
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 2 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบต.พิกุลออก’ 18 ปี คดีเบิกค่าก่อสร้างโครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูบน้ำ-เบิกค่าใช้จ่ายระบบสูบส่งอาคารโรงสูบน้ำ ให้ ‘ผู้รับจ้าง’ ทั้งที่การดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ
............................................
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน มิ.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 21/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อท 117/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายเอกกฤต โชคนำตระกูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พิกุลออก อ.บ้านนา จ.นครนายก กับพวก เบิกจ่ายเงินค่าก่อสร้างโครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 11 โครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 6 และโครงการค่าใช้จ่ายระบบสูบส่งอาคารโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 6 ทั้งที่ผู้รับจ้างยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามสัญญา
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายเอกกฤต โชคนำตระกูล) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม) จำเลยที่ 3 (นายจำลอง มัยญะกิต) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 จำเลยที่ 4 (นายเดชา พุ่มพวง) และที่ 5 (นางสาวอภิวรรณ รัมพณีนิล) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม)
จำเลยที่ 6 (นายบัว ศรีมุกข์) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 จำเลยที่ 7 (นายนำ คุณชม) และที่ 8 (นายเสถียร จุลทรัพย์) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86
การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 18 ปี
การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 และการกระทำแต่ละกระทงตามฟ้องข้อ 3.3 และ 4.3 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี
จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 4 ปี การกระทำของจำเลยที่ 7 และที่ 8 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปี และปรับคนละ 20,000 บาท
คำให้การในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ของจำเลยที่ 3 และที่ 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้คนละ 1 ใน 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 9 ปี และจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 3 ปี
จำเลยที่ 7 และที่ 8 ให้การรับสารภาพ และคำให้การในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 7 และที่ 8 คนละ 2 ปี และปรับคนละ 10,000 บาท พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 7 นำเงินค่าเสียหายมาวางศาลเต็มจำนวนความเสียหาย และจำเลยที่ 8 มีอาการป่วยเจ็บช่วยเหลือตนเองได้น้อยต้องมีญาติช่วยดูแล หากได้รับโทษจำคุกจะมีความยากลำบากในการดำรงชีวิต ประกอบกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดในส่วนของจำเลยที่ 7 และที่ 8 ไม่ร้ายแรงนักจึงให้รอการลงโทษจำคุกจาเลยที่ 7 และที่ 8 ไว้คนละ 3 ปี
ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 กรณีไม่มีเหตุมีควรรอการลงโทษ
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 46/2569 วันที่ 20 พ.ค.2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายเอกกฤต โชคนำตระกูล กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ทั้งนี้ จำเลยยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 32/2564 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2564 ชี้มูลความผิด นายเอกกฤต โชคนำตระกูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิกุลออก อ.บ้านนา จ.นครนายก กับพวก เบิกจ่ายเงินค่าก่อสร้างโครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูงน้ำ หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 11 โครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 6 และโครงการค่าใช้จ่ายระบบสูบส่งอาคารโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 6 ทั้งที่ผู้รับจ้างยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามสัญญา โดยมีมูลความผิดอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 151 และ 157

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา