
เรื่องน่าเศร้า น่าสะท้อนใจในกระแส “โกงสอบ” ทั้งสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่กำลังเป็นข่าวดัง และการสอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน่วยงานที่มีการแฉกันเพิ่มเติม ยังคงปรากฏอยู่อย่างต่อเนื่อง
อ่านประกอบ : “สู้เส้นไม่ไหว-ไม่มีนายคุ้มหัว” เปิดตัว ขรก.ไม่ขอสอบเลื่อนขั้น!
อย่างเช่นเรื่องราวของปลัดอำเภอรายนี้ ซึ่งผ่านชีวิตราชการมา 30 ปี ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ในขณะที่เพื่อนร่วมอาชีพที่สอบบรรจุพร้อมกันหลายคน เจริญก้าวหน้าถึงระดับอธิบดี รองปลัดกระทรวง จ่อคิวเป็นปลัดกระทรวงกันอยู่รอมร่อ
ปลัดอำเภอ 30 ปีรายนี้ จึงฝากข้อความบอกเล่าเรื่องราวของตนเองเอาไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์
“ผมสอบเป็นปลัดอำเภอเมื่อ ปี2539 รุ่นเดียวกับผู้ว่าฯที่เพิ่งเป็นข่าวโด่งดังเมื่อเดือนที่ผ่านมา และอีกหลายๆ ผู้ว่าฯ ในประเทศนี้”
“ตอนที่สอบเข้าปลัดอำเภอ ผมสอบได้ลำดับที่ 100 กว่าๆ ของทั้งประเทศ ได้บรรจุรุ่นแรกๆ ด้วย ปัจจุบันยังได้แค่ ‘ปลัดอำเภอชำนาญการ’ เพราะผมไม่ใช่สิงห์ดำ สิงห์แดง”
“ผมไม่สวามิภักดิ์ต่ออำนาจการเมือง ไม่เข้าสังกัดซุ้ม ไม่ยอมจ่ายเงินซื้อตำแหน่งใดๆ เพราะคิดว่าไม่ถูกต้อง..ผลออกมาสอบไม่ได้ทุกครั้ง เมื่อผลสอบทุกครั้งว่าผมสอบไม่ได้ เพราะไม่จ่าย,ไม่วิ่ง,ไม่สวามิภักดิ์, ไม่วิ่งเต้นใช้เส้นสาย สุดท้ายก็ไม่โต ไม่ก้าวหน้า”
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ ปลัดอำเภอท่านนี้ ไม่ได้โทษใคร แต่โทษตัวเองที่เดินทางผิดเอง
“ก็น่าจะพอแค่นี้ ผมเลือกเดินมาผิดทางเอง หลงมาในทางหมาเดิน…”
นี่คือ ความในใจของปลัดอำเภอวัย 55 ปี ในจังหวัดใหญ่จังหวัดหนึ่งของภาคใต้ ซึ่งแม้เจ้าตัวจะออกตัวเชิงประชดประชันว่า “เลือกทางหมาเดิน” แต่ก็เป็นหมาที่มีศักดิ์ศรี เป็นหมาเฝ้าบ้านที่สร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่หมาที่แย่งชามข้าว หรือกัดเจ้าของที่ให้ข้าวให้น้ำ
@@ อดีตรองผู้ว่าฯเปิดหน้าแฉ “ชายแดนใต้” หนักสุด!

เรื่องราวการ “แฉ” ระบบวิ่งเต้น เส้นสาย และซื้อขายตำแหน่ง ถูกขยายความให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นจาก นายสมโภช โชติชูช่วง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ที่ออกมาเปิดโปงพฤติการณ์ “เชื้อชั่วผสมพันธุ์” ระหว่างนักการเมืองกับข้าราชการทุจริต ตั้งแต่ต้นทางอย่างการโกงสอบบรรจุ ไปจนถึงปลายทางในการส่งส่วยรายปีเพื่อรักษาเก้าอี้ เข้าข่ายซื้อขายตำแหน่งนั่นเอง
อดีตรองผู้ว่าฯสมโภช ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลายแขนง และเปิดข้อมูลอย่างละเอียด แต่หากเจาะเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านขยายความกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่าเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการวิ่งเต้นและซื้อขายตำแหน่งหนักที่สุดพื้นที่หนึ่งของประเทศ!
@@ กม.พิเศษเปิดช่องหาประโยชน์ วิ่งเต้น-โดดข้ามหัว
“พื้นที่ที่สร้าง ‘เชื้อชั่ว’ ในระบบราชการมากที่สุด คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ความมั่นคงที่มีข้อยกเว้นทางกฎหมายและการคลังหลายประการ ระบบงบประมาณและพัสดุได้รับการยกเว้นในหลายกรณี นิยมใช้ ‘จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ’ หรือ ‘วิธีเฉพาะเจาะจง’ เปิดโอกาสให้ข้าราชการที่ทุจริตใช้ช่องทางนี้สร้างผลงานและหาเงินเพื่อซื้อตำแหน่ง”
“คนพวกนี้ขยับระดับจาก 6 ไป 7 จาก 7 ไป 8 และไต่เต้าไปถึงระดับสูงสุด หรือใช้เป็นสปริงบอร์ดย้ายไปข้ามหัวคนอื่นเพื่อนั่งตำแหน่งสำคัญ เพราะนับอายุราชการทวีคูณ” อดีตรองผู้ว่าฯกระบี่ ซึ่งมีพื้นเพเป็นชาว จ.สงขลา ระบุ
สำหรับ จ.สงขลา บางอำเภอ และเป็น 1 ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ับังคับใช้กฎหมายพิเศษ ยกเว้นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างปกติ ประกอบด้วย จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล ตามกฎหมาย ศอ.บต. หรือ พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553
@@ ตำแหน่งเล็กๆ ควักหลักแสน จ่ายนายหน้า-นักการเมือง
จากข้อมูลของอดีตรองผู้ว่าฯกระบี่ “ทีมข่าวอิศรา” ได้ติดต่อและขอพูดคุยกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงในพื้นที่
ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ัรัฐหลายรายจากหลายหน่วยงานยอมรับตรงๆ ว่า จำใจควักหลักแสนจ่ายนักการเมือง และนายหน้า เพื่อแลกกับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
นักปกครองท้องถิ่นรายหนึ่ง เล่าว่า ตนเองและน้องสาวต้องยอมจ่ายเงินคนละ 100,000 บาท ให้กับ “นักการเมืองในพื้นที่” เพื่อแลกกับการได้เข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว และปัจจุบันก็ยังมีอยู่ เพราะทุกวันนี้ตนและน้องสาวก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
“การสอบแข่งขันตามระบบปกติมันไม่ง่ายเลย สอบตั้งหลายครั้งก็ยังไม่ได้ จนกระทั่งวันหนึ่งมีนักการเมืองในพื้นที่เข้ามาถามตรงๆ พร้อมบอกเงื่อนไขว่าต้องจ่าย 100,000 บาทเพื่อเป็นค่าเปิดทาง ตอนแรกยอมรับว่ากลัวจะโดนหลอกฟรี แต่ใจลึกๆ ก็มั่นใจระดับหนึ่ง เพราะได้ยินกระแสข่าวลือมาตลอดว่า ถ้าอยากทำงานราชการที่นี่...ยังไงก็ต้องจ่ายเงิน” แหล่งข่าวระบุ
@@ จ่ายแล้วได้ผล! ขยายผลพาน้องเดินตามรอย

เจ้าหน้าที่ใน อปท. เล่าต่อว่า หลังจากตนจ่ายเงินก้อนแรกและเข้าทำงานได้สำเร็จประมาณ 1 ปี เมื่อเห็นว่าระบบนี้ “ได้ผลจริง” น้องสาวจึงตัดสินใจจ่ายเงินอีก 100,000 บาท ในเกณฑ์เดียวกัน จนถึงปัจจุบันก็ได้ทำงานใน อปท. และทำมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว
“เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ และไม่ได้มีเพียงแค่เรากับน้องสาวเท่านั้น ในที่ทำงานมีอีกเยอะ มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่อีกเป็นจำนวนมากที่ใช้วิธีการเดียวกันในการเข้าสู่ตำแหน่ง ไม่ใช่แค่ท้องถิ่น แต่เพื่อนรอบตัวที่จ่ายเงินก้อน ก็สามารถเข้าเป็นครู หรือได้ทำงานบนที่ว่าการอำเภอหรือโรงพยาบาลเช่นกัน บางคนพ่อเป็นหัวหน้าหน่วยงาน ก็บรรจุให้ลูกเป็นนักวิชาการประจำหน่วยงานก็มีเหมือนกัน”
“มีเพื่อนทำงานที่อำเภอบอกว่า ถ้าอยากจะเข้าทำงานที่นี่ก็ต้องจ่ายเงิน เพราะต่อให้สอบแทบตายยังไงก็ไม่เคยได้ กลายเป็นว่าถ้าอยากได้งานก็ต้องยอมจ่าย ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ในกลุ่มคนทำงานต่างเข้าใจและรับรู้กันดี จนกลายเป็นค่านิยมที่กลืนกินระบบ ทุกคนจำใจยอมรับระบบ เพราะกลไกปกติพึ่งพาไม่ได้จริงๆ”
@@ รู้สึกผิด แต่ชีวิตต้องเดินต่อไป...
