
ฉก.นราธิวาส มาแล้ว! ออกแถลงการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์โต้ข่าว บิน ฮ.ทิ้งระเบิดเขาตะเว โดนสวนยางชาวบ้าน แจงแค่บินกดดันกลุ่มป่วนใต้ หลังเหตุยิงทหารพราน ส่วนเสียงดังสนั่น เป็น “กับระเบิด” ที่คนร้ายวางสกัดดักเจ้าหน้าที่ พรุ่งนี้อีโอดีเข้าตรวจพิสูจน์ สั่งห้ามประชาชนเข้าพื้นที่ ด้าน ”สว.อังคณา“ ติงใช้อาวุธมั่วยามวิกาล ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม
ความคืบหน้าคลิปเฮลิคอปเตอร์ไม่ทราบสังกัด บินวนต่ำเหนือเทือกเขาตะเว บ้านเกียร์ ต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ในเวลากลางคืน โดยมีเสียงดังคล้ายปืนและระเบิด สร้างความตระหนกตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก รวมถึงมีคลิปที่ชาวบ้านออกตรวจพื้นที่ในเวลากลางวัน และพาไปดูรอยกระสุนบนต้นยางพาราในพื้นที่เดียวกัน จนเกิดข่าวสะพัดว่า เจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบิน และยิงอาวุธหนักลงมา อาจจะเป็นปืนหรือระเบิดนั้น
หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ก่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง “ทีมข่าวอิศรา” พยายามติดต่อประสานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่แทบทุกระดับ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาระดับสูงอย่างแม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ผบ.ฉก.นราธิวาส) ซึ่งมีอำนาจควบคุมพื้นที่โดยตรง ทั้งๆ ที่ผู้บังคับบัญชาในอดีตสามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ง่ายกว่านี้มาก

ล่าสุดวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.69 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อหักล้างกระแสข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า “หน่วยขอปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดตามที่มีการกล่าวอ้างอย่างสิ้นเชิง”
พร้อมกันนี้ ยังให้เหตุผลประกอบ 2 ประเด็นหลัก คือ ภารกิจเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบิน เพื่อกดดัน ไม่ใช่ทำลาย โดยยอมรับว่า มีการใช้เฮลิคอปเตอร์บินวนในพื้นที่จริง ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่เป็นการบินลาดตระเวนทางอากาศเพื่อสนับสนุนกำลังภาคพื้นดินในการติดตามไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ลอบยิง อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ดรุณ ดารอเฮง และเพื่อกดดันกลุ่มขบวนการ BRN โดยยืนยันว่าอากาศยานลำดังกล่าวไม่ได้บรรทุกหรือติดตั้งวัตถุระเบิดเพื่อโจมตีภาคพื้นดินแต่อย่างใด
ทั้งนี้ยังมีระบุเพิ่มเติมอีกว่า จากการตรวจสอบกรณีเสียงระเบิดที่ชาวบ้านได้ยินนั้น เกิดจากการที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบวาง “กับระเบิดแสวงเครื่อง” ไว้ตามเส้นทางธรรมชาติและในสวนยางพารา เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบติดตามของเจ้าหน้าที่ทหาร
นอกจากนี้ ในวันที่ 31 มี.ค.69 ทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เตรียมเข้าปูพรมเคลียร์พื้นที่อย่างละเอียด เพื่อเก็บกู้วัตถุอันตรายที่ยังหลงเหลืออยู่ พร้อมประกาศเตือนให้ชาวบ้าน “งดเว้น” การขึ้นไปบนเทือกเขาตะเว และพื้นที่ป่าใกล้เคียงในระยะนี้ เพื่อความปลอดภัย
อ่านประกอบ: คำชี้แจงในเพจเฟซบุ๊ก หน่วยเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาส
@@ สว.อังคณา ชี้ใช้อาวุธมั่วยามวิกาล ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม

ขณะเดียวกัน นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว วิพากษ์วิจารณ์กรณีดังกล่าว โดยใช้แฮชแท็ก #ปิดเมือง #ปิดปาก ระบุว่าได้รับรายงานจากประชาชนในพื้นที่ว่า เห็นเฮลิคอปเตอร์บินต่ำและมีการใช้อาวุธสงครามยิงลงมาในสวนยางพารา
“การยิงอาวุธสงครามถล่มในยามวิกาลโดยไม่มีเป้าหมายชัดเจน อาจกระทบต่อผู้บริสุทธิ์และเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) แม้รัฐบาลจะไม่ยอมรับว่าเป็นความขัดแย้งทางอาวุธ แต่การปฏิบัติการจากเบาไปหาหนักตามที่เคยตกลงกับประชาชนไว้ดูเหมือนจะถูกละเลย”
สว.อังคณา ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐกับประชาชนลดลงอย่างน่าใจหาย แม้จะมีรัฐบาลที่มาจากพลเรือน แต่กลับมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับนักสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมมากขึ้น แทนที่จะเน้นการพูดคุย จึงเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงออกมาแถลงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดสุญญากาศทางข้อมูลจนชาวบ้านไม่กล้าออกไปประกอบอาชีพกรีดยาง
ด้านสถานการณ์บนเทือกเขาตะเวขณะนี้ยังคงตึงเครียด แหล่งข่าวจากชุดปฏิบัติการพิเศษในพื้นที่ระบุกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานที่มั่นสำคัญและเส้นทางเคลื่อนย้ายของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง การใช้เครื่องบินลาดตระเวนติดกล้องตรวจจับความร้อนเป็นเรื่องปกติในเชิงยุทธวิธี
อย่างไรก็ตามข้อกังขาเรื่อง “เสียงระเบิด” และ “การใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์” ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมรอผลการพิสูจน์หลักฐานจากพื้นที่จริงในวันพรุ่งนี้ ว่าร่องรอยความเสียหายเกิดจาก “กับระเบิดภาคพื้นดิน” หรือ “อาวุธจากอากาศยาน” ตามที่ชาวบ้านและฝ่ายนักสิทธิมนุษยชนตั้งข้อสงสัยกันแน่
