
‘แบงก์ชาติ’ เผยเครื่องชี้เศรษฐกิจ พ.ย. ดีขึ้นจากเดือนก่อน จากปัจจัย ‘ส่งออก-ท่องเที่ยว’ ปรับตัวดีขึ้น มองจีดีพีปี 68 ขยายตัวตามคาดที่ 2.2% พร้อมเร่งแก้ปัญหา ‘บาทแข็ง’ เกินปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่ตัวเลข ‘MPI’ ใน พ.ย.68 ต่ำสุดในรอบหลายปี สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง-‘อุปสงค์’ทยอยปรับลดลง
.....................................
เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือน พ.ย.2568 ว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ย2568 ขยายตัวจากเดือนก่อน จากอุปสงค์ต่างประเทศโดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำขยายตัวในหลายหมวดโดยเฉพาะเครื่องประดับและอิเล็กทรอนิกส์ และรายรับภาคการท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้นตามการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน
ส่วนอุปสงค์ในประเทศโดยรวมขยายตัวจากการลงทุนภาคเอกชนรวมถึงรายจ่ายลงทุนของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนลดลงเล็กน้อย ตามการใช้น้ำมันและไฟฟ้า แม้การใช้จ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคและหมวดบริการยังขยายตัว ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงในหลายหมวด โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว อาทิ หมวดปิโตรเลียมตามการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงโรงกลั่น และหมวดอาหารตามการหยุดผลิตชั่วคราวจากน้ำท่วมภาคใต้ และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากแนวโน้มอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ชะลอลง
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักที่สูงขึ้นจากผลของน้ำท่วม สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคาค่าโดยสารสาธารณะ อาหารโทรสั่งและของใช้ส่วนตัวปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาเครื่องประกอบอาหารลดลง ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากทั้งดุลบริการ รายได้ และเงินโอน และดุลการค้า สำหรับการจ้างงานในตลาดแรงงานทรงตัว
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ยังมีแรงส่งจากกิจกรรมในภาคบริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และการบริโภคภาคเอกชนที่ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการภาครัฐ ในขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1.การฟื้นตัวของภาคการผลิตอุตสาหกรรม 2.ผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่า 3.การฟื้นตัวของธุรกิจหลังเหตุการณ์น้ำท่วม 4.ผลกระทบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และ 5.ผลกระทบของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
น.ส.ชญาวดี ยังกล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปี 2568 ว่า จากเครื่องชี้เศรษฐกิจในเดือน พ.ย.2568 พบว่าตัวเลขต่างๆยังเป็นไปตามที่คาดไว้ แต่มีจุดที่ดีกว่าคาด คือ ภาคบริการ ซึ่งการท่องเที่ยวภายในประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติดีกว่าที่คาดไว้ ทำให้ภาคการค้าปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ดี มีตัวที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ คือ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) แต่คงต้องดูตัวเลขในเดือน ธ.ค.ที่จะออกมาก่อน
“ในภาพรวมคงจะเป็นไปตามที่เรามองไว้ และคงต้องรอตัวเลขจีดีพีปี 2568 ที่จะออกมาในเดือน ก.พ.2569 ว่าจะเป็นอย่างไร แต่คิดว่าคงไม่เปลี่ยนไปจากนี้มากนัก แม้ว่าจะอัพไซด์และดาวน์ไซด์อยู่บ้าง และส่วนใหญ่แล้ว พวกผลกระทบต่างๆ เราได้ Price in เข้ามาหมดแล้วในการประมาณการครั้งล่าสุด” น.ส.ชญาวดี กล่าว
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัวที่ 2.2% ลดลงจากปี 2567 ที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.5%
น.ส.ชญาวดี กล่าวด้วยว่า ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ในเดือน พ.ย.2568 ที่ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน แม้ว่าตัวเลขการส่งออกจะยังขยายตัวดีกว่าที่คาดนั้น เมื่อพิจารณาในแง่การผลิตเพื่อการส่งออกแล้ว พบว่าการผลิตหลายๆตัวยังไปต่อได้ แต่มีบางจุดที่มีการปิดโรงกลั่นชั่วคราว ทำให้ MPI ในภาพรวมลดลง และคาดว่าโรงกลั่นจะกลับมาเปิดได้ในเดือน ธ.ค.2568 นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ MPI ปรับลดลง คือ ผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งทำให้การผลิตต้องหยุดชะงักไป แต่ก็ยังส่งออกได้ เพราะยังมีสต็อกสินค้าในจุดอื่นๆ
“MPI ที่ลดลง ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยชั่วคราว แต่แน่นอนว่ามีเรื่องอุปสงค์ที่ค่อยๆทยอยปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา และต้นตอมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของเรา อาจจะค่อยๆลดลง และทำให้การผลิตทยอยปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา อันนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราพยายามจะเน้นในเรื่องการปรับโครงสร้างในระยะต่อไป
โดยบทบาทของแบงก์ชาติ คือ การเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจให้สามารถนำไปปรับโครงสร้างได้ และทำให้ SMEs เบาตัวขึ้น ลดภาระมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการทำหลายๆโครงการของ ธปท.ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง” น.ส.ชญาวดี กล่าวถึงกรณี MPI ในเดือน พ.ย.2568 ที่อยู่ที่ 88.6 ซึ่งต้องสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

น.ส.ชญาวดี กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าว่า ต้องยอมรับว่าเงินบาทแข็งค่ากว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งบางปัจจัยเป็นปัจจัยเฉพาะ ทั้งนี้ ธปท.ได้ติดตามผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และพยายามมีมาตรการออกมาดูแลและแก้ไข ทำให้สถานการณ์ค่าเงินบาทตอนนี้บรรเทาลงไปได้บ้าง และก็หวังว่าปิดปีตัวตัวเลขจะสวยขึ้นเมื่อเทียบกับในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับรายละเอียดภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือน พ.ย.2568 มีดังนี้
เศรษฐกิจด้านอุปสงค์
การบริโภคภาคเอกชน
เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทน ตามยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณการใช้ไฟฟ้า แม้การใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่หมวดสินค้าคงทนลดลง จากยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์และยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในหมวดบริการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะโรงแรมและภัตตาคารสอดคล้องกับรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและการใช้จ่ายของคนไทยที่ส่วนหนึ่งได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยมาตรการดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน

การลงทุนภาคเอกชน
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามยอดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรเครื่องมือ อย่างไรก็ตามการลงทุนในหมวดยานพาหนะลดลง ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งทุกประเภทและมูลค่าการนำเข้าเครื่องบิน ขณะที่หมวดก่อสร้างลดลงเล็กน้อย โดยหมวดที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยลดลงตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างนอกเขตอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ และหมวดที่อยู่อาศัยลดลงตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างคอนโดมิเนียม

จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) ที่เร่งไปในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ รวมถึงมาเลเซียที่ลดการเดินทางในช่วงที่ภาคใต้เผชิญสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ดี รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long-haul) ที่มีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงปรับเพิ่มขึ้นและช่วยชดเชยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ที่ลดลงได้

การส่งออกสินค้า
มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายหมวดสินค้า อาทิ 1) เครื่องประดับ ไปอินเดีย 2) อิเล็กทรอนิกส์ จากการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปสหรัฐฯ รวมถึงคอมพิวเตอร์ไปจีน และ 3) เหล็กและโลหะ ตามการส่งออกอะลูมิเนียมและทองแดงไปจีน อย่างไรก็ตาม การส่งออกหมวดยานยนต์ ปรับลดลงตามการส่งออกรถกระบะและรถยนต์นั่งไปตะวันออกกลางและอาเซียนที่อุปสงค์ชะลอลง

การนำเข้าสินค้า
มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จาก 1) หมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน 2) หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค ตามการนำเข้าโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน และ 3) สินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ตามการนำเข้าเครื่องจักรและคอมพิวเตอร์จากจีน อย่างไรก็ตาม หมวดเชื้อเพลิงลดลงตามการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง
การใช้จ่ายภาครัฐ
การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายลงทุนเป็นสำคัญ โดยรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวจากการใช้จ่ายในโครงการทางหลวงและด้านชลประทาน ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจขยายตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง อย่างไรก็ดี รายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางใกล้เคียงกับปีก่อน โดยการเบิกจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ งบบุคลากร และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการขยายตัว ขณะที่การเบิกจ่ายค่าจัดการเรียนการสอนหดตัว

เศรษฐกิจด้านอุปทาน
การผลิตภาคอุตสาหกรรม
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน โดยลดลงในทุกกลุ่มการผลิตดังนี้ 1) กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 30 ลดลงจากการผลิตปิโตรเลียมที่หยุดผลิตชั่วคราว ตามการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น
2) กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนร้อยละ 30-60 ลดลงจากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะ ตามอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ชะลอลง รวมถึงกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ตามการผลิตกลุ่มอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งและทูน่ากระป๋อง เนื่องจากโรงงานหยุดผลิตชั่วคราวในช่วงน้ำท่วมภาคใต้ และเครื่องดื่ม จากอุปสงค์ในประเทศชะลอตัว และ 3) กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ลดลงจากหมวดฮาร์ดดิกส์ไดร์ฟและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนที่มีการเร่งผลิตในช่วงก่อนหน้า
ภาคบริการ
เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวที่ปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร สอดคล้องกับรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายในร้านอาหารของคนไทยที่มากขึ้นจากผลบวกของมาตรการภาครัฐ รวมทั้งการขนส่งผู้โดยสาร จากการขนส่งที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวตามการขยายเส้นทางบินของสายการบินในประเทศด้านภาคการค้าปรับเพิ่มขึ้น ตามการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค สอดคล้องกับการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น
รายได้เกษตรกร
รายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนตามราคาสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ โดยราคาข้าวขาวและยางพาราลดลงจากปริมาณผลผลิตของทั้งไทยและตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับราคาผลไม้โดยเฉพาะลำไยและทุเรียนที่ยังได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบสารตกค้างของจีนและผลผลิตในปีนี้ที่ออกมามาก สำหรับผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวเล็กน้อยจากระยะเดียวกันปีก่อน ตามข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากการขยายพื้นที่เพาะปลูกและการปลูกทดแทนพืชไร่อื่นที่ราคาปรับลดลงมาก
ภาวะการเงินและเสถียรภาพ
ภาวะการเงิน
การระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิและตลาดทุน โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นตามธุรกิจการผลิตยางและพลาสติก และธุรกิจที่พักแรมและร้านอาหารเป็นสำคัญ ด้านการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตสิ่งทอ อาหาร และอาหารแปรรูป อย่างไรก็ตาม การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ปรับลดลงในธุรกิจผลิตวัสดุก่อสร้างและภาคการค้า สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ตั้งแต่ 1 พ.ย. ถึง 25 ธ.ค. 68 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเฉลี่ยลดลง จากการคาดการณ์และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย
เสถียรภาพเศรษฐกิจ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. ในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. 68 (ข้อมูลถึง 25 ธ.ค. 68) เงินบาทปรับแข็งค่าตามทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายต่อเนื่อง จากตัวเลขเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ออกมาช่วงปลายเดือน พ.ย. และต้นเดือน ธ.ค. ซึ่งยังอ่อนแอ รวมถึงปัจจัยเฉพาะของไทย ได้แก่ กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดพันธบัตรระยะยาว รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยแข็งค่าในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. มากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่งจากปัจจัยเฉพาะของไทย

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักที่สูงขึ้นจากผลของน้ำท่วม แม้อัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานติดลบมากขึ้นตามการลดลงของราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคาค่าโดยสารสาธารณะ อาหารโทรสั่งและของใช้ส่วนตัวปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาในหมวดเครื่องประกอบอาหารลดลง
ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานในตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว โดยยังต้องติดตามจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ลดลงต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า สำหรับสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานต่อผู้ประกันตนลดลงทั้งในภาพรวมและรายใหม่ ทั้งนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากทั้งดุลบริการ รายได้ และเงินโอน และดุลการค้า


อ่านประกอบ :
‘ส่งออก-ท่องเที่ยว-บริโภค’ดีขึ้น! ธปท.ชี้เศรษฐกิจ ต.ค.68 ขยายตัว-เกาะติดผลกระทบ‘น้ำท่วม’
ธปท.ชี้เศรษฐกิจ ก.ย.ดีขึ้นจากเดือนก่อน-จับตา‘คนละครึ่ง’ช่วยดัน‘จีดีพี’ปี 68 โตเกิน 2.2%
ธปท.ชี้เศรษฐกิจ ส.ค.68 ชะลอตัว มอง‘คนละครึ่ง’สร้างความเชื่อมั่น-กระตุ้น GDP ไม่ถึง 0.4%
‘ภาคท่องเที่ยว-ลงทุนเอกชน’ลดลง! ‘ธปท.’เผยเศรษฐกิจ ก.ค.68 ชะลอตัว-แนวโน้มแผ่วต่อเนื่อง
‘ส่งออก-บริโภค-ท่องเที่ยว’ลด! ‘ธปท.’ชี้เศรษฐกิจ มิ.ย.68 ชะลอ-คาดGDPไตรมาส 2 ใกล้เคียง 3%
ธปท.เผยเศรษฐกิจ พ.ค.68 ชะลอตัวจากเดือนก่อน-ชี้‘เงินบาท’เคลื่อนไหวสอดคล้องปัจจัยพื้นฐาน
ธปท.ชี้เศรษฐกิจ เม.ย.ดีขึ้น-มองเจรจาการค้า‘สหรัฐ-จีน’สัญญาณบวก ‘จีดีพี’ปีนี้อาจโตเกิน 2%
‘ธปท.’ชี้เศรษฐกิจ มี.ค.68 ชะลอตัวจากเดือนก่อน เผย‘ส่งออก-ท่องเที่ยว-บริโภค-ลงทุน’แผ่ว
‘ธปท.’ชี้‘ท่องเที่ยว-ส่งออก-บริโภคเอกชน’โต หนุนเศรษฐกิจ ม.ค.68 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน
‘ธปท.’เผยเศรษฐกิจไทย ธ.ค.ชะลอตัว-หั่นคาดการณ์จีดีพีไตรมาส 4/67 เติบโตไม่ถึง 4%
‘ธปท.’ชี้เศรษฐกิจ พ.ย.ชะลอ หลังเร่งตัวจาก‘เงินโอน’-แนะรัฐบาล‘ลงทุน’ได้ผลดีกว่า‘แจกเงิน’
IMF มองจีดีพีไทยปีหน้าโต 2.9% แนะ‘กนง.’ลดดบ.อีก 1 ครั้ง-‘ธปท.’ชี้เศรษฐกิจ ต.ค.67 ดีขึ้น
‘ธปท.’เผยเศรษฐกิจไทย ก.ย.67 ชะลอลงจากเดือนก่อน-คาดจีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัวใกล้ 3%