ในตอนท้าย แหล่งข่าวรายนี้ยังเปิดใจยอมรับว่า รู้สึกผิดที่ต้องทำแบบนี้ เพราะลึกๆ แล้วไม่ได้มีใครอยากจ่ายเงินทุจริตเพื่อแลกกับการทำงาน แต่เพราะระบบราชการในพื้นที่ถูกทำให้เป็นแบบนี้ จนผู้สมัครสอบหมดศรัทธาในระบบคุณธรรม
“เงินกลายเป็นทางออกเดียวที่การันตีผลได้ จนกลายเป็นค่านิยมที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน”
เป็นบทสรุปที่โหดร้ายและทำร้ายจิตใจคนที่ยังตั้งความหวังกับระบบธรรมาภิบาล..จริงๆ
@@ อีก 1 เสียงการันตี จนท.ที่ดินปัตตานี “คนดีจริง”

อีกเรื่องหนึ่งที่ฮือฮาไม่แพ้กัน คือ กรณีข้าราชการกรมที่ดินเขียนระบายความรู้สึกในเอกสารราชการ ไม่ขอเข้าสอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง เนื่องจากถอดใจ สู้ “เส้นสาย” ไม่ไหว และไม่ใช่เด็กนาย ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมที่ล้ำลึกได้
ต่อมา “ทีมข่าวอิศรา” ติดตามตรวจสอบจนทราบว่า บุคคลที่เขียนข้อความสะเทือนใจนี้ มีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่ใช้ AI ทำขึ้น เขาคือ นายสนิท รักสวัสดิ์ นักวิชาการที่ดินชำนาญการพิเศษ ประจำสำนักงานที่ดินจังหวัดปัตตานี กรมที่ดิน
เจ้าตัวได้เปิดใจกับทีมข่าว ยอมรับว่าเป็นคนเขียนข้อความตามที่แชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์จริงๆ และรู้สึกตามที่เขียน เมื่อสอบถามไปยังอดีตผู้บังคับบัญชาของนายสนิท ก็ยืนยันว่าเป็นคนดี ทำงานดี และเสียดายที่ต้องพ่ายแพ้เส้นสาย พร้อมแนะนำให้อดทน
อ่านประกอบ : “สู้เส้นไม่ไหว-ไม่มีนายคุ้มหัว” เปิดตัว ขรก.ไม่ขอสอบเลื่อนขั้น!
ล่าสุดมีคนโพสต์ข้อความการันตีเพิ่มเติมว่า นายสนิท เป็นข้าราชการน้ำดีตัวจริง และต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมมาตลอด แต่กลับไม่เคยได้รับความเป็นธรรมเลย
“พี่คนนี้ผมรู้จักดีครับ แกสู้มาตั้งแต่ชำนาญการ (ตำแหน่งนักวิชาการชำนาญการ) เพราะแกได้อายุราชการทวีคูณในการสอบหัวหน้า แต่กรมที่ดินไม่ให้ อ้างว่าทวีคูณไม่นับสำหรับการสอบหัวหน้างาน จนแกต้องฟ้องศาลปกครอง และแกก็ชนะคดี ถึงได้มีสิทธิ์สอบ แต่การฟ้องครั้งนั้นกลายเป็นอาวุธที่ผู้ใหญ่ใช้สำหรับกดทับแกมาโดยตลอด”
“แกสอบชำนาญการพิเศษมาหลายครั้งกว่าจะได้ เมื่อได้ ชพ. (ชำนาญการพิเศษ) แล้ว แกก็สอบอำนวยการต้นมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้เลยครับ เข้าใจความรู้สึกครับ จนแกต้องเขียนสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา และอยากจะบอกทุกท่านว่า แกเป็นคนจริง มีความสามารถคนหนึ่งของกรมที่ดินเลยละครับ”
ดูเหมือนข้าราชการดีๆ มีความสามารถ ประชาชนรู้ ชาวบ้านรู้ แต่ระบบราชการ..ไม่รู้!
