
ประชุมบอร์ด ‘กสทช.’ ล่ม หลัง 3 กรรมการ เดินออกห้องประชุม ไม่เห็นด้วย ‘สรณ’ ทำหน้าที่ ‘ประธานฯ’ หลัง ‘คณะกรรมการสรรหาฯ’ มีมติให้สละสิทธิตำแหน่ง ‘กสทช.’ แล้ว ขณะที่ ‘เจ้าตัว’ ยันยังทำหน้าที่ ‘ประธาน กสทช.’ ต่อไป ชี้ ‘คำวินิจฉัย’ ไม่ใหญ่กว่า ‘พระบรมราชโองการ’ จ่อยื่น ‘ศาลปกครอง’ โต้แย้งอำนาจ ‘คณะกรรมการสรรหาฯ’
........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ในวันนี้ (27 ก.ค.) ที่สำนักงาน กสทช. เวลา 9.30 น. มีการนัดหมายประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยก่อนถึงเวลานัดหมายประชุมฯ พนักงานสำนักงาน กสทช. ประมาณ 70 คน มารอมอบช่อดอกไม้และพวงมาลัยเป็นกำลังใจให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. บริเวณหน้าห้องประชุม
หลังจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการ กสทช. จึงถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่ง กรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทั้งนี้ เมื่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ ลงลิฟต์มาถึงบริเวณหน้าห้องประชุมฯ พนักงาน กสทช. มอบดอกไม้และพวงมาลัยให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ ซึ่ง ศ.คลินิก นพ.สรณ รับดอกไม้ฯ และกล่าวขอบคุณพนักงานฯทุกคน ก่อนเดินเข้าห้องประชุมฯ

@‘3 กก.กสทช.’ขอไม่ร่วมประชุม-‘รศ.ดร.สมภพ’แจ้งลา
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ก่อนเริ่มการประชุมฯ มีกรรมการ กสทช. เข้าไปรออยู่ในห้องประชุมแล้ว 5 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. (ด้านกิจการกระจายเสียง) ,ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช. (ด้านกิจการโทรทัศน์) , รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กสทช. (ด้านเศรษฐศาสตร์) , พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช. (ด้านกฎหมาย) และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. (ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน)
เมื่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ เดินเข้าห้องประชุมฯในเวลาประมาณ 9.45 น. ทำให้มีประธานและกรรมการ กสทช. อยู่ในที่ประชุมฯ 6 คน จากทั้งหมด 7 คน ส่วน รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กสทช. (ด้านกิจการโทรคมนาคม) ไม่ปรากฎตัวในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากมีการแจ้งลาการประชุม และเมื่อการประชุมเริ่มขึ้น ศ.คลินิก นพ.สรณ ประธาน กสทช. เชิญนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. นำเสนอวาระประชุมทันที
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ศุภัช ทักท้วงว่า “ตอนนี้ขออนุญาตว่า ยังไม่เปิดประชุม เพราะมีเรื่องต้องหารือกันก่อน และขอให้ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ แถลงก่อน”
จากนั้น พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าวว่า “เราได้มีการหารือกันทั้ง 5 คน ที่อยู่ในที่ประชุมฯแล้ว สืบเนื่องจากว่า...” แต่ยังไม่ทันที่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ จะกล่าวจบ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวแทรกว่า “ขอเปิดการประชุม” และนายไตรรัตน์ ได้เกริ่นนำเข้าสู่วาระการประชุม กสทช. ครั้งที่ 22/2569 ทำให้ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าวขึ้นมาว่า “ถ้าไม่อย่างนั้น ผมคงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ และจะมีบันทึกตามมาในภายหลัง”
เมื่อ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าวจบ รศ.ดร.ศุภัช กล่าวย้ำถึงกรณีที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติออกมา ซึ่งทุกคนได้รับทราบแล้ว รวมถึงกรณีที่สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ยื่นหนังสือคัดค้านเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของประธาน กสทช. แต่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้ตัดบทว่า “เราเปิดการประชุมแล้วนะครับ ขออนุญาตไปตามวาระการประชุม” รศ.ดร.ศุภัช จึงกล่าวว่า “ขออนุญาตไม่ร่วมประชุม”
ก่อนที่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง จะกล่าวเสริมว่า “ท่านประธาน มีประเด็นที่ต้องหารือ ก่อนที่เราจะเข้าสู่การประชุม...” แต่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ก็กล่าวขึ้นมาอีกว่า “เปิดประชุมครับ เราก็มาหารือระหว่างการประชุม วันนี้เรามาประชุม กสทช.”
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง จึงกล่าวว่า “ก็เข้าใจ แต่มีปัญหาข้อกฎหมายที่เกิดขึ้น อย่างที่ท่านศุภัช ได้พูดไปแล้วใน 2 ประเด็น เรื่อง คณะกรรมการสรรหาฯ…” แต่ยังไม่ทันที่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง จะกล่าวจบ ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้บอกว่า “ขอให้รอ หลังจากเรื่องประธานแจ้งที่ประชุมทราบก่อน”
จากนั้น พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ย้ำในที่ประชุมอีกครั้งว่า “ผมได้หารือกันนอกรอบว่า เราคงไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ จึงขออนุญาตไม่ให้ชอบตรงนี้ เพราะหากผมร่วมประชุมไป ในขณะที่สถานะของประธาน กสทช.เอง ยังเป็นที่เคลือบแคลง เนื่องจากมีคณะกรรมการสรรหาฯมีมติชัดเจนว่า ให้ท่าน (ศ.คลินิก นพ.สรณ) สละสิทธิเข้ารับตำแหน่ง และคำวินิจฉัยดังกล่าว ก็ส่งมาถือมือกรรมการ กสทช. ทุกท่านแล้ว
ดังนั้น เรามองว่า เมื่อเป็นคำสั่งแล้ว ย่อมมีผลตามกฎหมาย หากประธานไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ก็ใช้สิทธิทำคำฟ้องยื่นต่อศาลปกครองได้ และตามมาตรา 15 วรรคเจ็ดแห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ บัญญัติชัดเจนว่า ในกรณีที่มีการฟ้องคดีเกี่ยวกับการสรรหากรรมการต่อศาลปกครอง ก็ไม่เป็นเหตุให้ระงับหรือชะลอการดำเนินการ แต่หากศาลฯมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น พวกผมก็น้อมรับ แต่ตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่า ท่านสละสิทธิแล้ว..”
อย่างไรก็ดี ศ.คลินิก นพ.สรณ พยายามกล่าวนำเข้าสู่วาระประชุมอีกครั้ง ทำให้ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าวย้ำอีกครั้งว่า “ผมคงไม่สามารถประชุมได้ ด้วยความเคารพ”
จากนั้น ศ.คลินิก นพ.สรณ จึงเชิญให้นายต่อพงศ์ พูดต่อ โดยนายต่อพงศ์ กล่าวว่า “ทุกครั้ง ผมจะฟังความเห็นในเรื่องข้อกฎหมายจากสำนักงานฯต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อน เพราะหน้าที่ของเรา คือ การปกป้องประโยชน์สาธารณะ และทำให้กิจการทั้งหลายทั้งปวงเดินหน้าต่อไปได้ จึงอยากฟังความเห็นของสำนักงานฯในเรื่องนี้”
แต่ก่อนที่สำนักงานฯ จะชี้แจงข้อกฎหมายกรณีคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติว่าประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม นั้น ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวตอนหนึ่งว่า “เรื่องทั้งหมด ทำให้เกิดการกระทบกระเทือนว่า ถ้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ ทำให้สุ่มเสี่ยงว่า จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ถ้าเราออกมติอะไรไป แล้วภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ถ้าท่านประธานยังยืนยันที่จะอยู่ต่อ แล้วจะขอส่งใบลาตามมา”
@‘สรณ’ยันยังเป็น‘ปธ.กสทช.’-จ่อยื่นฟ้อง‘ศาลปกครอง’
หลังจากนั้น ศ.คลินิก นพ.สรณ ชี้แจงต่อที่ประชุม ว่า “ผมขอให้ฝ่ายเลขาฯจดบันทึกการประชุมอย่างครบถ้วน อย่างที่ทุกคนพอทราบข่าว กรณีที่คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติว่า ผมสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่ง กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ผมขอชี้แจงในเบื้องต้นว่า ผมไม่เห็นด้วยกับมติคณะกรรมการสรรหาฯ โดยผมมีการโต้แย้งมาโดยตลอด เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ
โดยขณะนี้ ผมกำลังดำเนินการใช้สิทธิทางศาล ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯแจ้งไว้ในมติว่า หากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ให้ฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน ดังนั้น ในขณะนี้ ประเด็นเรื่องนี้ ยังไม่มียุติเป็นที่สุด นอกจากนี้ ผมขอเรียนยืนยันว่า การพ้นจากตำแหน่ง (กสทช.) ต้องเป็นไปตาม มาตรา 20 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ คือ ต้องมีการทูลเกล้าฯ
กฎหมายระบุชัดเจนว่า ถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม (4) (5) ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากกรรมการ กสทช. เป็นองค์กรอิสระ ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติกำหนดให้มีขึ้น การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่ง จึงต้องมีการโปรดเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจาบุเบกษา ฉะนั้น เมื่อกฎหมายระบุว่า การพ้นจากตำแหน่ง ต้องมีพระบรมราชโองการ ตราบใดที่ยังไม่มี ผมก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป
การเข้าร่วมประชุมวันนี้ มีวาระสำคัญต่างๆมากมาย ซึ่งกรรมการทุกคน ต้องทำหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย การละเว้นไม่ทำหน้าที่ประชุม ก็อาจทำให้เกิดความเสียหาย ทุกคนก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย”
เมื่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวจบแล้ว พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร กล่าวว่า “ตอนนี้ จะไม่ครบองค์ประชุมแล้ว ผมคิดว่าวันนี้เป็นวันที่สำคัญมาก ว่า กสทช. ทุกคนจะทำงานร่วมกันอย่างไร ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มติที่ออกมา ถูกต้องและชอบธรรม ไม่ให้มีผลย้อนแย้งในภายหลังได้ ทำให้งานในหน้าที่รับผิดชอบของเรา เดินต่อไปอย่างราบรื่น ผมจึงมีหนังสือไปถึงสำนักงานฯให้วิเคราะห์ให้ชัดเจนว่า เราจะเดินอย่างไร”
จากนี้ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร กล่าวต่อว่า “ตอนนี้ไม่ครบองค์ประชุมแล้วครับท่านประธานฯ” ศ.คลินิก นพ.สรณ จึงกล่าวว่า “เนื่องจากองค์ประชุมครั้งนี้ ไม่ครบตามข้อบังคับ ก็คงต้องเลื่อนการประชุม” แต่นายไตรรัตน์ แจ้งว่า “ต้องรอ 30 นาทีก่อน” จึงจะปิดการประชุมได้ ขณะเดียวกัน นายไตรรัตน์ ยังชี้แจงกรณีต่อข้อซักถามเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช.
โดยนายไตรรัตน์ กล่าวว่า “สำนักงานฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า โดยที่ท่านประธานสรณ ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯโปรดกระหม่อมให้เป็นประธาน กสทช. ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2565 และจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีพระบรมราชโองการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ (จันทร์โอชา) เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ และส่งหนังสืออย่างเป็นทางการมาที่สำนักงาน กสทช.
ดังนั้น ปัจจุบันท่านประธานสรณ ยังเป็นประธาน และมีอำนาจตามกฎหมายทุกอย่าง การดำเนินการใดๆ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐนั้น ถ้าการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามที่ไม่มีพระบรมราชโองการลงมา
ผมก็เกรงว่าอาจถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายลดทอนพระราชอำนาจ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ทางสำนักงาน จึงถือว่าประธาน (สรณ) จะเป็นประธาน กสทช.ไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงลงมา นี่คือสิ่งที่สำนักงานวิเคราะห์”
ในขณะที่ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. กล่าวเสริมว่า “ประเด็นแรก การจัดประชุม กสทช.ในครั้งนี้ เป็นการจัดประชุม ซึ่งสำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ จัดขึ้นตามกฎหมายและข้อบังคับ โดยถูกต้องทุกประการ และประเด็นที่สอง สำนักงาน กสทช. ไม่อาจดำเนินการเป็นอย่างอื่นไปได้ นอกเหนือบทบัญญัติตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้
ซึ่งในการจัดการประชุมนั้น ประธาน กสทช. ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง การไม่ยอมรับหรือการปฏิเสธ ไม่ว่าโดยคำวินิจฉัยหรือโดยความเห็นของผู้ใดเข้าข่ายเป็นการหมิ่นพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นการไม่บังควร และตามข้อบังคับการประชุมข้อ 28 เมื่อพ้นกำหนดประชุมไป 30 นาทีแล้ว กรรมการฯ ยังมาไม่ครบองค์ประชุม ท่านประธานจะสั่งให้งดหรือเลื่อนการประชุมก็ได้
และขอเรียนให้ที่ประชุม และกรรมการที่อยู่ด้านนอกทราบด้วยว่า วันนี้ มีวาระที่ครบกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายจำนวนมาก การไม่เข้าร่วมการประชุมและส่งผลเสียหาย เข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อถึงเวลา 10.00 น. ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้สั่งปิดการประชุม เนื่องจากมีกรรมการไม่ครบองค์ประชุม หลังจากครบกำหนดเวลา 30 นาที นับตั้งแต่กำหนดเวลาเริ่มประชุมในเวลา 9.30 น. และนัดหมายประชุม กสทช. ในครั้งหน้า วันที่ 5-6 ส.ค.2569
@‘สรณ’ชี้‘คำวินิจฉัย’ไม่ใหญ่กว่า‘พระบรมราชโองการ’
ศ.คลินิก นพ.สรณ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม กสทช. โดยย้ำว่า จากกรณีที่คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติว่าให้ตนต้องสละสิทธิการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. นั้น ขอชี้แจงเบื้องต้นว่า ตนไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการสรรหาฯ โดยมีการโต้แย้งมาโดยตลอดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ โดยขณะนี้ตนกำลังดำเนินการใช้สิทธิทางศาลฯ ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯแจ้งไว้ในมติว่า หากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ให้ฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน ดังนั้น เรื่องนี้ จึงเป็นประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติเป็นที่สุด
“ผมขอเรียนยืนยันว่า การพ้นจากตำแหน่ง ต้องเป็นไปตามมาตรา 20 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ คือ ต้องมีการทูลเกล้าฯ ตัวบทกฎหมายก็ระบุชัดเจนว่า ถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม (4) (5) ให้นำความกราบบังคมทูล เพื่อให้มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากกรรมการ กสทช. เป็นองค์กรอิสระที่รัฐธรรมนูญบัญญัติกำหนดให้มีขึ้น การแต่งตั้งและการพ้นตำแหน่ง จึงต้องมีการโปรดเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ฉะนั้น เมื่อกฎหมายระบุให้การพ้นตำแหน่ง ต้องมีพระบรมราชโองการ ตราบใดที่ยังไม่มี ผมก็ยังมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป ซึ่งการประชุมในวันนี้ มีวาระสำคัญต่างๆ ที่ทุกคนก็ต้องทำหน้าที่และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายนะครับ ถ้าไม่มีการประชุม ก็อาจจะเกิดความเสียหายขึ้นได้ ผมคิดว่าทุกคนต้องช่วยกันรับผิดชอบ เดิมที่กรรมการก็มีทั้งหมด 6 ท่าน แต่ในระหว่างที่ผมชี้แจง มีกรรมการ 3 ท่านเดินออกจากห้องประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ก็รอจนกระทั่งเป็นไปตามข้อบังคับ จึงสั่งเลื่อนประชุม และปิดประชุม" ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้หลายคนมองว่า กสทช. อยู่ในภาวะสุญญากาศ ท่านมองอย่างไร ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า “ก็อย่างที่ผมเรียน ไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าพระบรมราชโองการ คำวินิจฉัย ไม่ได้หมายความว่าใหญ่กว่าพระบรมราชโองการ” ส่วนยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครองนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยประเด็นหลักๆที่จะมีการโต้แย้ง คือ อำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯในการวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของประธาน กสทช. นั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไม่เลื่อนนัดหมายการประชุม กสทช. จนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งว่ารับหรือไม่รับคำฟ้อง เพราะมีโอกาสที่ในการประชุม กสทช. วันที่ 5-6 ส.ค.นี้ มีโอกาสสูงที่องค์ประชุมจะไม่ครบ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า “ถ้าเลื่อน ก็คงต้องเลื่อนไปจนไม่มีที่สิ้นสุด เพราะฉะนั้น ทุกอย่างต้องดำเนินการ เพราะการประชุม กสทช. มีความสำคัญ และมีวาระเรื่องราวเต็มไปหมด”
เมื่อถามย้ำว่า ในการประชุม กสทช. วันที่ 5 ส.ค.นี้ เหตุการณ์มีความสุ่มเสี่ยงว่า จะเป็นเช่นเดียวกับการประชุมในวันนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า “มันก็มีความเสี่ยงทั้งนั้น แต่ก็ต้องใช้ดุลพินิจกัน เขาเลือกให้ผมเป็นกรรมการ เพื่อให้ใช้ดุลพินิจ และปฏิบัติหน้าที่ ทุกอย่างมีความเสี่ยง แต่เราทำเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ ฉะนั้น ความเสี่ยงก็เป็นความเสี่ยง แต่อันนี้เราคิดว่า เป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ”
เมื่อถามว่า มีข้อเสนอว่า ในกรณีที่มีการประชุมวาระสำคัญ ท่านอาจไม่เข้าร่วมประชุม เพื่อให้การพิจารณาเดินหน้าได้ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า “ผมต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการให้ผมพ้นจากตำแหน่ง” เมื่อถามว่า รู้สึกกังวลใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า “มันต้องกังวลใจเป็นธรรมดา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ กระทบองค์กรอื่นๆหลายหน่วย และปรากฏการณ์นี้ไม่เคยมีมาก่อน”
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายกฯหรือไม่ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า “ไม่ได้คุยกับท่านนายกฯ” เมื่อถามว่า หลังจากนี้ จะยังมาทำงานทุกวันตามปกติหรือไม่ ศ.คลินิก นพ.สรณ “อย่างที่ผมเรียน จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการ”
@‘3 กสทช.’ยันไม่ได้‘วอล์กเอาต์’-ยื่นใบลาแล้ว
ขณะที่กรรมการ กสทช. 3 คน คือ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ,ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กสทช. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยระบุว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ไม่สามารถทำหน้าที่ประธาน กสทช. ได้แล้ว หลังจากคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติให้สละสิทธิในตำแหน่ง กสทช. เพราะมีลักษณะต้องห้าม และขอยืนยันว่า กรรมการ กสทช. ทั้ง 3 ราย ไม่ได้ ‘วอล์กเอาต์’ แต่ที่มาร่วมประชุมฯในวันนี้ เพราะต้องการหารือเรื่องนี้ก่อน
“เรามองว่าเรื่องนี้ เราไม่ได้ ‘วอล์กเอาต์’ เรามีเจตนารมณ์ตั้งแต่แรกที่ว่า เราขอหารือในเรื่องนี้ก่อนที่จะเปิดการประชุม แต่ท่านประธาน กสทช. ก็ไม่เปิดโอกาสให้เราชี้แจง จึงเป็นที่น่าเสียดายว่า ท่านไม่ยอมให้เราได้หารือเกี่ยวกับข้อกังวลตรงนี้” พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าว
ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า “วันนี้ เราไม่ได้ประท้วงอะไรทั้งสิ้น เราตั้งใจมาประชุม กสทช. จริงๆถ้าจะไม่มาเลย เราก็ทำได้ แต่เราเห็นว่า มีวาระการประชุม เราตั้งใจชัดเจนว่าเราต้องการประชุม เพราะมีวาระสำคัญที่ต้องผลักดัน เช่น เรื่องทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องด่วนที่สุด จำเป็นต้องมาประชุมอยู่แล้ว แล้วจริงๆ ก็มีแนวทางที่เราสามารถจะประชุมได้ คือ เมื่อคณะกรรมการสรรหาฯมีคำวินิจฉัยว่า ท่านสรณสละสิทธิเป็นกรรมการ กสทช.
ท่านไม่ได้มีสภาพเป็นกรรมการ มาตั้งแต่ต้น ถ้าเราไปร่วมประชุม เราจะมีความสุ่มเสี่ยงตามกฎหมาย เมื่อ กสทช. เป็นองค์กรกลุ่ม มติมาจากคน ถ้าคนๆหนึ่งที่ร่วมลงมติ ไม่มีสภาพทางกฎหมายแล้ว คนอื่นจะได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย และไม่ใช่แค่กรรมการในที่ประชุมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาคส่วนต่างๆ ทั้งผู้รับใบอนุญาตฯ ผู้บริโภค ประชาชนทั่วไป ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ในฐานะกรรมการ เรามีหน้าที่ต้องดูแลตรงนั้นให้มีความชัดเจน
และจริงๆแล้ว เราก็ขอให้มีการหารือตรงนี้ก่อน แต่เราไม่ได้รับโอกาสนั้น เมื่อเราไม่ได้รับโอกาสนั้น เราก็ต้องขอลาประชุม ภาพมันออกมาว่าเราเดินออก แต่จริงๆแล้วทุกคนมีใบลาที่ทำไว้หมดแล้ว โดยได้ยื่นให้ท่านประธานฯ ผ่านท่านเลขาฯแล้ว”
อ่านประกอบ :
สมาคมทีวีฯ’ท้วง‘กสทช.’รอบคอบประชุมบอร์ด-ถกโรดแมปทีวีดิจิทัล หลัง‘สรณ’มีลักษณะต้องห้าม
'2 กูรู'กม.ภาครัฐ ชี้เป็นอำนาจ'นายกฯ'ดำเนินการต่อ หลัง'คกก.สรรหา'ชี้'สรณ'สละสิทธิ'กสทช.'
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘คกก.สรรหา’(จบ)‘สรณ’เป็น‘ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ’ มีลักษณะต้องห้ามเป็น กสทช.
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘คกก.สรรหา’(1) มติ 4 ต่อ 1 ยันมีอำนาจชี้ขาดลักษณะต้องห้าม‘ปธ.กสทช.’
‘คกก.สรรหาฯ’ไฟเขียวคำวินิจฉัย‘ปธ.กสทช.’มีลักษณะต้องห้าม-เปิด‘หน่วยงาน-ผู้สนใจ’ขอรับสำเนา
‘นายกฯ’ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งมติ‘สรณ’มีลักษณะต้องห้ามเป็น‘กสทช.’-ยัน‘ฝืนกฎหมายไม่ได้’
‘สรณ’ยันพ้นสถานะ‘พนง.รัฐ’ก่อนรับตำแหน่ง‘ปธ.กสทช.’-ดูแล‘ผู้ป่วย’ก่อนส่งต่อ ทำตามจริยธรรมแพทย์
เป็นลูกจ้างหน่วยงานรัฐหลังรับตำแหน่ง!‘กก.สรรหาฯ’มีมติเอกฉันท์‘สรณ’มีลักษณะต้องห้ามเป็น กสทช.
‘กก.สรรหากสทช.’ เปิดรับข้อมูล คุณสมบัติ ‘นพ.สรณ’ หลังสำนักเลขาธิการนายกฯ ส่งความเห็น ‘กฤษฎีกา’
ยังอีกยาว! มติ‘บอร์ดสรรหาฯ’เสียงข้างมาก ยันมีอำนาจวินิจฉัยปม‘ประธาน กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ
‘เลขาฯวุฒิสภา’ยืนยันนัด‘บอร์ดสรรหาฯ’ประชุมฯ ถกปม‘ประธาน กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ 8 พ.ค.นี้
เรื่องเก่า-จบแล้ว! ‘ไตรรัตน์’แจงปม‘ปธ.กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ-ยก‘กฤษฎีกา’ยันสรรหาฯถูกต้อง
โชว์หนังสือ‘ป.ป.ช. ’แจ้ง‘เลขาธิการฯ’ แจง 3 ข้อเท็จจริง ปมกล่าวหา‘ปธ.กสทช.’ ส่อขาดคุณสมบัติ
ม.มหิดลเผยเอกสาร ยัน ‘นพ.สรณ’ มีคุณสมบัติเป็น ปธ.กสทช.เหตุไม่ได้รับค่าตอบแทนจากคณะแพทย์ฯ
ศาลแพ่งยกฟ้อง กก.กสทช. ถูก ‘นพ.สรณ’ เรียก 5 ล.เหตุทำให้เข้าใจเลือกเลขาฯไม่เป็นธรรม
‘กฤษฎีกา’ไม่รับตีความ ปม‘สรณ’ขาดคุณสมบัติฯนั่ง‘ประธาน กสทช.’-ชี้เป็นอำนาจ‘บอร์ดสรรหาฯ’
จี้‘นายกฯ’ปฏิบัติตามกม.! ‘กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ’ชี้‘สรณ’ส่อมีลักษณะต้องห้ามเป็น‘กสทช.’
'โรม' ถาม รบ.เวลาผ่านไป 7 เดือน ไฉนไม่สอบคุณสมบัติ ปธ.กสทช.-รมว.ดีอีโยนศาล รธน.วินิจฉัย
เผือกร้อน‘ประธานวุฒิสภา’ ชี้ขาด‘ปธ.กสทช.’ขาดคุณสมบัติ?-‘สรณ’โต้‘กมธ.’บิดเบือน-อคติ
‘สนง.วุฒิสภา’ชี้‘กมธ.ไอซีที’มีอำนาจตรวจคุณสมบัติ ‘ปธ.กสทช.’โดยชอบด้วย‘รธน.-ข้อบังคับฯ’
‘กมธ.ไอซีที’วุฒิฯ แพร่บันทึกประชุม ชี้‘นพ.สรณ’มีลักษณะต้องห้าม-ขาดคุณสมบัติเป็น‘กสทช.’
ส่ง'ปธ.ศ.อุทธรณ์'วินิจฉัยเขตอำนาจศาลฯ หลังรับฟ้องคดี‘4 กสทช.’เปลี่ยน‘รักษาการเลขาฯ’มิชอบ
‘กมธ.ไอซีที-นักกฎหมาย’ชี้‘สรณ’ขาดคุณสมบัติ‘กสทช.’-‘สภาผู้บริโภค’โชว์หนังสือรับค่าตอบแทน
‘กมธ.ไอซีที’จ่อสรุปผลสอบฯลักษณะต้องห้าม‘ปธ.กสทช.’-'สรณ'ยันคุณสมบัติถูกต้องก่อนทูลเกล้าฯ
'ครป.-สภาผู้บริโภค'ออกแถลงการณ์ เรียกร้องเปิด'หลักฐาน'คุณสมบัติต้องห้าม‘ประธานฯกสทช.’
เลขาฯโชว์คำสั่ง‘สรณ’ลาออก‘รพ.รามาฯ’มีผล 8 ม.ค.65 ตอกย้ำ‘ปธ.กสทช.’ไม่มีลักษณะต้องห้าม
เลขาฯยัน‘สรณ’ไม่มีลักษณะต้องห้าม-'ม.มหิดล’แจงเป็น‘พนง.มหาวิทยาลัย’ก่อนเป็น'ปธ.กสทช.'1 วัน
‘วุฒิสภา’มีมติส่งผลศึกษาฯปมสรรหา‘เลขาฯกสทช.’ช้า ให้‘ป.ป.ช.’-สว.เผย‘นพ.สรณ’ส่อพ้นเก้าอี้
'นพ.สรณ' ร้อง ‘ปธ.วุฒิสภา’ ตรวจสอบ ‘กมธ.เทคโนโลยีฯ’ ก้าวก่าย-แทรกแซงหน้าที่ ‘ปธ.กสทช.’
ชง‘วุฒิสภา’ 1 เม.ย.ถกผลศึกษาฯปมแต่งตั้ง‘เลขาธิการ กสทช.’ล่าช้า-เสนอ‘ป.ป.ช.’เปิดไต่สวนฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา