
‘สภาพัฒน์’ เผย ‘จีดีพี’ ไตรมาส 2/69 ขยายตัว 1.9% ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน เหตุ ‘สงครามตะวันออกกลาง’ ฉุดเครื่องชี้ฯ ‘ภาคผลิต-ภาคใช้จ่าย’ ชะลอเกือบทุกตัว ยกเว้น ‘ส่งออก-ลงทุน’ ที่ยังขยายตัวดีมาก พร้อมปรับเป้าเศรษฐกิจทั้งปี 69 เป็นขยายตัว 2-2.5% ค่ากลาง 2.2% จากเดิม 2% หลังมอง ‘ส่งออก-ลงทุนเอกชน’ ดีกว่าคาด
.......................................
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 และแนวโน้มปี 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อพิจารณาเครื่องชี้ทั้งในภาคผลิตและภาคการใช้จ่าย พบว่าเครื่องชี้เกือบทุกตัวชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน ยกเว้นการส่งออกและการลงทุนที่ยังขยายตัวดีมาก
ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2569 การลงทุนรวม ขยายตัว 9.1% โดยการลงทุนภาคเอกชน ขยายตัว 13.4% ซึ่งขยายตัวสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส หรือนับจากปี 2555 และการลงทุนภาครัฐ หดตัว -1.6% ,การส่งออกสินค้าและบริการ ขยายตัว 12.5% โดยการส่งออกสินค้า ขยายตัว 14.1% และการส่งออกบริการ ขยายตัว 5.1% , การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 1.9% ,การอุปโภคภาครัฐบาล ขยายตัว 0.2% ,ภาคเกษตร ขยายตัว 1.5%
สาขาอุตสาหกรรม ขยายตัว 0.1% ,สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ขยายตัว 1.5% ,สาขาการค้า ขยายตัว 4.5% ,สาขาขนส่ง ขยายตัว 4.5% ,สาขาขนส่ง ขยายตัว 2.6% และสาขาก่อสร้าง ขยายตัว 0.1%
“ถ้าตัดผลทางฤดูกาลออกจะเห็นว่าเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2/2569 เทียบกับไตรมาส 1/2569 เราหดตัวลง -0.2%” นายดนุชา กล่าว


นายดนุชา กล่าวว่า ในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2569 อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.96% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.94% ในไตรมาสก่อนหน้า ,อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.7% ซึ่งเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ตามการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาอาหารสำเร็จรูป และราคาค่าโดยสารสาธารณะ ,ทุนสำรองระหว่างอยู่ที่ 2.79 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2569 อยู่ที่ 66.87% ของจีดีพี
ด้านบัญชีเดินสะพัด จากการที่ประเทศไทยมีการนำเข้าสูงมาก และราคานำเข้า โดยเฉพาะน้ำมันและทองคำที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยติดลบ รวมถึงดุลบริการก็ติดลบเช่นกัน ทั้งนี้ การขาดดุลทั้งดุลการค้าและดุลบริการ ทำให้ไตรมาส 2/2569 ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส โดยไตรมาส 2/2569 ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 12% ของจีดีพี หรือคิดเป็นมูลค่าขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
“การดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาสนี้ (ไตรมาส 2/2569) เราขาดดุล 12% ของจีดีพี แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อถึงสิ้นปีแล้วจะขาดดุล 12% ซึ่งในไตรมาสนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนเองมีการเร่งนำเข้าสินค้าต่างๆเข้ามา เพราะคาดการณ์ว่าราคาต่างๆน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนั้นสถานการณ์มีความรุนแรงค่อนข้างมาก
และเมื่อพิจารณาตัวเลขขาดดุลการค้าดังกล่าว พบว่าหลักๆมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและราคาทองคำเป็นหลัก ราคาปรับเพิ่มขึ้นสูง แต่ถ้าหักน้ำมันและทองคำออกไป เรายังเกินดุลค้าอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนดุลบริการที่มีการขาดดุลก็เช่นกัน ส่วนหนึ่งมาจากนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่ที่เราขาดดุลบริการ ส่วนใหญ่ มาจากค่าขนส่งทางเรือที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่า Freight หรือค่าประกันภัย” นายดนุชา กล่าว
@คาดปรับจีดีพีปี 69 โต 2-2.5% ค่ากลาง 2.2% จากเดิม 2%
นายดนุชา กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 ว่า สศช.ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่ โดยปรับเพิ่มค่ากลางการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2569 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2% หรือในช่วง 1.5-2.5% เป็นขยายตัว 2.2% หรือในช่วง 2-2.5% โดยการบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 2.6% จากเดิม 2.4% ,การอุปโภคภาครัฐบาล คาดว่าจะขยายตัว 1.2% ไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อน ,การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 9.6% จากเดิม 3.7%
การลงทุนภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัว 3.1% ไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อน ,มูลค่าการส่งออก (รูปดอลลาร์สหรัฐ) คาดว่าจะขยายตัว 15.1% จากเดิม 9.6% ,มูลค่าการนำเข้า (รูปดอลลาร์สหรัฐ) คาดว่าจะขยายตัว 25.5% จากเดิม 14.2% ,อัตราเงินเฟ้อทั่วไป คาดว่าจะขยายตัว 1.5-2% ค่ากลาง 1.7% จากเดิม 2-3% (ค่ากลาง 2.5%) และดุลบัญชีเดินสะพัด คาดว่าจะขาดดุลฯ -1.2% ของจีดีพี จากเดิมที่คาดว่าบัญชีเดินสะพัดจะบวกที่ 1% ของจีดีพี
ทั้งนี้ สมมติฐานการประมาณการเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 ได้แก่ เศรษฐกิจโลก ขยายตัว 3.3% ,อัตราการขยายตัวปริมาณการค้าโลก คาดว่าจะขยายตัว 4.3%,อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 32.5-33.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ,ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ,ราคาส่งออก (ดอลลาร์สหรัฐ) ขยายตัว 2.5-3.5% ,ราคานำเข้า (ดอลลาร์สหรัฐ) ขยายตัว 7-8% ,จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32 ล้านคน และรายรับนักท่องเที่ยวฯ 1.65 ล้านล้านบาท


นายดนุชา กล่าวว่า ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ได้แก่ 1.การลงทุนภาคเอกชน ซึ่งเป็นตัวหลักที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรเครื่องมือ ที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการต่างๆ เช่น Thailand FastPass ,การปรับปรุงในแง่การอำนวยความสะดวกในการลงทุน และการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางเพื่อนำผลิตในเกณฑ์ค่อนข้างสูง เป็นต้น
2.การขยายตัวต่อเนื่องของการบริโภคบริโภคภาคครัวเรือน จากตลาดแรงงานที่ยังมีความแข็งแกร่ง อัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าดูเรื่องอัตราเงินเฟ้อในช่วงถัดไปด้วย เพราะแม้ว่าจะเห็นอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงตามการลดลงของราคาพลังงาน แต่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ปรับตัวขึ้นแล้วไป 8% ก็จะมีการส่งผ่านราคาในบางช่วง จึงต้องเฝ้าระวังเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
3.การขยายตัวในเกณฑ์ดีของการส่งออก โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านอัตราภาษีของสหรัฐที่จะออกมา ซึ่งขณะนี้อัตราภาษีที่สหรัฐออกมาและใช้กับประเทศไทยนั้น จะพบว่าอัตราภาษีที่เก็บจริงนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งของประเทศไทยแล้ว อัตราภาษีที่ไทยได้รับยังต่ำกว่าเวียดนาม จีน และอินโดนีเซีย ทำให้สินค้าไทยยังยังการแข่งขันได้อยู่
และ 4.แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ โดยในช่วงที่ผ่านมามีเร่งเบิกจ่ายไปแล้ว และในช่วงถัดไปน่าจะมีการเบิกจ่ายลงทุนในส่วนของภาครัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย




ส่วนปัจจัยเสี่ยงในปี 2569 ได้แก่ 1.ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภายนอกประเทศ ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่น่าจะยืดเยื้อ และมีความไม่แน่นอนสูง แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับมาตรการทางการค้าของสหรัฐที่จะออกมาเพิ่มเติมในช่วงถัดไป หากสหรัฐมีมาตรการด้านการค้ากับประเทศต่างๆเพิ่มเติม ก็จะส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกไทยและการค้าโลก
2.ความเสี่ยงจากการชะลอตัวมากกว่าที่คาดของเศรษฐกิจและการค้าโลก ส่วนหนึ่งมาจากความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าของสหรัฐ และความขัดแย้งต่างๆ ขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆมีอัตราเงินเฟ้อในระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางของประเทศสำคัญมีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้นในแง่การดำเนินนโยบายการเงิน ส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดทุน จึงต้องเฝ้าระวัง
3.ความเสี่ยงภายในประเทศ จากสถานการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และถ้าดูปริมาณฝนสะสมพบว่าน้อยกว่าปีที่ผ่านมา จึงต้องปรับการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน รวมถึงการเพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกร และ4.ภาระหนี้สินครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และคุณภาพสินเชื่อของ SMEs มีความเสี่ยงด้านเครดิตอยู่ในระดับสูง โดยสินเชื่อ Stage 2 อยู่ในระดับ 15.91% จึงต้องดูแลอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้กระทบเศรษฐกิจภาพรวม




นายดนุชา กล่าวว่า ประเด็นการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในช่วงที่เหลือของปี 2569 ควรให้ความสำคัญใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.การดูแลการผลิตภาคเกษตรและเสริมสร้างความมั่นคงด้านรายได้ของเกษตรกร 2.การรักษาการขยายตัวของภาคการส่งออกให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 3.การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการเร่งรัดให้โครงการลงทุนที่ได้รับการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนไปแล้วเกิดการลงทุนจริง
4.การรักษาแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และ5.การเตรียมความพร้อมรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
@คาดเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 โตดีกว่าไตรมาส 2
เมื่อถามว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 3/2569 จะเป็นอย่าง และตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2/2569 ที่ออกมา ถือเป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจในปีนี้แล้วใช่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า “ไตรมาส 3/2569 เท่าที่ดู คาดว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาสนี้ (ไตรมาส 2/2569) ซึ่งไตรมาส 2 ส่วนสำคัญหลักๆที่ทำให้เราโตประมาณนี้ เพราะเราได้รับผลกระทบค่อนข้างแรงจากตัวความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ฉะนั้น ในช่วงถัดไป สถานการณ์เศรษฐกิจไทยน่าจะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสนี้ และคาดว่าทั้งปีจะโตได้ 2.2% เป็นค่ากลาง”
เมื่อถามว่า มาตรการกระตุ้นการบริโภคยังจำเป็นต้องมีต่อหรือไม่ หลังจากโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.2569 นายดนุชา กล่าวว่า “ต้องดูตามสถานการณ์ ตัวเลขในไตรมาส 2 ที่เกิดขึ้น เป็นตัวเลขในอดีตที่เกิดขึ้นก่อนที่ตัวไทยช่วยไทยพลัสจะออกมา ซึ่งอันนี้สอดคล้องกับที่เราและรัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่า ตัวการบริโภคจะลดลงจากผลของปัจจัยภายนอกประเทศ ส่วนในช่วงถัดไปจะต้องมีหรือไม่ คงต้องมอนิเตอร์ตัวเลขรายเดือนก่อนว่าเป็นอย่างไร
แต่จริงๆแล้ว การใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก.ที่ออกมาแล้ว คงต้องมีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและตรงเป้ามากที่สุด ฉะนั้น ในช่วงถัดไป มีประเด็นในแง่ความเสี่ยงด้านพลังงานที่มีความผันผวนอยู่ จึงต้องมาดูเรื่องนี้ก่อนว่า จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้อย่างไร ส่วนการมาดูในเรื่องค่าครองชีพ คงต้องมาดูปัจจัยอื่นๆเพิ่มเติม ก่อนที่จะมีการตัดสินใจ”
ส่วนกรณีที่อินโดนีเซียเสนอตัวและชักชวนให้บริษัทโตโยต้า ย้ายฐานการผลิตรถยนต์จากไทยไปยังอินโดนีเซีย นั้น นายดนุชา กล่าวว่า กรณีที่อินโดนีเซียพยายามดึงโตโยต้าไปลงทุนในประเทศอินโดนีเซียนั้น โตโยต้ามีการลงทุนส่วนหนึ่งในอินโดนีเซียอยู่แล้ว มีการผลิตรถบางประเภท อย่างไรก็ตาม ไทยและญี่ปุ่นอยู่ด้วยกันมานาน เศรษฐกิจไทยที่เติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์มาลงทุนในไทย
ดังนั้น ตัวซัพพลายเชนต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และซัพพลายเชนดังกล่าวยังขยายตัวทั้งในทางกว้างและทางลึกค่อนข้างมาก หากญี่ปุ่นจะไปลงทุนในประเทศอื่นๆ คงจะดูเรื่องพวกนี้ด้วย หากยังไม่พร้อม ญี่ปุ่นคงไม่ไป และส่วนตัวยังเชื่อว่าโตโยต้า หรือบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น ยังคิดว่าไทยเป็นฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพอยู่
ส่วนมาตรการที่กระทรวงการคลังจะออกมา เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในประเทศ และทบทวนภาษีนำเข้าชิ้นส่วนฯ นั้น คาดว่าน่าจะทำให้การผลิตหรือการลงทุนในประเทศขยายตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี มาตรการภาษีดังกล่าว ไม่น่าจะกระทบต่อรายได้ของรัฐบาล เพราะทุกวันนี้อากรที่จัดเก็บจากสินค้านำเข้าต่างๆ มีไม่มากแล้ว เนื่องจากมีเรื่อง FTA และมีการปรับปรุงเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศ ที่ทำให้มีการลดภาษีนำเข้าไปค่อนข้างมากแล้ว
เมื่อถามว่า กรณีสหรัฐฯให้ประเทศพันธมิตรต่างๆ เลือกข้างในการแข่งขันด้าน AI ว่า จะอยู่ฝ่ายสหรัฐหรือฝ่ายจีน นั้น จะส่งผลกระทบต่อไทยอย่างไร โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยและสหรัฐกำลังเจรจาในเรื่องภาษีการค้า นายดนุชา กล่าวว่า “จุดยืนของประเทศไทยที่เราทราบๆ คือ เราอยู่บนความเป็นกลาง คงไม่ได้เข้าข้างใครข้างใดข้างหนึ่ง ส่วนในรายละเอียด ต้องดูทางกระทรวงต่างประเทศว่า มองอย่างไร
แต่ถ้าถามผม ผมว่าประเทศเรา เป็นประเทศที่ค่อนข้างเป็นกลาง และเปิดกว้างในการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาการลงทุนในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ก็มีเข้ามาลงทุนในไทยค่อนข้างเยอะ ทั้ง PCB และ Ship Design ฉะนั้น เรื่องนี้ ผมคิดว่าคงต้องมีการเร่งดึงการลงทุนในหมวดพวกนี้อย่างต่อเนื่อง ส่วนตำแหน่งของประเทศจะเป็นลักษณะไหน ผมคิดว่าเราเป็นประเทศเล็ก เราคงต้องพิจารณาให้ดีในแง่จุดยืน แต่จุดยืนของเรา หลักๆแน่นอนว่า เราเป็นกลาง ไม่ขัดแย้งกับใคร”
อ่านประกอบ :
Q1/69 ว่างงาน 0.94%! ‘สศช.’เตือน 2.2 ล.คน เสี่ยงโดน AI ทดแทน-NPLs‘หนี้ครัวเรือน’ 9.59%
‘สศช.’เผยเศรษฐกิจไทย Q1/69 ขยายตัว 2.8%-คงGDPทั้งปี 1.5-2.5% ปรับเป้า‘ส่งออก’โต 9.6%
สศช.เผย Q4/68 ว่างงาน 0.7%-ห่วง 1 ใน 3 กลุ่มเงินเดือนต่ำ 5 หมื่น หนี้เกิน 60% ของรายได้
สศช.เผย Q4/68 ว่างงาน 0.7%-ห่วง 1 ใน 3 กลุ่มเงินเดือนต่ำ 5 หมื่น หนี้เกิน 60% ของรายได้
เกินคาด! สศช.เผยGDPไตรมาส 4 ขยายตัว 2.5% ดันทั้งปี 68 โต 2.4%-ปรับคาดการณ์ปีนี้ 1.5-2.5%
สศช.เผยจ้างงาน Q3/68 หด 0.5% ห่วงยึดบ้านขายทอดตลาดพุ่ง 210%-ชี้ศก.ตอนนี้ไม่เหมาะขึ้น VAT
‘สภาพัฒน์’เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/68 โต 1.2%-คาดจีดีพีทั้งปีขยายตัว 2% ปีหน้า 1.2-2.2%
'สศช.'ยกผลสำรวจฯชี้'องค์กรไทย'25%จ่อลด'พนง.'หันจ้าง‘พาร์ทไทม์’-ไตรมาส 2/68 ว่างงาน 0.91%
สศช.เผยศก.ไตรมาส 2/68 โต 2.8% ปรับเป้าทั้งปีเป็น 1.8-2.3% กระตุ้นรบ.หนุนลงทุน‘เอกชน-รัฐ’
สศช.เผย‘จ้างงาน’ไตรมาส 1/68 หด 0.5%-โชว์ข้อมูล‘เครดิตบูโร’ NPLs แตะ 1.22 ล้านล.โต 16.4%
สศช.เผยศก.ไตรมาส 1/68 โต 3.1%-ประเมิน 3 ฉากทัศน์‘เทรดวอร์’ก่อนหั่นGDPทั้งปีเหลือ1.3-2.3%
‘สภาพัฒน์’เผยไตรมาส 4/67 ว่างงาน 3.6 แสนคน-หนี้ครัวเรือนขยายตัวชะลอลง
‘สศช.’เผยจีดีพีไตรมาส 4/67 ขยายตัว 3.2% ทั้งปี 2.5%-คงคาดการณ์เศรษฐกิจ 68 โต 2.3-3.3%
‘สภาพัฒน์’เผยไตรมาส 3/67 ว่างงาน 4.1 แสนคน-‘หนี้เสีย’แตะ 1.16 ล้านล้าน ขยายตัว 12.2%
‘สภาพัฒน์’เผยจีดีพีไตรมาส 3/67 โต 3%-คาดทั้งปี 2.6% จับตาผลกระทบสหรัฐฯกีดกันทางการค้า
สศช.เผย‘ว่างงาน’ไตรมาส 2/67 แตะ1.07% เพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังโควิด-NPLs หนี้ครัวเรือน 2.99%
‘สศช.’เผยจีดีพีไตรมาส 2/67 โต 2.3% คาดทั้งปี 2.3-2.8%-หนุน‘รัฐบาลใหม่’กระตุ้นเศรษฐกิจ
‘สศช.’ห่วงNPLสินเชื่อบ้านโต 12.4%-เผย'หนี้เสีย' 3 ใน 4 เป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย
‘สศช.’เผยเศรษฐกิจไตรมาส 1/67 ขยายตัว 1.5% หั่นคาดการณ์ GDP ทั้งปีเหลือ 2-3%
‘สภาพัฒน์’เผยจ้างงานไตรมาส 4/66 โต 1.7%-‘หนี้เสีย’ครัวเรือน’แตะ 1.52 แสนล้าน เพิ่ม 7.9%
‘สศช.’เผยเศรษฐกิจไตรมาส 4/66 โตแค่ 1.7% ทั้งปีขยายตัว 1.9%-หั่นเป้าปี 67 เหลือ 2.2-3.2%
'สศช.'เผยไตรมาส 3/66 ค่าจ้างโต 9%-ว่างงาน 0.99% ห่วงลูกหนี้'รหัส 21'พุ่ง 4.9 ล้านบัญชี
สศช.เผยGDPไตรมาส 3/66 โต 1.5% คาดทั้งปี 2.5%-ปีหน้า 2.7-3.7% ยังไม่รวมแจก'หมื่นดิจิทัล'
‘สศช.’เผยคนอายุน้อยกว่า 30 ปี‘หนี้เสีย’พุ่ง-ไตรมาส 2/66 ‘จ้างงานโต-ค่าจ้างแท้จริงเพิ่ม’
เศรษฐกิจไทยโตต่ำคาด! สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 2/66 ขยายตัวแค่ 1.8%-หั่นเป้าทั้งปีเหลือ 2.5-3%
จ้างงานโต-ว่างงานลด! ‘เลขาฯสศช.’ห่วงขึ้น‘ค่าจ้าง’เท่ากันทั้งปท.-ระเบิดเวลาหนี้ครัวเรือน
สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 1/66 โต 2.7% คาดทั้งปี 2.7-3.7%-แนะ‘รบ.ใหม่’รักษาวินัยการเงินการคลัง
'สศช.'ห่วงคนอายุ 60 ปีขึ้นไป มี'หนี้เสีย'บัญชีละ 7.7 หมื่น-ไตรมาส 4/65 ว่างงาน 4.6 แสนคน
เศรษฐกิจโตต่ำคาด! ‘สศช.’เผยจีดีพีไตรมาส 4/65 ขยายตัว 1.4%-หั่นจีดีพีปี 66 เหลือ 2.7-3.7%
‘สศช.’หวั่นขึ้นค่าจ้าง 600 บ. กดดันอุตฯปลดคนงาน-รัฐปรับฐานเงินเดือน‘ขรก.’ทำภาระงบเพิ่ม
เงินเฟ้อฉุด‘ค่าจ้างที่แท้จริง’ไตรมาส 3 หด 3.1%-สศช.ห่วงกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไปหนี้เสียพุ่ง
‘สภาพัฒน์’ เผยจีดีพีไตรมาส 3/65 ขยายตัว 4.5% คาดทั้งปี 3.2%-มองปี 66 เศรษฐกิจโต 3-4%

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา