
'ณัฐชา-ปชน.' อภิปรายงบปี 70 ชี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขุดบ่อน้ำบาดาล 1,501 ล้าน ไม่ตรงกับพื้นที่ภัยแล้ง-ลงพื้นที่ สส.เขต ภท. มากสุด 141 โครงการ 861 ล้าน – 'บุญจง' แจง ภท. อยู่ทุกภาค-ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบท - ณัฐพงษ์ เตือน ระวัง ผิดรัฐธรรมนูญ ม.144
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 8 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระที่สองลงมติรายมาตราและวาระสามลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทั้งฉบับ ระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย.69 รวมระยะเวลา 3 วัน นี้เป็นการพิจารณาเป็นวันที่สอง
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายงบประมาณมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในส่วนการขอรับงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล โครงการขุดบ่อน้ำบาดาล จำนวน 281 โครงการ วงเงิน 1,501 ล้านบาท อันดับหนึ่ง อยู่ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) 141 โครงการ วงเงิน 861.91 ล้านบาท คิดเป็น 57.39 % อันดับสอง เป็นของพรรคเพื่อไทย 57 โครงการ 270 ล้านบาท อันดับสาม พรรคกล้าธรรม 52 โครงการ 198 ล้านบาท อันดับสี่ พรรคพลังประชารัฐ 8 โครงการ 53 ล้านบาท อันดับห้า พรรคไทรวมพลัง 9 โครงการ 48 ล้านบาท อันดับหก พรรคประชาชน 8 โครงการ 47 ล้านบาท อันดับเจ็ด พรรคประชาธิปัตย์ 6 โครงการ 21 ล้านบาท

“เราไม่สามารถปล่อยผ่านได้ เราจะปล่อยให้งบประมาณแผ่นดินเป็นอย่างนี้หรือ โดยเฉพาะ ทส. มีเสียงลือเยอะมาก ว่าถ้าเกิดอธิบดีไม่ทำตามจะถูกปรับเปลี่ยนโยกย้าย เสียงหนาหูมาก ล่าสุดอธิบดีกรมป่าไม้จะไปเป็นอธิบดีกรมอุทยาน มีเรื่องราวไม่ชอบมาพากล สงสัย ไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้จริงๆ โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำมาดาล”นายณัฐชากล่าว
ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา ภท. ในฐานะ กมธ. ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องน้ำเป็นปัญหาใหญ่ของประชาชน โดยเฉพาะ สส. ที่อยู่ในเขตเลือกตั้งลงพื้นที่จะมีเรื่องน้ำบาดาลไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ไม่มีน้ำสำหรับทำการเกษตร เป็นสิ่งสะท้อนมายัง สส. ประเด็นที่เป็นคำถาม คือ ทำไมโครงการขุดบ่อน้ำดาล กรมทรัพยากรน้ำจึงบรรจุอยู่ในพื้นที่ สส.ของ ภท. มากกว่า สส. ของ ปชน.
“เราต้องยอมรับความจริงว่า สส.เขตของ ภท. นั้น มีทั้งหมด 172 เขต ส่วน ปชน. น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง และที่สำคัญ สส.เขตของ ภท. ส่วนใหญ่แล้วอยู่ทุกภาค เหนือ ใต้ ออก ตก มีหมด และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชนบท เพราะฉะนั้นเวลา สส.ลงพื้นที่ พบปัญหาก็สะท้อนไปยังหน่วยงานราชการ ส่วนพื้นที่ใดจะขุดเจาะได้ ไม่ได้ ก็อยู่ที่หน่วยงานนั้นๆ”นายบุญจงกล่าวและว่า
“ปีหน้ามีอีก มันก็จะเป็นแบบนี้แหละครับ เพราะพื้นที่ชนบทอยู่ในพื้นที่ ภท. มาก วันนี้ ปชน.มี สส.กทม. ทั้งจังหวัดจะไปเจาะตรงไหน ไม่ได้เอาเปรียบกัน แต่เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาช่วยชาวบ้าน วันนี้ท่านหัวหน้า ภท. สั่งลูกพรรคเสมอว่า เราคือขี้ข้าประชาชน เวลาลงพื้นที่พบปัญหาเดือดร้อนก็ประสานกับหน่วยงานราชการ สส.ไม่มีอำนาจ ที่จะเอางบลงตรงโน้น ตรงนี้ หวังว่าจะเข้าใจของประชาชน ว่า ทำไมน้ำบาดาลจึงอยู่ในพื้นที่ สส.ภท. มากกว่า ปชน.”นายบุญจงกล่าว
นายณัฐชาใช้สิทธิพาดพิงว่า นายบุญจงชี้แจงเรื่องเดิมกรณีความไม่ชอบมาพากลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 69 โครงการการพัฒนาบ่อบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน จำนวน 491 โครงการ วงเงิน 3,136 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 5,487 กว่าล้านบาท ทำไมถึงอยู่ในเขตของ ภท. โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลชี้แจงเป็นเอกสารซึ่งเป็นข้อมูลใหม่ที่ระบุถึงการเทียบเคียงพื้นที่ภัยแล้งซ้ำซากย้อนหลัง 8 ปี ตั้งแต่ปี 60 จนถึงปี 67 พบว่า ไม่ตรงกับพื้นที่ประสบภัยแล้ง
“ที่ถามในที่ประชุมแห่งนี้ เป็นความผิดครั้งใหม่ ว่า งบประมาณ 1,500 กว่าล้านบาท ไปอยู่ที่ ภท. 861 ล้านบาท 141 โครงการ จาก 281 โครงการ สิ่งที่ผมถาม คือ แผนที่ที่บอกมาทั้งหมด ผมเอารายละเอียดซึ่งเป็นข้อมูลที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้มาไปพล็อตลงแผนที่ปรากฎว่า นอกจากรู้ว่า เป็นเขตของ สส.ภท. สิ่งที่รู้อีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่ตรงกับแผนที่เรื่องพื้นที่เสี่ยงการเกิดภัยแล้ง 8 ปี มันมีภัยแล้งอยู่ตรงนี้ แต่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลบอกว่า ตรงนี้แล้ง แต่ฉันจะเจาะบ่อตรงนี้ นี่คือปัญหามากกว่า เขตของภูมิใจไทย คือ ไปเจาะในที่ไม่แล้ง”นายณัฐชากล่าว
ขณะที่นางพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล กมธ. ลุกขึ้นชี้แจงเพิ่มว่า กระบวนการการทำคำขอรับการจัดสรรงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาบาล ในส่วนของงบกลางปี 69 ต้องจัดทำคำขอเหตุจากเอลนีโญ ซึ่งจัดทำคำขอตั้งแต่งบปี 68 มีกระบวนการอนุมัติคำขอ ใช่อยู่ดีๆ จะไปจิ้มตรงไหนก็ได้ พื้นที่ไหนก็ได้ หรือ ภาคไหนก็ได้ โดยมีทั้งคำขอของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งต้องมีแผนในการขอและมีการกลั่นกรองจากหลายหน่วยงาน อาทิ Thai Water Plan (TWP) ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) เพื่อตรวจสอบความซ้ำซ้อน
“มาดูสัดส่วนของพรรคท่าน (ปชน.) มี สส.เขต 88 คน เป็น สส.กทม. 38 คน ปริมณฑล 32 คน สส.ในเขตเมือง 9 คน รวม 74 คน กำลังจะบอกว่า อยู่ในพื้นที่ที่ใช้ประปานครหลวง ประปาภูมิภาค ไม่รู้หรือว่า คนที่อยู่เขา ตามชายแดน พื้นที่ห่างไกล ใช้ประปาหมู่บ้าน ประปาภูเขา มีความจำเป็นต้องเขางบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พอเข้าใจหรือยังว่า ทำไมพรรคท่านถึงไม่ได้ เพราะท่านอยู่ในเมือง ท่านใช้ประปานครหลวง ท่านใช้ประปาภูมิภาค”นางพิมพ์ภัทรากล่าว
นางพิมพ์ภัทรากล่าวว่า กรณีสัดส่วนไม่เท่ากัน แน่นอนว่า จำนวน สส.แต่ละพรรคไม่เท่ากัน สัดส่วนออกมาจึงไม่เท่ากัน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้า ปชน. ลุกขึ้นขอใช้สิทธิพาดพิง ว่า ที่บอกว่า เป็นพรรคใดเมืองจึงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณการขุดบ่อบาดาลในพื้นที่ สส.ปชน. เป็นการอธิบายที่บิดเบือน เพราะนายณัฐชาไม่เคยเปรียบเทียบการจัดสรรงบประมาณระหว่าง ภท. กับ ปชน. แต่เป็นการอภิปรายและหยิบยกข้อมูลมาให้เห็น คือ การตั้งข้อสังเกตเรื่องการกระจุกตัวบางพื้นที่และบางพรรคหรือไม่ ประเด็นที่สำคัญ คือ การจัดสรรงบประมาณผิดพื้นที่ พื้นที่ที่ประสบปัญหาแล้งไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ แต่กลับไปจัดสรรให้พื้นที่ที่ไม่มีปัญหาแล้ง
“ผมกังวลมากกว่า คือ การลุกขึ้นมาอธิบายยอมรับข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นเรื่องปกติมากที่งบประมาณไปลงในพื้นที่เขตพรรคท่าน อย่าลืมว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 144 คำพูดของท่านถูกบันทึกไว้ในที่ประชุมระวังจะผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144”นายณัฐพงษ์กล่าว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา