
‘ป.ป.ช.-ปปป.-ป.ป.ท.’ บุกจับ 2 ‘เจ้าหน้าที่ DSI’ โยงขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ล่าสุดโดนสั่ง ‘ให้ออกจากราชการไว้ก่อน’ ตั้งคณะกรรมการดำเนินการทางวินัยฯ
......................................
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ภายใต้การอำนวยการของ นายสุรพงษ์ อินทรถาวรเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนฯ 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
ร่วมปฏิบัติการจับกุม นายอิทธิพล วิคเตอร์ส ศิริเพชรภัทรกุล เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายอนุรักษ์ ขจรฤทธิ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 3 ที่ 64/2569 ลงวันที่ 10 ก.ย.69 และที่ 65/2569 ลงวันที่ 10 ก.ย.2569 บุคคลดังกล่าวทั้ง 2 รายเกี่ยวข้องในคดีเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น
การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจาก กรณีตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง ในข้อหาเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำการสืบสวนขยายผลจนพบพยานหลักฐานที่มีเหตุอันควรเชื่อว่านายอิทธิพลฯ และนายอนุรักษ์ฯ มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับนายประวิทย์ฯ และนางนวพร ปรือปรัง ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้
พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จึงรวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบภาค 3 จนศาลอนุมัติหมายจับจนนำไปสู่การปฏิบัติการร่วมจับกุม ภายหลังการจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อดำเนินคดีต่อไป
อนึ่ง ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
วันเดียวกัน (11 ก.ย.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เผยแพร่เอกสารข่าว โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าว กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. นำหมายจับของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เข้าจับกุมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 2 ราย กรณีมีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับ ขบวนการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อเข้ารับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นั้น
กรมสอบสวนคดีพิเศษขอชี้แจงว่า มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ระดับชำนาญการพิเศษ 1 ราย และระดับชำนาญการ 1 ราย ของกรมสอบสวนคดีพิเศษจริง ซึ่งพฤติการณ์การกระทำผิดเป็นการกระทำในฐานะส่วนตัว มิได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษไปดำเนินการ
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้พบข้อมูลข่าวสารทางสื่อโซเชียลมีเดียว่า มีข้าราชการของกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตดังกล่าว อธิบดีกรมสอบสวนพิเศษได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริงทางวินัย และมีการสืบสวนทางอาญาไว้ก่อนแล้ว ซึ่งพบมูลความผิดในทางอาญา เกี่ยวกับข้าราชการทั้ง 2 ราย ที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ และเนื่องจากเป็นกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องไว้ดำเนินการแล้ว และส่วนหนึ่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้รับเรื่องไว้ดำเนินการสอบสวน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อรวมเรื่องดำเนินการ
และวันนี้มีหลักฐานเพิ่มเติมว่าเป็นบุคคลที่ถูกออกหมายจับโดยศาล จึงได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และคณะกรรมการดำเนินการทางวินัยได้มีการตรวจห้องทำงานของบุคคลทั้ง 2 ราย รวมทั้งอำนวยความสะดวกการปฏิบัติในการจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และรวมเป็นหลักฐานประกอบในการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงควบคู่กับกระบวนการทางอาญาต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา