ประชุม ‘บอร์ด กสทช.’ ล่มครั้งที่ 8 ติดต่อกัน หลัง ‘ประธานฯ’ ติดภารกิจด่วน-‘กรรมการ’ ไม่เข้าร่วมประชุม ด้าน ‘ธนพันธุ์-พิรงรอง-ศุภัช’ ร่อนหนังสือถึง ‘สำนักงานฯ’ จัดประชุมเฉพาะ ‘6 กรรมการ’ ขณะที่ ‘รักษาการเลขาธิการฯ’ แจงยิบปม ‘ศาลปค.สูงสุด’ สั่งรับคำฟ้องคดีเพิกถอนคำวินิจฉัย ‘คกก.สรรหาฯ’
.............................................
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. เวลา 13.30 น. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จัดการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 (ต่อเนื่อง) แต่การประชุม กสทช. ในวันนี้ ไม่สามารถเริ่มการประชุมได้ เนื่องจาก ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แจ้งว่าติดภารกิจด่วน ในขณะที่กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 ราย ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ทำให้การประชุม กสทช. ครั้งนี้ ต้องล่มลงอีกเป็นครั้งที่ 8 ในห้วงเวลา 1 เดือนครึ่ง
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุม กสทช. วันนี้ กำหนดนัดหมายประชุมฯในเวลา 13.30-16.30 น. แต่จนถึงเวลา 14.00 น. ศ.คลินิก นพ.สรณ ก็ยังไม่มาปรากฏตัวที่ห้องประชุมฯ มีเพียงกรรมการ กสทช. 3 ราย คือ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ,ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย มายืนรออยู่ที่บริเวณหน้าห้องประชุม ก่อนที่ฝ่ายเลขานุการฯ จะแจ้งว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ติดภารกิจด่วน และแจ้งให้เลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 9 ก.ย.2569
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในการประชุม กสทช. วันนี้ กรรมการ กสทช. 1 ราย คือ ศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ แจ้งลาประชุม ซึ่งเป็นการแจ้งลาประชุมเป็นครั้งที่ 7 จากการประชุม 8 ครั้งล่าสุด ส่วนกรรมการ กสทช. 2 ราย คือ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ ไม่มีการแจ้งหรือรายงานตัวผ่านระบบประชุมออนไลน์แต่อย่างใด
“การประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 วันพฤหัสฯที่ 3 ก.ย.2569 เนื่องจากได้รับแจ้งจากท่านประธานฯ (ศ.คลินิก นพ.สรณ) ว่า ติดภารกิจด่วน ท่านจึงแจ้งให้เลื่อนการประชุมครั้งนี้ไป และนัดอีกทีวันที่ 9 ก.ย.2569” นายสมบัติ ลีลาพตะ นิติกรเชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ประกาศในเวลา 14.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่กรรมการ กสทช. 3 ราย คือ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ,ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และ รศ.ดร.ศุภัช กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
ด้าน พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ตนยืนยันเจตนารมย์เดิมในเรื่องการประชุม กสทช. โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) มีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดออกมา ซึ่งในคำสั่งฯ ศาลฯได้วินิจฉัยว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่วินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่ง กสทช. นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ดังกล่าว ย่อมถือเป็นเหตุให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งแล้ว จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช.ต่อไปได้
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการของ กสทช. สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง ตนจึงทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. โดยขอให้สำนักงานฯ จัดการประชุม กสทช. เฉพาะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 ท่าน เพื่อทำให้กรรมการฯที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
“เมื่อผมรับทราบคำสั่งศาลปกครองสูงสุดแล้ว ก็มีหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. และมีความเห็นเพิ่มเติมว่า คำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ถือว่าเป็นที่สุดแล้ว แม้ว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ หากศาลฯนั้น มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฯ แต่ในที่นี้จะเห็นได้ว่า ไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฯแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุที่จะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหา กสทช. นี้ได้
ศาลปกครองสูงสุดยังมีความเห็นสรุปว่า กรณี ศ.คลินิก นพ.สรณ ถือว่าได้พ้นจากตำแหน่ง กสทช. และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว และให้กรรมการ กสทช.ที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยศาลฯชี้ว่า เพื่อที่จะให้การบริการสาธารณะทางด้านกิจการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม สามารถดำเนินการไปได้ต่ออย่างต่อเนื่อง โดยไม่หยุดชะงัก อันนี้จึงเป็นผลที่ว่า กรรมการที่เหลืออยู่จะต้องมาปฏิบัติหน้าที่นี้ต่อไป
อีกทั้งทุกท่านก็ทราบอยู่แล้วว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งแล้ว ตามกฎหมายแล้ว ผมจึงไม่สามารถกระทำเป็นอย่างอื่นได้ ดังนั้น จึงขอย้ำให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการจัดการประชุมฯ เฉพาะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 คน เพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ และสอดคล้องกับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว
เพื่อทำให้ องค์กร กสทช. สามารถทำหน้าที่ได้ตามกฎหมาย เป็นไปตามหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ประเทศชาติและความผาสุกของประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญฯ และอยากขอร้องไม่ให้สำนักงาน กสทช. ทำหน้าที่เพื่อคนใดคนหนึ่ง หรือบุคคลที่ขาดความชอบธรรมแล้ว และไม่ดำเนินการตามกฎหมาย จนทำให้องค์กรอาจจะเสียหาย และไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่องหรือหยุดชะงักถึงทุกวันนี้” พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าว
ขณะที่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ระบุว่า คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวานนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญ และสอดคล้องกับแนวทางทางกฎหมายที่ยืนยันในจุดยืนของเราที่ได้ปฏิบัติมาตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.2569 ซึ่งเป็นวันที่เราได้รับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เกี่ยวกับประเด็นคุณสมบัติของท่านประธาน กสทช. และเป็นการยืนยันว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้พ้นจากการเป็นกรรมการ กสทช.แล้ว และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ได้
“นอกจากบรรทัดฐานที่ทำให้เกิดความมั่นใจในเรื่องคุณสมบัติหรือสถานภาพแล้ว ในอีกแง่หนึ่ง กรรมการ 6 คน ที่เหลืออยู่ จะต้องทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปให้ได้ ต้องมีการจัดประชุมให้เกิดขึ้น เพื่อให้ไม่เกิดผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะ ทางด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ไม่ให้หยุดชะงักงัน
ดิฉันได้ทำหนังสือถึงท่านรักษาการเลขาธิการ กสทช. ขอให้มีการจัดประชุมโดยเร็วที่สุด และในเวลาที่กรรมการทุกคนสะดวกร่วมกัน จึงมีข้อเสนอให้มีการจัดประชุม กสทช. ในวันพรุ่งนี้ (4 ก.ย.) ในเวลา 09.30 น. ซึ่งหนังสือได้ส่งแล้ว โดยขอให้นัดประชุมทันที และนัดกรรมการฯที่เหลืออยู่ 6 คน ให้มาประชุมร่วมกันในพรุ่งนี้” ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าว
ส่วน รศ.ดร.ศุภัช กล่าวว่า ขอย้ำจุดยืนเดิมว่า คงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับ ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้ เพราะจะมีปัญหาตามมาในภายหลังได้ และจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดล่าสุดนั้น ศาลฯก็เขียนแบบนี้และยืนยันว่าสิ่งที่เราทำว่าถูกต้อง ซึ่งในเรื่องนี้คงไม่มีใครชนะใครทั้งนั้น เป็นแต่เพียงว่าเมื่อศาลปกครองสูงสุดสั่งให้รับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว ศ.คลินิก นพ.สรณ ก็สู้คดีของท่านไป จะสู้กันอย่างไรก็กันว่าไปตามกฎเกณฑ์ของบ้านเมืองที่มีอยู่
“ณ เวลานี้ เราควรร่วมกันทำงาน ตามที่ศาลฯท่านสั่งให้เราทำงานให้ได้ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสาธารณะ เพราะเราไม่ได้ประชุมกันมาเป็นเวลาหนึ่งแล้ว ผมเองได้ทำหนังสือของผมบอกไปยังสำนักงานฯแล้วว่า ให้ช่วยจัดประชุม และเราบอกว่า ให้จัดประชุมโดยเร็วสุด คือ วันพรุ่งนี้ เวลา 09.30 น. และนัดกรรมการฯทั้ง 6 คนมาเลย ซึ่งเราก็คงต้องประชุมกันอุตลุดพอสมควร เพื่อเคลียร์ของที่มีอยู่ให้มันจบไป เพื่อให้เซ็กเตอร์นี้เดินต่อไปได้” รศ.ดร.ศุภัช กล่าว
ทั้งนี้ หลังจาก กรรมการ กสทช. ทั้ง 3 ราย คือ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ,ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และ รศ.ดร.ศุภัช ให้สัมภาษณ์สื่อเสร็จสิ้นแล้ว พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ยื่นหนังสือบันทึกฯ ถึงสำนักงาน กสทช. ผ่าน นายสมบัติ ลีลาพตะ นิติกรเชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. เพื่อขอให้สำนักงานฯ จัดการประชุม กสทช. โดยเร็วที่สุด และหากเป็นไปได้ควรจัดการประชุม กสทช. และเชิญกรรมการ กสทช.ที่เหลือ 6 คน มาประชุมกันในวันพรุ่งนี้ (4 ก.ย.) เวลา 09.00 น.
นายสมบัติ กล่าวหลังจากรับหนังสือจาก พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ว่า กสทช. พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ได้ยื่นหนังสือบันทึกถึงสำนักงาน กสทช. โดยขอให้สำนักงานฯ จัดการประชุม กสทช. และเชิญกรรมการ กสทช. 6 ท่าน เข้าร่วมประชุม ซึ่งสำนักงานฯ จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา ส่วนการประชุม กสทช. ในวันนี้ (3 ก.ย.) ไม่มีการประชุม เนื่องจากประธาน กสทช. ติดภารกิจ และบอกว่าจะนัดประชุม กสทช. ครั้งหน้าในวันที่ 9 ก.ย.2569

@อ้างหนังสือ‘สลค.’หากคดีไม่ถึงที่สุด-ไม่ควรกระทบการทำงาน
ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 คดีระหว่าง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ฟ้องคดี และคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี โดยศาลมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณา และมีคำสั่งเรื่องคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีของผู้ฟ้องคดีนั้น
สำนักงาน กสทช. ขอให้ข้อมูล ดังนี้
1.คดีนี้เป็นกรณีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่า ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะวินิจฉัยคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของบุคคลภายหลังจากได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา และได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว ซึ่งกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีความไม่เป็นกลาง ไม่โปร่งใส ไม่ครบองค์ประชุม ไม่เปิดโอกาสให้ นพ.สรณ ชี้แจงหรือแสดงพยานหลักฐานเพียงพอ
อีกทั้งตีความบทบัญญัติกฎหมายเกินขอบเขตอำนาจ ซึ่งผลของคำวินิจฉัยดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อสถานภาพของ นพ.สรณ ในฐานะประธานกรรมการ กสทช. ทั้งสิทธิในการดำรงตำแหน่ง การปฏิบัติหน้าที่ เกียรติยศ และชื่อเสียงอย่างร้ายแรง นพ.สรณ จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้น
2.นพ.สรณฯ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 ซึ่ง นพ.สรณ มองว่าเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 15/1 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ซึ่ง นพ.สรณฯ เห็นว่าเป็นคำวินิจฉัยที่มีเนื้อหากระทบสถานะทางกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายโดยตรงต่อการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. จึงขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอทุเลาการบังคับตามกฎหมายหรือคำสั่งทางปกครองและขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราว
3.ศาลปกครองสูงสุด ระบุว่า การตีความถึงการเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือมีประโยชน์เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 นั้น ไม่ต้องถึงขนาดว่า ณ เวลาที่ฟ้องคดีนั้น ผู้ฟ้องคดีถูกกระทบสิทธิหรืออาจมีประโยชน์เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น เพียงแต่ความเดือดร้อนจะเกิดขึ้นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้หรือเกิดขึ้นแน่นอน ก็ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติที่ว่า “อาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้” แล้ว
เมื่อคำวินิจฉัยที่พิพาทในคดีนี้ “อาจจะ” ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ก็ถือว่าเพียงพอที่จะถือว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องตีความบทบัญญัติดังกล่าวโดยเคร่งครัดว่า ผู้ฟ้องคดีมีความเดือดร้อนเสียหายเกิดขึ้นแล้วหรือไม่ เพียงใด และเมื่อได้มีการเผยแพร่และกล่าวอ้างคำวินิจฉัยดังกล่าวต่อสาธารณชน เพื่อให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการพิจารณานำความกราบบังคมทูลเพื่อให้มีพระบรมราชโองการให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.
คำวินิจฉัยที่พิพาท จึงมีผลกระทบโดยตรงต่อสถานภาพของ นพ.สรณ ในฐานะประธาน กสทช. ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2565 และยังมีวาระเหลืออยู่ถึงวันที่ 13 เม.ย.2571 กล่าวคือ ทำให้สถานะของผู้ฟ้องคดีถูกโต้แย้งเกิดความไม่แน่นอนว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้หรือไม่ ขาดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน และเกิดความเสียหายต่อการจัดทำบริการสาธารณะอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อความเชื่อถือของกรรมการ กสทช. เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบกิจการ และสาธารณชนที่มีต่อผู้ฟ้องคดี ฯลฯ
4.จากข้อ 3 ศาลปกครองสูงสุดจึงระบุว่า เห็นได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายแล้ว และได้นำคดีมาฟ้องต่อศาลขอให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีที่พิพาท โดยการเพิกถอนให้มีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัย ซึ่งเป็นคำขอที่ศาลมีอำนาจกำหนดบังคับได้ตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว
ผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธิฟ้องคดีนี้ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.เดียวกันอย่างชัดแจ้ง โดยไม่จำต้องรอให้พระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งแต่อย่างใด “ซึ่งหากผู้ฟ้องคดีต้องรอให้มีพระบรมราชโองการเสียก่อน ความเสียหายก็จะลุกลามไปถึงขั้นสุดท้ายแล้ว การตรวจสอบทางศาลจะกลายเป็นการตรวจสอบหลังจากเกิดผลกระทบมากกว่าการป้องกันหรือยับยั้งการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”
5.ศาลปกครองสูงสุด ระบุเนื้อหาส่วนหนึ่งด้วยว่า “การตีความโดยพิจารณาสิทธิในการฟ้องคดีตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว จึงควรตีความและพิจารณาคำวินิจฉัย ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความเสียหายเป็นสำคัญ มิใช่ตีความโดยเคร่งครัดจำกัดสิทธิโดยพิจารณายึดโยงกับผลที่ตามมาในภายหลังเพียงอย่างเดียว”
สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันการยึดหลักปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตรงกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้แจ้งเวียนเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 เพื่อเวียนย้ำหนังสือแนวปฏิบัติปี 2564 และปี 2561 ซึ่งหากกระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุด หรือมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายตามที่ยังไม่ถึงที่สิ้นสุดกระบวนการ ไม่ควรดำเนินการใดๆ ที่จะกระทบต่อการทำงานของบุคคลนั้น รวมถึงเรื่องยังอยู่ในกระบวนยุติธรรม ถึงแม้จะมีคำพิพากษาตัดสินคดีอาญาแล้ว แต่หากกระบวนการยังไม่ถึงที่สิ้นสุด ก็ย่อมไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. อำนวยความสะดวกจัดประชุม กสทช. อย่างเต็มที่ เพื่อให้ กสทช. ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ยึดหลักปฏิบัติให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด
อ่านประกอบ :
‘สรณ’แถลงร้อง‘บอร์ด’ร่วมประชุม หลังศาลฯรับฟ้องคดีสละสิทธิ‘กสทช.’-‘ธนพันธ์ุ’ยันจุดยืนเดิม
‘คำวินิจฉัยฯ’เป็นเหตุให้‘พ้นตำแหน่ง’! ‘ศาลปค.สูงสุด’สั่งรับฟ้องคดี‘สรณ’สละสิทธิ‘กสทช.’
ค้างพิจารณา 171 วาระ! ถก‘บอร์ด กสทช.’ล่มครั้ง 7-ศาลฯงดอ่านคำสั่งคดี‘สรณ’อุทธรณ์ไม่รับฟ้อง
ถก‘บอร์ด กสทช.’ล่มครั้ง 6! ‘พิรงรอง’ย้ำพร้อมประชุมแบบชอบด้วยกม.-วาระค้างพิจารณา 136 เรื่อง
ประชุมบอร์ด‘กสทช.’ล่มรอบ 5! ‘สรณ’ย้ำไม่ได้ทำอะไรขัดกม.-‘พิรงรอง’ไม่ก้าวล่วงพระราชอำนาจ
คำร้อง‘สรณ’อุทธรณ์ไม่รับฟ้อง(จบ) อ้างข้อเท็จจริงใหม่มิใช่‘พนักงานรัฐ’-ชี้ผลกระทบ 6 ประเด็น
คำร้อง‘สรณ’อุทธรณ์ไม่รับฟ้อง(1) ‘คำวินิจฉัย’สละสิทธิ‘กสทช.’ก่อเสียหาย-ไม่ต้องรอผล‘สุดท้าย’
'อนุทิน' เผย ทูลเกล้าฯ ขอให้โปรดเกล้าฯ 'สรณ' พ้น 'ประธานกสทช.' แล้ว-'ปกรณ์' ชี้ ไม่กระทบงานที่ทำไป
อุทธรณ์คำสั่ง‘ศาลฯ’!‘สรณ’โชว์หลักฐานใหม่‘ม.มหิดล’สู้คดีสละสิทธิ‘กสทช.’-ถกบอร์ดล่มรอบ 4
จับตา'บอร์ด'ถก 99 วาระ หลังศาลฯสั่งไม่รับฟ้องคดี'สรณ'ขอเพิกถอนคำวินิจฉัยฯสละสิทธิ'กสทช.'
‘ศาลปค.’สั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา คดีเพิกถอนคำวินิจฉัย‘คกก.สรรหาฯ’ปม‘สรณ’สละสิทธิ‘กสทช.’
ถก‘บอร์ด’ล่มรอบสาม! -‘3 กสทช.’ไม่ร่วมประชุม-2 คนแจ้งลา ‘สรณ’ปัดหารือ‘นอกรอบ’ปมสละสิทธิฯ
ล่มรอบ2‘องค์ประชุม’ไม่ครบ! 4‘กสทช.’ไม่ร่วมถก‘บอร์ด’-‘สรณ’ชี้ไม่มีกม.ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
'อนุทิน' ย้ำ ทูลเกล้าฯ 'สรณ' พ้น 'ประธานกสทช.' ทำตามกฎหมาย
ยังเป็น‘ปธ.กสทช.’! ‘สรณ’จ่อฟ้องศาลฯโต้แย้งอำนาจ‘คกก.สรรหาฯ’-ถกบอร์ดล่ม‘องค์ประชุม’ไม่ครบ
สมาคมทีวีฯ’ท้วง‘กสทช.’รอบคอบประชุมบอร์ด-ถกโรดแมปทีวีดิจิทัล หลัง‘สรณ’มีลักษณะต้องห้าม
'2 กูรู'กม.ภาครัฐ ชี้เป็นอำนาจ'นายกฯ'ดำเนินการต่อ หลัง'คกก.สรรหา'ชี้'สรณ'สละสิทธิ'กสทช.'
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘คกก.สรรหา’(จบ)‘สรณ’เป็น‘ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ’ มีลักษณะต้องห้ามเป็น กสทช.
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘คกก.สรรหา’(1) มติ 4 ต่อ 1 ยันมีอำนาจชี้ขาดลักษณะต้องห้าม‘ปธ.กสทช.’
‘คกก.สรรหาฯ’ไฟเขียวคำวินิจฉัย‘ปธ.กสทช.’มีลักษณะต้องห้าม-เปิด‘หน่วยงาน-ผู้สนใจ’ขอรับสำเนา
‘นายกฯ’ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งมติ‘สรณ’มีลักษณะต้องห้ามเป็น‘กสทช.’-ยัน‘ฝืนกฎหมายไม่ได้’
‘สรณ’ยันพ้นสถานะ‘พนง.รัฐ’ก่อนรับตำแหน่ง‘ปธ.กสทช.’-ดูแล‘ผู้ป่วย’ก่อนส่งต่อ ทำตามจริยธรรมแพทย์
เป็นลูกจ้างหน่วยงานรัฐหลังรับตำแหน่ง!‘กก.สรรหาฯ’มีมติเอกฉันท์‘สรณ’มีลักษณะต้องห้ามเป็น กสทช.
‘กก.สรรหากสทช.’ เปิดรับข้อมูล คุณสมบัติ ‘นพ.สรณ’ หลังสำนักเลขาธิการนายกฯ ส่งความเห็น ‘กฤษฎีกา’
ยังอีกยาว! มติ‘บอร์ดสรรหาฯ’เสียงข้างมาก ยันมีอำนาจวินิจฉัยปม‘ประธาน กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ
‘เลขาฯวุฒิสภา’ยืนยันนัด‘บอร์ดสรรหาฯ’ประชุมฯ ถกปม‘ประธาน กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ 8 พ.ค.นี้
เรื่องเก่า-จบแล้ว! ‘ไตรรัตน์’แจงปม‘ปธ.กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ-ยก‘กฤษฎีกา’ยันสรรหาฯถูกต้อง
โชว์หนังสือ‘ป.ป.ช. ’แจ้ง‘เลขาธิการฯ’ แจง 3 ข้อเท็จจริง ปมกล่าวหา‘ปธ.กสทช.’ ส่อขาดคุณสมบัติ
ม.มหิดลเผยเอกสาร ยัน ‘นพ.สรณ’ มีคุณสมบัติเป็น ปธ.กสทช.เหตุไม่ได้รับค่าตอบแทนจากคณะแพทย์ฯ
ศาลแพ่งยกฟ้อง กก.กสทช. ถูก ‘นพ.สรณ’ เรียก 5 ล.เหตุทำให้เข้าใจเลือกเลขาฯไม่เป็นธรรม
‘กฤษฎีกา’ไม่รับตีความ ปม‘สรณ’ขาดคุณสมบัติฯนั่ง‘ประธาน กสทช.’-ชี้เป็นอำนาจ‘บอร์ดสรรหาฯ’
จี้‘นายกฯ’ปฏิบัติตามกม.! ‘กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ’ชี้‘สรณ’ส่อมีลักษณะต้องห้ามเป็น‘กสทช.’
'โรม' ถาม รบ.เวลาผ่านไป 7 เดือน ไฉนไม่สอบคุณสมบัติ ปธ.กสทช.-รมว.ดีอีโยนศาล รธน.วินิจฉัย
เผือกร้อน‘ประธานวุฒิสภา’ ชี้ขาด‘ปธ.กสทช.’ขาดคุณสมบัติ?-‘สรณ’โต้‘กมธ.’บิดเบือน-อคติ
‘สนง.วุฒิสภา’ชี้‘กมธ.ไอซีที’มีอำนาจตรวจคุณสมบัติ ‘ปธ.กสทช.’โดยชอบด้วย‘รธน.-ข้อบังคับฯ’
‘กมธ.ไอซีที’วุฒิฯ แพร่บันทึกประชุม ชี้‘นพ.สรณ’มีลักษณะต้องห้าม-ขาดคุณสมบัติเป็น‘กสทช.’
ส่ง'ปธ.ศ.อุทธรณ์'วินิจฉัยเขตอำนาจศาลฯ หลังรับฟ้องคดี‘4 กสทช.’เปลี่ยน‘รักษาการเลขาฯ’มิชอบ
‘กมธ.ไอซีที-นักกฎหมาย’ชี้‘สรณ’ขาดคุณสมบัติ‘กสทช.’-‘สภาผู้บริโภค’โชว์หนังสือรับค่าตอบแทน
‘กมธ.ไอซีที’จ่อสรุปผลสอบฯลักษณะต้องห้าม‘ปธ.กสทช.’-'สรณ'ยันคุณสมบัติถูกต้องก่อนทูลเกล้าฯ
'ครป.-สภาผู้บริโภค'ออกแถลงการณ์ เรียกร้องเปิด'หลักฐาน'คุณสมบัติต้องห้าม‘ประธานฯกสทช.’
เลขาฯโชว์คำสั่ง‘สรณ’ลาออก‘รพ.รามาฯ’มีผล 8 ม.ค.65 ตอกย้ำ‘ปธ.กสทช.’ไม่มีลักษณะต้องห้าม
เลขาฯยัน‘สรณ’ไม่มีลักษณะต้องห้าม-'ม.มหิดล’แจงเป็น‘พนง.มหาวิทยาลัย’ก่อนเป็น'ปธ.กสทช.'1 วัน
‘วุฒิสภา’มีมติส่งผลศึกษาฯปมสรรหา‘เลขาฯกสทช.’ช้า ให้‘ป.ป.ช.’-สว.เผย‘นพ.สรณ’ส่อพ้นเก้าอี้
'นพ.สรณ' ร้อง ‘ปธ.วุฒิสภา’ ตรวจสอบ ‘กมธ.เทคโนโลยีฯ’ ก้าวก่าย-แทรกแซงหน้าที่ ‘ปธ.กสทช.’
ชง‘วุฒิสภา’ 1 เม.ย.ถกผลศึกษาฯปมแต่งตั้ง‘เลขาธิการ กสทช.’ล่าช้า-เสนอ‘ป.ป.ช.’เปิดไต่สวนฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา