“…เมื่อรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้อย่างแจ้งชัดแล้วว่า “การอออกเสียงลงคะแนนให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” คำว่า “ลับ” ในทางรัฐธรรมนูญไม่ได้หมายถึงเพียงการเข้าคูหาโดยลำพัง แต่หมายถึง “กระบวนการที่ไม่สามารถสืบทราบได้ทั้งในระหว่างและหลังการลงคะแนน” ว่าผู้สิทธิเลือกตั้งเลือกใคร การมีบาร์โค้ดที่สามารถสืบค้นระบุตัวคนได้จึงเป็นการทำลายหลักการความลับโดยสภาพ…”
“…มาตรา 6 ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งพิจารณาให้บุคคลล้มละลายที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมนั้นต่อไปได้ หากการปฏิบัติงานในหน้าที่ของบุคคลล้มละลายนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารของตำแหน่งงาน หรือสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่บุคคลล้มละลายดำรงอยู่…”
“…การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ” มีความหมายว่าในการลงคะแนนของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน จะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด…”
“…การกระทำดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 จึงไม่เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ โดยผิดหรือขัดหรือเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และไม่เป็นกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี โดยไม่จำต้องพิจารณาองค์ประกอบของการกระทำละเมิดอื่นต่อไป ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหกจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำฟ้องให้แก่ผู้ฟ้องคดี…”
“…กรณีจึงรับฟังได้ว่า การที่ กสทช. เสียงข้างมาก มีมติไม่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ตามมาตรา 61 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เสนอ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับกระบวนการสรรหา จึงมีเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะมีมติไม่เห็นชอบการแต่งตั้งผู้ฟ้องคดี (นายไตรรัตน์) ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. …”
“…จากรายชื่อผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดา-นิติบุคคลในช่วงเดือนธ.ค.68 ก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้งในเดือน ก.พ.69 พบว่า มีทั้งบุคคลที่เป็น ‘แกนนำ-ลูกพรรค’ และ ‘ผู้สนับสนุนหลัก’ ที่เป็น ‘หน้าเดิม’ ทว่ากลับมี ‘หน้าใหม่’ ระดับ ‘เฮีย-เสี่ย-เจ้าสัว’ ในแวดวงธุรกิจ-มหาเศรษฐี ตลอดจน บริษัทห้างร้านตั้งแต่ ‘ห้างหุ้นส่วนจำกัด’ จนกระทั้งไปถึง ‘บริษัทมหาชน’ ร่วมสมทบทุน-ลงขัน ให้กับพรรคการเมืองที่ (แอบ) เอาใจช่วยให้ไป ...
“…เหตุที่มีชื่อพยานเป็นกรรมการบริษัทในปี 2542 และเป็นผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 เม.ย.2554 เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาจะลงสมัครรับเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น จึงขอใช้ชื่อพยานเป็นกรรมการ พยานไม่มีความรู้เกี่ยวกับบริษัท และไม่ได้ยินยอมที่จะให้ชื่อไป แต่ก็ไม่กล้าขัดเพราะกลัวว่าจะถูกไล่ออก ผู้ถูกกล่าวหามีความรู้กฎหมาย พยานไม่คิดว่าจะนำบริษัทไปกระทำความผิดต่อกฎหมาย…”
"...ในส่วนของรายงานผลการนับคะแนน สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส.5/18 (บช)) และรายงานผลการนับคะแนน สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส.5/18) จำนวน 4 ตำบล ได้แก่ 1. ตำบลหนองข้างคอก 2. ตำบลหนองรี 3. ตำบลห้วยกะปิ และ 4. ตำบลเหมือง จะเห็นว่า พรรคประชาชน ได้คะแนนจากบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ส่วน พรรคภูมิใจไทย ที่มี 'สุชาติ ชมกลิ่น' ลงเป็นผู้สมัคร ฯ ได้คะแนนจากบัตรเลือกตั้ง สส.เขต เป็น 'กอบเป็นกำ' จน 'เข้าป้าย' ...
“…จากฐานข้อมูล ‘ภาษีไปไหน?’ (https://govspending.data.go.th) พบว่า บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด และ บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ได้รับงานจาก กกต. โดยวิธีเฉพาะเจาะจง จำนวน 20 โครงการ วงเงินรวม 114,829,634 บาท ส่วนโรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง จากการค้นข้อมูลถึงปีงบประมาณ 2558 ไม่พบข้อมูล…”
เก็บตกอีกราย! เปิดคําสั่งศาลฎีกาให้ถอนชื่อ ‘ณัฐพงษ์ สาโรจน์’ ผู้สมัคร สส. เขต 6 จ.สุราษฎร์ธานี พรรคไทยก้าวใหม่ มีประวัติต้องคดีฉ้อโกง-ยักยอกทรัพย์โดยทุจริต จำคุกรวม 1 ปี 18 เดือน คืนรถยนต์- เงินผู้เสียหาย ข้ออ้างไม่เคยรับโทษ ขัดเอกสารหลักฐาน ฟังไม่ขึ้น