"...ปัจจุบัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้จะเป็น 'อา' แต่ก็มีสถานะเป็นจำเลย ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี จากคดีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว และอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมตัวในต่างประเทศ การที่ นางสาวแพทองธาร ยังคงมีโอกาสพบเจอ ถ่ายรูปแสดงความใกล้ชิดสนิทสนม แทนจะมีการแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานตามกฎหมายเข้าจับกุมตัว ส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ตามขั้นตอนปฏิบัติตามกฎหมาย จึงอาจถือเป็นการ ...
"...ตอนนี้ก็ยังมีการทำธุรกิจสกินแคร์อยู่ ...รับทราบข้อมูลแล้วว่าทางผู้สื่อข่าวได้มาติดต่อที่ทำการบริษัทที่อาคารเซ็นทรัลทาวเวอร์แล้ว ในช่วงสัปดาห์หน้าทางผู้บริหารบริษัทจะกลับมาจากต่างประเทศ เดี๋ยวพอหลังจากกลับมาแล้วจะติดต่อกันอีกทีหนึ่ง ..."
“..ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ไม่คำนึงถึงข้อทักท้วงและข้อเสนอขององค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินการตามโครงการต่างๆ ของรัฐ แต่กลับปล่อยให้การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2555/2556 และปีการผลิต 2556/2557 ยังคงดำเนินการต่อไป จึงเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ใช้อำนาจหน้าที่ของตนเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาการทุจริต จึงเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติการกระทำการทุจริตได้โดยง่าย ...
"...ตั้งแต่เดือนก.ค. 2560 เป็นต้นมา กรมบังคับคดี ได้ยึดอายัดทรัพย์สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมกว่า 30 รายการ มีบ้านและที่ดินทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดประมาณสิบแปลง ห้องชุด และอายัดบัญชีเงินฝากประมาณ 12-13 บัญชี มีเงินหลักล้านบาท โดยบ้านที่ซอยนวมินทร์ 111 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากที่สุดในบรรดาทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์สินฯ ที่ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห ...
ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน 4 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 'วิเชียร ทรัพย์เจริญ' อบจ.ตราด มากสุด 273 ล.-'วิทยา คุณปลื้ม' อบจ.ชลบุรี 195 ล.-'อัครเดช วันไชยธนวงศ์' อบจ.แม่ฮ่องสอน 32 ล.-'สุพิศ พิทักษ์ธรรม' อบจ.สงขลา 24 ล.
“...ตลอดสามวัน กกต. หัวกระไดไม่แห้ง เพราะมี ‘สว.ลอตแรก’ ทยอยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา มีทั้งสงวนท่าที-รักษารูปคดี และพร้อมเปิดหน้า-ปริปาก เปล่งวาจาโต้ตอบ เป็นข้อกล่าวหาเลื่อนลอย พร้อมกับการพลิกเกม เปลี่ยนจากรับกลับมาเป็นรุก ร้องขอความเป็นธรรม ไม่ให้ตกอยู่ในมุมอับโดนสาวหมัดแต่เพียงฝ่ายเดียว...”
"...ทั้งหมดนี้ คือ สรุปข้อเท็จจริงรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจเรตำรวจ ใน 4 ประเด็น ที่มีการนำเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 หลังจากนั้น เรื่องนี้ก็เงียบหายไป ปัจจุบันการดำเนินการตามรายงานผลสอบเรื่องนี้ อยู่ในขั้นตอนไหน ยังไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่ง ก.ต. มีมติลงโทษผู้พิพากษาระดับสูงที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีแทรกแซงการเพิกถอนหมายจับ นายอุปกิต ปาจรียาง ...
“…แต่ปรากฏข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้งว่า เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวจำเลยไปอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ซึ่งมิใช่เรือนจำ จนกระทั่งถูกปล่อยตัว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล และนำตัวจำเลยไปอยู่อย่างอิสระ สบายๆ แยกจากผู้ป่วยอื่นๆ โดยอ้างเหตุว่าจำเลยป่วย ซึ่งความจริงแล้ว จำเลยมิได้ป่วยตามที่อ้าง…”
"...หากพนักงานจ้างเหมารายใดส่งมอบเงินล่าช้าหรือไม่ยอมส่งมอบเงินรายเดือนให้ตามอัตราที่กำหนดไว้ นายพศวัต สุวรรณกมลาศ ก็จะกลั่นแกล้งไม่ยอมลงชื่อในใบสำคัญเบิกจ่ายเงินค่าจ้างเหมา และยังบังคับให้พนักงานจ้างเหมา (TOR) ลงลายมือชื่อในใบลาออกไว้ล่วงหน้า เพื่อจะไม่ทำการต่อสัญญาจ้างในปีงบประมาณถัดไป เป็นเหตุทำให้พนักงานจ้างเหมา TOR จำนวน 10 ราย ต้องจำยอมจ่ายเงินค่าจ้างรายเดือนให้..."
"... ทว่าศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในคดีนี้หาควรพิพากษายกฟ้องจําเลยทั้งหมดทุกคนคือจําเลยทั้งยี่สิบเอ็ดอย่างสิ้นเชิงในเมื่อเป็นความเสียหายต่อประโยชน์ สาธารณะซึ่งเกิดจากพฤติการณ์กระทําที่ไม่สุจริตอันถือได้ว่าเป็นการกระทําความผิดโดยทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์ ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ในการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริต ...