
ยังคงเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง กรณีมีชายลึกลับอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการกองกำลัง BRN จ.นราธิวาส ยื่นเงื่อนไขวางอาวุธและพาลูกน้องมอบตัว โดยแลกกับการที่รัฐบาลต้องถอนทหารหลักออกจากพื้นที่
จะว่าไปเรื่องนี้ก็เป็นแผนของฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว ที่จะส่งมอบพื้นที่ชายแดนใต้ จากทหารหลัก เพื่อให้ อส. หรือ กองอาสารักษาดินแดน ของกระทรวงมหาดไทย ดูแลแทน
อ่านประกอบ : ชายลึกลับอ้างคุมนักรบ BRN นราฯ พร้อมวางปืนแลกถอนทหาร
อ่านประกอบ : กอ.รมน.ไม่รับนัด “ชายอ้าง BRN” ยื่นเงื่อนไขวางปืนแลกถอนทหาร
อ่านประกอบ : ถอดรหัส “ชายลึกลับ” ใช้อาเจะห์โมเดล “คืนปืนแลกถอนทหาร”
ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.ค.69 นักข่าวไปถามเรื่องนี้กับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับคำตอบที่น่าสนใจ
“รัฐบาลไม่มีหน้าที่ต้องไปเจรจากับกลุ่ม BRN และจะไม่ยกระดับหรือให้ความสำคัญกับกลุ่มดังกล่าวเกินความจำเป็น”

พล.ท.อดุลย์ กล่าวต่อว่า เชื่อมั่นว่ารัฐบาล โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้ พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการเปิดการเจรจากับกลุ่ม BRN โดยบอกว่า “เราจะไปคุยกับ BRN ทำไม เขาเป็นใคร”
พร้อมกันนี้ เจ้าตัวยังยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาปรามาสฝ่ายใด แต่รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขเอาไว้แล้ว และจะดำเนินการพูดคุยผ่านช่องทางที่เหมาะสมกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยรายละเอียดว่ามีการหารือหรือพูดคุยกับฝ่ายใด
อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำตอบของ พล.ท.อดุลย์ ที่ว่าจะไม่คุยกับ BRN นั้น ไม่ชัดเจนว่า หมายถึง ขบวนการ BRN ทั้งขบวนการ หรือพูดถึงเฉพาะ “ชายลึกลับ” ที่อ้างเป็น BRN เท่านั้น
เพราะหากหมายรวมถึง BRN ทั้งขบวนการ ก็เป็นเรื่องแปลก เนื่องจากรัฐบาลกำลังเตรียมเปิดโต๊ะพูดคุยสันติสุขฯ รอบใหม่ ซึ่งผู้เห็นต่างจากรัฐที่จะเข้าร่วมโต๊ะพุดคุย ก็คือผู้แทนจากกลุ่ม BRN ซึ่งรัฐบาลไทยและฝ่ายความมั่นคงไทยเชื่อว่า เป็นกลุ่มที่มีบทบาทสูงสุดต่อสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดห้วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
@@ แถลงการณ์ BRN อ้างโจมตี จนท.-ทุนนิยมรุกวิถีมลายู

อีกด้านหนึ่ง มีการเผยแพร่แถลงการณ์ของกลุ่มที่อ้างเป็น BRN ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม แต่แถลงการณ์ฉบับนี้ก็ถูกเผยแพร่และส่งแชร์ต่อๆ กัน จากเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ด้วย
แถลงการณ์ฉบับนี้ อ้างว่าเป็นของ “ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี” หรือ BRN เผยแพร่โดยสำนักเจรจาสันติภาพ ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2026 เนื้อหาในเอกสารมีความยาว 2 หน้ากระดาษ เขียนด้วยภาษามาเลย์ สรุปได้ดังนี้
- เนื้อหาช่วงแรกเป็นการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ ย้ำเตือนเป้าหมายทางการทหาร และส่งสัญญาณสำคัญถึงกระบวนการเจรจาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่
- สำนักเจรจาสันติภาพของ BRN ระบุว่า ทางขบวนการกำลังเฝ้ามองพัฒนาการล่าสุด พบว่ามีการยกระดับปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งยังคงดำเนินอยู่ และยังไม่มีสัญญาณของการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน
- แถลงการณ์ได้ระบุถึง “เป้าหมาย” ของกองกำลังติดอาวุธ BRN ไว้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยเน้นย้ำว่าจะมุ่งเป้าไปที่กองกำลังติดอาวุธของไทย กลุ่มติดอาวุธที่จัดตั้งโดยรัฐบาลไทย ตลอดจนโครงการทุนนิยมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนปัตตานี ทำลายสิ่งแวดล้อม และกัดกร่อนคุณค่าอัตลักษณ์ของสังคมมลายูมุสลิม
@@ ประกาศเคารพ กม.มนุษยธรรม แต่เตือนชาวบ้านอยู่ห่างๆ รัฐ
ขณะเดียวกันก็เน้นว่า ทางกลุ่มยังคงให้ความเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายสงครามระหว่างประเทศ หรือกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) อย่างเคร่งครัด
- ในช่วงท้ายของเนื้อหาหน้าแรกในแถลงการณ์ ได้ส่งคำเตือนโดยตรงถึงประชาชนในพื้นที่ โดยขอให้ประชาชนทั่วไปคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก ด้วยการหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับสถานที่หรือเป้าหมายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิบัติการทางทหาร พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนราษฎรไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลไทย หรือรับบทบาทใดๆ ที่อาจถูกตีความได้ว่าเป็นการสนับสนุนปฏิบัติการความมั่นคงของรัฐบาล เพื่อลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง
- แถลงการณ์ระบุด้วยว่า การยกระดับความตึงเครียดและความรุนแรงในพื้นที่ขัดแย้งในขณะนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความคืบหน้าที่ล่าช้าในกระบวนการเจรจาสันติภาพ
- เน้นย้ำว่า การเจรจาสันติภาพคือทางเลือกที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างมีเกียรติ ยุติธรรม และยั่งยืน
@@ ส่งสัญญาณ “ทางออกการเมือง” ยุติขัดแย้งได้จริง
“การแก้ปัญหาปัตตานีผ่าน ‘ทางออกทางการเมือง’ เป็นแนวทางที่จะสามารถยุติความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ปัตตานีกับรัฐบาลไทย เพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงที่แท้จริง มีเกียรติ ศักดิ์ศรี และยั่งยืน” แถลงการณ์ระบุ
ในตอนท้าย BRN ได้แสดงความขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อบทบาทของรัฐบาลมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการเจรจาสันติภาพ รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาคมระหว่างประเทศที่ได้แสดงออกถึงท่าทีอันเป็นมืออาชีพและกระตือรือร้นในการแสวงหาทางออก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระบวนการเจรจานี้จะได้รับการเสริมสร้างให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกภาพจากประชาคมปัตตานีทั้งหมด เพื่อบรรลุความก้าวหน้าในการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนี้
