
ฮือฮาอย่างยิ่ง เมื่อการประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 7 ก.ค.69 มีมติอนุมัติให้รับโอน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (เลขา ศอ.บต.) ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม
เป็นการโอนย้ายมาแทน นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี แล้วต้องโยกไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี แทน
สาเหตุที่ฮือฮา เพราะ นายปิยะสวัสดิ์ หรือ “เลขาฯบอย” เพิ่งได้รับอนุมัติจาก ครม. ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. เมื่อวันที่ 14 ต.ค.68 ที่ผ่านมานี้เอง โดยขยับขึ้นจากรองเลขาธิการ ศอ.บต. รวมเวลาดำรงตำแหน่งเพียงราวๆ 8 เดือน
อ่านประกอบ : รู้จัก “รองฯบอย” เลขาธิการ ศอ.บต.คนใหม่ “ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร”
นายปิยะศิริ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ และนิเทศศาสตร์ จากนั้นศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์

เส้นทางการรับราชการของนายปิยะศิริ เริ่มต้นจากการเป็น “นักการข่าว” สำนักข่าวกองแห่งชาติ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อาทิ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย คดีพิเศษ และงานความมั่นคง และรองผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ จากนั้นก้าวขึ้นเป็น รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ทำให้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชาติ
ก่อนขยับมารับภารกิจด้านการพัฒนาและสร้างความเข้าใจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รับตั้งแต่รองเลขาธิการ ศอ.บต. เมื่อ 19 มี.ค.67 ถือเป็นความท้าทายในสถานการณ์ไฟใต้ยุคใหม่ที่ต้องเร่งงานพัฒนาในมิติเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาปัญหายาเสพติด และสกัดกั้นการก่อเหตุที่กระทบกับความมั่นคงในพื้นที่
ที่สำคัญที่สุดคือ ยังมีประสบการณ์ในการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง 2 ช่วงเวลา คือในปี 2545 และระหว่างปี 2547-2552 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ความไม่สงบกลับมาปะทุรุนแรง
ก่อนหน้านี้ นายปิยะศิริ เคยดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ ศอ.บต. โดยรับผิดชอบภารกิจหลักด้านการพัฒนาในมิติทางเศรษฐกิจและสังคม โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงบทบาทการเป็นผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับกระทรวง (MCIO)
นายปิยะศิริ ยังเคยผ่านการอบรมหลักสูตรสำคัญอีกหลายหลักสูตร อาทิ วปอ. รุ่นที่ 68, หลักสูตรนักปกครองระดับสูง (น.ป.ส. รุ่นที่ 9) และหลักสูตรการบริหารจัดการสืบสวนด้านการต่อต้านการก่อการร้าย จากหน่วยข่าวกรองออสเตรเลีย
นอกจากนั้น ยังเคยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายในคณะกรรมการกีฬาอาชีพ และดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยด้วย

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร มีนามสกุลพ้องกับสกุลเดิมของภรรยาคนแรกของ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คือ นางสนองนุช วัฒนวรางกูร (สกุลเดิม) แต่จากการตรวจสอบพบว่า ไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน เนื่องจาก นางสนองนุช มีพี่น้องรวม 4 คน หนึ่งในนั้น คือ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
นายปิยะศิริ จึงมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง หรือญาติของภรรยาเก่านายกฯอนุทิน โดยเจ้าตัวมีพี่น้องร่วมบิดามารดากัน 1 คน รับราชการตำรวจ คือ พ.ต.อ.อภิชนันท์ วัฒนวรางกูร
นายปิยะศิริ มีชื่อเล่นที่ลูกน้องมักเรียกกันติดปากว่า “รองฯบอย” หรือ “เลขาฯบอย” (ช่วงที่เป็นเลขาธิการ ศอ.บต.) เป็นศิษย์เก่าดีเด่นของ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
สมัยเป็นผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และรองโฆษกดีเอสไอ เคยมีบทบาทสำคัญในการเป็น “มือปราบแชร์ลูกโซ่” เคยนำทีมบุกรวบซีอีโอคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D
การย้ายข้ามมานั่งเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม แม้จะเป็น ซี 11 เท่ากันกับเลขาธิการ ศอ.บต. แต่ก็ถือว่ารวดเร็ว ก้าวหน้าอย่างน่าตกใจ เพราะปัจจุบันเจ้าตัวอายุ 52 ปี ยังเหลืออายุราชการอีกถึง 8 ปี แต่กลับดำรงตำแหน่งระดับ 11 มาแล้วเกือบ 1 ปี และได้ขยับมานั่งปลัดในกระทรวงที่มีความสำคัญระดับ A++ เพราะมีทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์ สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานสำคัญอื่นๆ อีกหลายหน่วยในสังกัด
โดยที่ตัวเขาเพิ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. เพียง 8 เดือนกว่าๆ เท่านั้นเอง!
