
‘ศาลปกครองกลาง’ สั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา คดี ‘สรณ’ ฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัย ‘คณะกรรมการสรรหาฯ’ ปมมีลักษณะต้องห้าม-สละสิทธิในตำแหน่ง ‘กสทช.’ ชี้ยังไม่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จึงยังไม่เป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดี
...............................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 ซึ่งเป็นคดีที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) (ผู้ฟ้องคดี) ฟ้องคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรณีคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง กสทช. อันมีลักษณะเป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ จึงมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และถือว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว
ศ.คลินิก นพ.สรณ ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว จึงนำคดีฟ้องต่อศาลปกครอง โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค.2569 ของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) เสียทั้งสิ้น โดยให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าว เสมือนไม่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น
โดยศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากศาลฯ เห็นว่าคดีนี้ คณะกรรมการสรรหา กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) ได้แต่แสดงข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) มีคำวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ (ผู้ฟ้องคดี) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ภายหลังจากที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธานกรรมการ กสทช. แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2565 เป็นต้นไป
การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ กสทช. ที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) วินิจฉัยว่า เป็นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นกรณีที่มีการบัญญัติไว้ในมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) และในวรรคสองว่า ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง
ดังนั้น ในชั้นนี้จึงยังถือไม่ได้ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ (ผู้ฟ้องคดี) ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหาย โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดี จึงยังไม่เป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีนี้ ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2552
“คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ) เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) ให้เป็นกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และได้เสนอชื่อผู้ฟ้องคดีไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 12 (สมัยสามัญประจำปีครั้งสอง) เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2564 ได้มีมติเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จำนวน 5 คน โดยผู้ฟ้องคดีได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งด้านกิจการกระจายเสียง
ต่อมา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธาน กสทช. และได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 เม.ย.2565 ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 เม.ย.2565 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธานกรรมการ กสทช. ตามที่เสนอแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2565 เป็นต้นไป ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นกรรมการตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553
ต่อมาภายหลังจากที่ผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ) ได้เข้าดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหา กสทช.)ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 15/1 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีคำวินิจฉัย ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค.2569 เรื่อง การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
โดยวินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดียังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง อันมีลักษณะเป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ จึงมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553
และถือว่าผู้ฟ้องคดีสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำลมีพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีเสียทั้งสิ้น โดยให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าว เสมือนไม่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น
กรณีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 เมื่อมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553
บัญญัติให้ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการ ซึ่งยังมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (1) (2) หรือ (3) อยู่ ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวแล้วนั้นต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด ซึ่งต้องเป็นเวลาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ในกรณีที่ไม่ได้แสดงหลักฐานภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิและให้ดำเนินการสรรหาใหม่
ผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) ได้แต่แสดงข้อเท็จจริงในคดีนี้ ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดี มีคำวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ภายหลังจากที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธานกรรมการ กสทช. แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2565 เป็นต้นไป ซึ่งการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ กสทช. ที่ผู้ถูกฟ้องคดีวินิจฉัยว่า เป็นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นกรณีที่มีการบัญญัติไว้ในมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) และในวรรคสองว่า ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง
ดังนั้น ในชั้นนี้จึงยังถือไม่ได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหาย โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดี จึงยังไม่เป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีนี้ ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2552
ศาลจึงไม่อาจรับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาได้ และไม่จำต้องพิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดี จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ” คำสั่งศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 ลงวันที่ 7 ส.ค.2569
ทั้งนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้น รับคำฟ้องในคดีนี้ไว้พิจารณาได้
อ่านประกอบ :
ถก‘บอร์ด’ล่มรอบสาม! -‘3 กสทช.’ไม่ร่วมประชุม-2 คนแจ้งลา ‘สรณ’ปัดหารือ‘นอกรอบ’ปมสละสิทธิฯ
ล่มรอบ2‘องค์ประชุม’ไม่ครบ! 4‘กสทช.’ไม่ร่วมถก‘บอร์ด’-‘สรณ’ชี้ไม่มีกม.ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
'อนุทิน' ย้ำ ทูลเกล้าฯ 'สรณ' พ้น 'ประธานกสทช.' ทำตามกฎหมาย
ยังเป็น‘ปธ.กสทช.’! ‘สรณ’จ่อฟ้องศาลฯโต้แย้งอำนาจ‘คกก.สรรหาฯ’-ถกบอร์ดล่ม‘องค์ประชุม’ไม่ครบ
สมาคมทีวีฯ’ท้วง‘กสทช.’รอบคอบประชุมบอร์ด-ถกโรดแมปทีวีดิจิทัล หลัง‘สรณ’มีลักษณะต้องห้าม
'2 กูรู'กม.ภาครัฐ ชี้เป็นอำนาจ'นายกฯ'ดำเนินการต่อ หลัง'คกก.สรรหา'ชี้'สรณ'สละสิทธิ'กสทช.'
