“มันเป็นเรื่องจริง ยืนยันว่าเจอมากับตัวเอง ไม่ใช่เรื่องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาอย่างที่เขาพูด เจ้าหน้าที่ชี้นำในลักษณะว่าไม่ต้องลงประชามติก็ได้ ซึ่งเราได้ยินชัดเจน” ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ระบุ
@@ ส่ง “ฮ.ทหาร-ตำรวจ” บินขนหีบบัตรพื้นที่ “ลาบู-แม่หวาด”

ด้านสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา (กกต.ยะลา) ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและการขนส่งวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศและมีความเสี่ยงต่อสถานการณ์ความไม่สงบ โดยมีการใช้ “อากาศยาน” เข้าสนับสนุนภารกิจขนส่งหีบบัตรเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ใน 2 จุดยุทธศาสตร์สำคัญ คือ
1.ในพื้นที่ อ.ยะหา ดำเนินการในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านเหมืองลาบู ต.ปะแต ซึ่งเป็นพื้นที่หุบเขาและเข้าถึงได้ยากลำบาก โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยานจาก กองพลทหารราบที่ 15 (ค่ายสิรินธร) เพื่อทำหน้าที่รับ-ส่งหีบบัตรให้ถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว
2.ในพื้นที่ อ.ธารโต ดำเนินการในพื้นที่ ต.แม่หวาด ครอบคลุมหน่วยเลือกตั้งในหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 จำนวน 3 หน่วยเลือกตั้ง โดยได้รับความร่วมมือจาก กองบินตำรวจ ในการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ รับหีบบัตรจากจุดรวบรวม ณ โรงเรียนบ้านเยาะ เพื่อนำส่งไปยังที่ว่าการอำเภอธารโต

ทางผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา เปิดเผยถึงเหตุผลในการใช้ยุทธวิธีขนส่งทางอากาศว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่เพียงแต่เข้าถึงยากลำบากในเชิงภูมิศาสตร์ แต่ยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษในด้านความมั่นคง การใช้รถยนต์เคลื่อนย้ายอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตี หรือเกิดความล่าช้าหากมีอุปสรรคบนผิวจราจร
“หัวใจสำคัญคือความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ กปน. และความสมบูรณ์แบบของการจัดการเลือกตั้ง เราจึงให้ความสำคัญกับการคมนาคมในพื้นที่เสี่ยงและเข้าถึงยากเป็นพิเศษ เพื่อให้การนับคะแนนและการรายงานผลเป็นไปอย่างราบรื่นตามกรอบเวลา” ผอ.กกต.ยะลา ระบุ
@@ “โอรังอัสลี” ตบเท้าลงเขาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง-ลงประชามติ

ขณะที่การเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส เป็นไปด้วยความคึกคักตั้งแต่เช้าและมีประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์ในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
โดยไฮไลต์อยู่ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 11 เขตเลือกตั้งที่ 4 ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมูบาแรแน หมู่ 7 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ มีกลุ่มชาติพันธุ์มานิ หรือ “โอรังอัสลี” ชนเผ่าบียิส ทั้งชายและหญิงจำนวน 32 คน จาก 11 ครัวเรือน เดินเท้าลงมาจากเทือกเขาหลังหมู่บ้านตราเตาะปากู เพื่อมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง

สำหรับกลุ่มโอรังอัสลีกลุ่มนี้ได้รับสถานะสัญชาติไทยจากการผลักดันของ นายซูปียัน แดเมาะเล็ง อดีตนายอำเภอจะแนะ ทำให้พวกเขามีสิทธิมีเสียงในฐานะพลเมืองไทยอย่างเต็มตัว โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ที่พวกเขาเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยความกระตือรือร้น สร้างความประทับใจให้กับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยและชาวบ้านในพื้นที่ที่มารอลงคะแนน สะท้อนให้เห็นว่าความตื่นตัวทางการเมืองได้ขยายตัวไปถึงกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล
@@ แห่ซื้อตั๋วรถไฟเดินทางกลับไปเรียน - ทำงาน

ขณะที่บรรยากาศ ณ สถานีรถไฟตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พบว่ามีประชาชนจำนวนมากแห่ไปต่อแถวซื้อตั๋วโดยสารเพื่อเดินทางออกนอกพื้นที่อย่างหนาแน่น หลังจากเดินทางกลับมายังภูมิลำเนาเพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งในช่วงเช้า โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงานและนักศึกษาที่ต้องเดินทางไปศึกษาต่อในจังหวัดต่างๆ
นายมะตอลา ซาลีซิง นักศึกษาคนหนึ่งที่เดินทางกลับมาจาก จ.สงขลา เปิดใจถึงการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิตว่า หวังว่าคนที่เลือกจะเข้าไปทำงานและพัฒนาตำบลหรือเขตที่รับผิดชอบได้จริงตามที่พูดไว้ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน อย่างถนนบางเส้นในพื้นที่ที่ยังไม่พร้อมใช้งาน อยากเห็นการเมืองพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น และอำนวยความสะดวกให้คนในพื้นที่ได้มากกว่านี้
