
เปิดผลตรวจปลอกกระสุนใช้ยิง “ดาบตำรวจยะหริ่ง” ทำภรรยาดับ กอดบุตรสาวทารกอยู่ในอก แฉประวัติเป็นปืนของทางราชการที่ถูกชิงไปจากเหตุยิงตำรวจโรงพักยะรังเมื่อต้นปี 68 เคยใช้ก่อเหตุมาแล้ว 3 คดี ด้าน “พ.ต.อ.ทวี” รุดเยี่ยมซับน้ำตา ยกย่องหัวใจมารดา ใช้ตัวบังกระสุนป้องลูก
พ.อ.ปองพล สุทธิเบญจกุล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยความคืบหน้าทางคดี จากเหตุการณ์คนร้ายประกบยิงรถยนต์ของ ด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี บริเวณถนนทางเข้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ หมู่ 5 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 พ.ค.69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ น.ส.ปาติเมาะ ยาโงะ ภรรยาของ ด.ต.อดุลย์ เสียชีวิตในขณะที่ยังอุ้มบุตรสาวทารกวัยเพียงเดือนเศษไว้ในอ้อมอก ส่วน ด.ต.อดุลย์ และบุตรสาวคนโตได้รับบาดเจ็บ
ล่าสุดศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 (ศพฐ.10) ได้รายงานผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนปืนของกลางที่จัดเก็บได้จากสถานที่เกิดเหตุจำนวนทั้งสิ้น 11 ปลอก โดยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนรวม 3 กระบอก ระดมยิงใส่รถของผู้เสียหาย ซึ่งอาวุธปืนทุกกระบอกมีประวัติเคยถูกนำมาใช้ก่อเหตุในคดีความมั่นคงในพื้นที่มาแล้วรวม 3 คดี (ไม่ร่วมคดียิง ด.ต.อดุลย์ และครอบครัว) ดังนี้

1. ปืนเล็กกล AK-47 (อาก้า) ตรวจพบปลอกกระสุนขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 7 ปลอก มีประวัติเคยใช้ก่อเหตุรุนแรงมาแล้ว 2 คดี ได้แก่
- คดีลอบยิง นายรอนิง ดอเลาะ เสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อ 25 มิ.ย.67
- คดีซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 20 (ชป.20) สภ.ยะรัง เป็นเหตุให้ จ.ส.ต.เดโช เขียวแก้ว และ ส.ต.ต.ทรงชัย จันทรภาพ เสียชีวิตรวม 2 นาย ซึ่งคนร้ายได้ชิงอาวุธปืนทางราชการหลบหนีไปด้วย เมื่อวันที่ 19 ก.พ.68
2. ปืนพกสั้นออโตเมติก GLOCK ตรวจพบปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 3 ปลอก ยืนยันว่า เป็นปืนราชการ (หมายเลขประจำปืน RTP6744) ของ ส.ต.ต.ทรงชัย จันทรภาพ ที่ถูกกลุ่มคนร้ายฆ่าและชิงปืนไปจากคดีซุ่มยิงเมื่อวันที่ 19 ก.พ.68 ก่อนนำกลับมาก่อเหตุซ้ำ ยิงครอบครัวตำรวจในคดีปัจจุบัน
3. ปืนพกสั้นออโตเมติก GLOCK ตรวจพบปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 1 ปลอก มีประวัติในฐานข้อมูลสารบบเคยใช้ก่อเหตุลอบวางวัตถุต้องสงสัยผูกติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูง ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 3 ม.ค.66

พ.อ.ปองพล กล่าวว่า ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ถือเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชุดสืบสวนจะใช้แกะรอยเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อเร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ พร้อมประณามการก่อเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ปราศจากมนุษยธรรม ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ที่เป็นเด็กทารกและผู้หญิง
@@ “ทวี” เยี่ยม “ดาบอดุลย์” - ชูภรรยา “แม่สุดประเสริฐ”

ด้านการเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ต.อดุลย์ ซึ่งแม้จะรอดชีวิต แต่ตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บ และอยู่ในภาวะโศกเศร้าอย่างหนัก เนื่องจากสูญเสียภรรยา และลูกก็ยังได้รับอันตรายไปด้วยนั้น
ปรากฏว่ายังคงมีบุคคลจากหลายฝ่ายเข้าเยี่ยมอาการที่โรงพยาบาลปัตตานี เพื่อเป็นกำลังใจให้อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร
พ.ต.อ.ทวี ได้เข้าไปเยี่ยมและพูดคุยกับ ด.ต.อดุลย์ อย่างใกล้ชิด โดย พ.ต.อ.ทวี เอง ก็เป็นอดีตตำรวจด้วย และได้จับมือให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ ทั้งยังกล่าวยกย่องความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของ น.ส.ปาติเมาะ ภรรยาของ ด.ต.อดุลย์ และเป็นแม่ของลูกสาววัยทารกที่ตกอยู่ในอันตราย แต่ด้วยสัญชาติญาณความเป็นแม่ จึงได้ใช้ตัวเองบังลูกเอาไว้ ไม่ให้ได้รับอันตรายจากกระสุนปืน
“ทางภรรยากลัวลูกจะโดนลูกหลง ถึงได้กอดลูกไว้... เดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยมครอบครัวนะ ขอบคุณนะที่เข้มแข็ง ต้องสู้เพื่อลูก นี่เป็นวีรบุรุษนะ ต้องมาสูญเสียภรรยาที่รักที่สุดไป...” พ.ต.อ.ทวี ระบุ
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงรูปแบบการก่อเหตุในช่วงหลัง ที่มุ่งเป้ามายังเจ้าหน้าที่รัฐอย่างชัดเจน แต่ก็ชื่นชม ด.ต.อดุลย์ ที่ยังมีสติสัมปชัญญะและกำลังใจที่เข้มแข็ง สามารถประคองสถานการณ์จนพาลูกสาวผ่านพ้นวิกฤตมาได้
@@ เศร้าทั้งบ้าน เมื่อเด็กๆ ถามหาแม่ “หนูจะอยู่กับใคร”

จากนั้น พ.ต.อ.ทวี เดินทางต่อไปยัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อเยี่ยมมารดาและครอบครัวของ น.ส.ปาติเมาะ ภรรยาของ ด.ต.อดุลย์ บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความอาลัย โดยเฉพาะเมื่อญาติพี่น้องต้องเผชิญกับคำถามไร้เดียงสาของเด็กๆ ที่ถามว่า “พวกเขาจะอยู่กับใคร?” ซึ่งทางครอบครัวยืนยันว่าจะช่วยกันดูแลเด็กๆ แทนแม่ที่จากไปอย่างดีที่สุด
โอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้มอบเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมตั้งคำถามสำคัญต่อหน่วยงานรัฐว่า “เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ลูกจะใช้สิทธิ์สวัสดิการของใคร?” ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่รัฐที่ลงพื้นที่ไปพร้อมกัน ชี้แจงว่า เนื่องจากมารดาเสียชีวิต บุตรจะสามารถใช้โควตาสิทธิสวัสดิการในส่วนของมารดาได้
@@ จี้รัฐวางมาตรการดูแลกลุ่มเปราะบาง - พื้นที่(ควร)ปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณทางเข้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ได้เป็นแรงผลักดันให้ พ.ต.อ.ทวี เปิดวงหารือร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และผู้นำท้องที่ ทั้งนายก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายความมั่นคง เพื่อยกเป็นวาระเร่งด่วนเชิงนโยบาย โดยมุ่งประเด็นการป้องกันกลุ่มผู้ก่อเหตุกลับมาพุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่และกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ รวมถึงการก่อเหตุในพื้นที่ที่ควรเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” เช่น วัด โรงเรียน ตลาด และสถานที่ีสาธารณะอื่นๆ
นอกจากนั้นยังมีประเด็นการผลักดันสวัสดิการ เพื่อหาแนวทางดูแลครูโรงเรียนเอกชน และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่ครอบคลุมกับความเสี่ยง สร้างหลักประกันที่เป็นธรรม ไม่มีเหลื่อมล้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคลากรที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่เสี่ยงภัย ต้องเผชิญความสูญเสียโดยปราศจากโครงข่ายรองรับที่มั่นคง
