
“นโยบายดับไฟใต้” เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.69
แม้ปัญหาไฟใต้จะยืดเยื้อมากว่า 22 ปีแล้ว แต่ปีนี้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นถี่ โดยเฉพาะเหตุร้ายเชิงสัญลักษณ์อย่างเหตุลอบวางระเบิดปั๊ม ปตท.ขนาดใหญ่ 11 ปั๊มรวด ในคืนหลังวันเด็ก ก่อนวันเลือกตั้ง อบต.
ทั้งยังมีเหตุลอบยิง สส.นราธิวาส แม้จะไม่เสียชีวิต แต่ปฏิบัติการก็อุกอาจ กระทำโดยอดีตทหาร และใช้รถในราชการของ กอ.รมน.เป็นพาหนะในการยิงถล่มและหลบหนี
การอภิปรายนโยบายดับไฟใต้ของรัฐบาลนายอนุทิน จึงดุเดือดเข้มข้นไม่แพ้นโยบายอื่น
สส.ที่อภิปรายโดดเด่นที่สุดคนหนึ่ง คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีต รมว.ยุติธรรม
“สิ่งหนึ่งที่รัฐมนตรีได้รับปากยืนยันกับสภานี้ก็คือ ข้อหลัก 3 ประการที่กล่าวไว้ในหน้าแรกของคำแถลงนโยบาย โดยเฉพาะที่ผมจะมาขยายก็คือ ท่านจะยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม การบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ซึ่งในข้อนี้จะครอบคลุมไปทุกมิติ
ในมิติที่เป็นข้อซักถามอภิปรายคือ ข้อ 9.3 การแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ตามหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อนำสันติสุขอย่างยั่งยืนกลับมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือนโยบายภาคใต้ที่ท่านเขียนไว้เพียงบรรทัดเดียว ไม่ได้เห็นถึงโครงสร้าง ไม่ได้เห็นถึงบริบท ซึ่งผมก็ทราบว่า เรื่องของภาคใต้เป็นเรื่องที่มีคำถามมากกว่าคำตอบ
คำถามหนึ่งคือความไม่สงบเมื่อไรจะจบ อันนี้เป็นคำถามและพลวัตในการแก้ปัญหามานาน แต่สิ่งที่ต้องมีคือความจริงใจ และการใช้หลักนิติธรรม สิ่งหนึ่งก็อยากจะขอถามท่านนายกรัฐมนตรีและท่านผู้บริหารว่า เหตุการณ์ลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กับพวกที่เป็นตำรวจและประชาชน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม หลังจากท่าน สส.กมลศักดิ์ ได้มาโหวตเลือกนายกฯ และเป็นผู้โหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้รับสิ่งที่ตอบแทนก็คือพบอาวุธปืนสงคราม ผลการตรวจเป็นปืน M16 จำนวน 2 กระบอก ยิงเข้าที่รถ สส.กมลศักดิ์ ขณะกำลังจะเข้าบ้าน จำนวน 33 นัด
ต่อมาเจ้าหน้าที่รัฐสามารถจับกุมผู้กระทำความผิด และก็ออกหมายจับ แต่ที่น่าตกใจก็คือรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ หมายเลขทะเบียน ญจ 6874 กรุงเทพมหานคร ผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ สำนักนายกรัฐมนตรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นี่คืออะไร
การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เราแก้ด้วย 2 ขา ขาหนึ่งคือ กอ.รมน. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็น ผอ.รมน. สิ่งที่อยากจะเรียกร้อง วันนี้ผมทราบว่านายกรัฐมนตรีน่าจะรอให้แถลงนโยบายก่อนถึงจะปริปากพูดเรื่องของนายกมลศักดิ์ แต่สังคมกำลังคิดว่าทำไม กอ.รมน. จึงปล่อยให้มีการใช้รถไปเข่นฆ่า สส.กมลศักดิ์กับพวก เพราะอะไร ทำไมยานพาหนะคันนี้จึงมีระดับ “นาวาเอก” เซ็นอนุมัติ
และที่สำคัญเป็นความแปลกก็คือ การดำเนินการกับผู้อื่นมีการใช้กฎอัยการศึกคุมตัวมาซักถาม 7 วัน แต่กับนายทหารผู้ที่อนุญาตให้รถไป กลับไม่เคยมาพบเจ้าหน้าที่เลย สิ่งนี้จึงเป็นคำถาม
อยากจะเรียนว่า วันนี้ท่านนายกฯ ต้องแสดงความชัดเจนว่า ผู้บงการ ผู้ใช้ ผู้จ้างวาน ไม่ว่าจะเป็นใคร ท่านนายกฯ ต้องทำให้ปรากฏ เรื่องนี้เป็นการวัดถึงหลักนิติธรรม และเป็นปัญหาที่พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้พูดถึงและโหยหามาโดยตลอด อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมยากจะสอบถาม”
