
เหตุการณ์คนร้ายแต่งกายอำพรางคล้ายผู้หญิงมุสลิม สวมฮิญาบ ระดมยิง ด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขณะขับรถไปรับลูกที่โรงเรียนใน อ.ยะรัง จังหวัดเดียวกัน ทำให้ตัว ด.ต.อดุลย์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วน นางฟาตีเม๊าะ ยาโง๊ะ หรือ “ครูฟาตีเม๊าะ” ภรรยา เสียชีวิตคารถ
ที่น่าสลดใจคือ ขณะถูกยิงนั้น ครูฟาตีเม๊าะอุ้มลูกสาวที่เพิ่งคลอดได้ 35 วัน และลูกคนโตก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีใครยอมรับได้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ ภาคประชาสังคม และองค์กรสิทธิมนุษยชน พากันออกมาประณามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง
วันอังคารที่ 26 พ.ค.69 ที่โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ต.พงสตา อ.ยะรัง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เพิ่งเกิดเหตุร้าย และครูฟาตีเม๊าะก็สอนอยู่ที่นี่ รวมถึงลูกคนโตของเธอและ ด.ต.อดุลย์ ด้วย ปรากฏว่าตั้งแต่เช้ามีนักเรียน บุคลากรทางการศึกษา ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ พร้อมด้วย พ.ท.สุกฤษฐ์ กาญจนคลอด ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 และ นายมะยูโซะ กูเตะ นายอำเภอยะรัง ร่วมกันประกอบพิธีละหมาดฮายัต เพื่อขอความสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ พร้อมชูป้ายต่อต้านความรุนแรงและประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุ เนื่องจากไม่สามารถยอมรับได้กับการกระทำที่โหดร้าย ไม่เลือกเป้าหมาย
@@ เจ้าของ รร.เรียกร้องคนร้ายรับผิดชอบ

นายมูฮัมมัด หะยีเต๊ะ เจ้าของโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ เรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบต่อการสูญเสียบุคลากรทางการศึกษา ขณะที่ลูกๆ ทั้ง 3 คนของครูฟาตีเม๊าะก็กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้
@@ แม่ครูฟาตีเม๊าะ เปิดใจทั้งน้ำตา...
ด้านมารดาของครูฟาตีเม๊าะ เผยความรู้สึกทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการออกจากบ้านครั้งแรกของลูกสาวหลังลาคลอดลูกคนเล็กได้เพียง 35 วัน (ด.ญ.อัฟฟรีนา) โดยตั้งใจไปรับลูกที่โรงเรียน และพาไปซื้อชุดสำหรับวันฮารีรายอ การจากไปครั้งนี้ทำให้หลานทั้ง 4 คนต้องกำพร้าแม่ ขณะที่สามีของครูฟาตีเม๊าะก็ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่
@@ กสม.จี้รัฐเร่งนำตัวคนร้ายมาลงโทษ
สำหรับเหตุการณ์สังหารครูฟาตีเม๊าะต่อหน้าลูกน้อย นำมาซึ่งความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในแวดวงนักสิทธิมนุษยชนและภาควิชาการ โดยมีการออกแถลงการณ์ประณามจากหลายภาคส่วน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประณามการกระทำอันโหดร้ายไร้มนุษยธรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ พร้อมเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเร่งด่วน
นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ องค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ บอกว่า การกระทำลักษณะนี้เข้าข่ายละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) พร้อมยื่นข้อเรียกร้องถึงกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (BRN) ให้ตรวจสอบเหตุการณ์อย่างโปร่งใส และต้องมีมาตรการไม่ใช้ความรุนแรงต่อเด็ก ผู้หญิง ครู ตลอดจนประกาศให้โรงเรียนและพื้นที่สาธารณะเป็นเขตปลอดภัย
@@ ม.อ.ปัตตานี ประณามคนร้ายสังหารศิษย์เก่า

ขณะเดียวกัน คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วสส. ม.อ.ปัตตานี) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่ครูฟาตีเม๊าะสำเร็จการศึกษา ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับศิษย์เก่า จึงได้ร่วมประณามการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนและการก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะ และเสนอข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคสังคม ดังนี้
1. พื้นที่สาธารณะหน้าสถานศึกษาต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพลเรือน บริเวณหน้าสถานศึกษาในช่วงเวลาเลิกเรียน คือ พื้นที่สาธารณะที่เต็มไปด้วยครู ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียนที่ใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งตามหลักสากลและแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ถือเป็นพื้นที่ของชุมชนและเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่จะต้องได้รับการเคารพและละเว้นให้เป็นเขตปลอดความรุนแรงทุกรูปแบบ การจงใจก่อเหตุสะเทือนขวัญท่ามกลางพลเรือนและเด็กๆ จึงเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม และเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด
2. ขอแสดงความเสียใจและห่วงใยต่อครอบครัวศิษย์เก่า คณะฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอส่งความห่วงใยอันเป็นที่สุดไปยัง ดาบตำรวจอดุลย์ หะยีสุหลง รวมถึงลูกน้อยวัยเพียง 35 วันที่ได้รับบาดเจ็บ ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวในการก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบาก ขอให้ปลอดภัยและหายดีในเร็ววัน
3. ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสืบสวน สอบสวน และติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้ประสบเหตุ ตลอดจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