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘คกก.สรรหา’(จบ)‘สรณ’เป็น‘ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ’ มีลักษณะต้องห้ามเป็น กสทช.
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘คกก.สรรหา’(1) มติ 4 ต่อ 1 ยันมีอำนาจชี้ขาดลักษณะต้องห้าม‘ปธ.กสทช.’
‘คกก.สรรหาฯ’ไฟเขียวคำวินิจฉัย‘ปธ.กสทช.’มีลักษณะต้องห้าม-เปิด‘หน่วยงาน-ผู้สนใจ’ขอรับสำเนา
‘นายกฯ’ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งมติ‘สรณ’มีลักษณะต้องห้ามเป็น‘กสทช.’-ยัน‘ฝืนกฎหมายไม่ได้’
‘สรณ’ยันพ้นสถานะ‘พนง.รัฐ’ก่อนรับตำแหน่ง‘ปธ.กสทช.’-ดูแล‘ผู้ป่วย’ก่อนส่งต่อ ทำตามจริยธรรมแพทย์
เป็นลูกจ้างหน่วยงานรัฐหลังรับตำแหน่ง!‘กก.สรรหาฯ’มีมติเอกฉันท์‘สรณ’มีลักษณะต้องห้ามเป็น กสทช.
‘กก.สรรหากสทช.’ เปิดรับข้อมูล คุณสมบัติ ‘นพ.สรณ’ หลังสำนักเลขาธิการนายกฯ ส่งความเห็น ‘กฤษฎีกา’
ยังอีกยาว! มติ‘บอร์ดสรรหาฯ’เสียงข้างมาก ยันมีอำนาจวินิจฉัยปม‘ประธาน กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ
‘เลขาฯวุฒิสภา’ยืนยันนัด‘บอร์ดสรรหาฯ’ประชุมฯ ถกปม‘ประธาน กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ 8 พ.ค.นี้
เรื่องเก่า-จบแล้ว! ‘ไตรรัตน์’แจงปม‘ปธ.กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ-ยก‘กฤษฎีกา’ยันสรรหาฯถูกต้อง
โชว์หนังสือ‘ป.ป.ช. ’แจ้ง‘เลขาธิการฯ’ แจง 3 ข้อเท็จจริง ปมกล่าวหา‘ปธ.กสทช.’ ส่อขาดคุณสมบัติ
ม.มหิดลเผยเอกสาร ยัน ‘นพ.สรณ’ มีคุณสมบัติเป็น ปธ.กสทช.เหตุไม่ได้รับค่าตอบแทนจากคณะแพทย์ฯ
ศาลแพ่งยกฟ้อง กก.กสทช. ถูก ‘นพ.สรณ’ เรียก 5 ล.เหตุทำให้เข้าใจเลือกเลขาฯไม่เป็นธรรม
‘กฤษฎีกา’ไม่รับตีความ ปม‘สรณ’ขาดคุณสมบัติฯนั่ง‘ประธาน กสทช.’-ชี้เป็นอำนาจ‘บอร์ดสรรหาฯ’
จี้‘นายกฯ’ปฏิบัติตามกม.! ‘กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ’ชี้‘สรณ’ส่อมีลักษณะต้องห้ามเป็น‘กสทช.’
'โรม' ถาม รบ.เวลาผ่านไป 7 เดือน ไฉนไม่สอบคุณสมบัติ ปธ.กสทช.-รมว.ดีอีโยนศาล รธน.วินิจฉัย
เผือกร้อน‘ประธานวุฒิสภา’ ชี้ขาด‘ปธ.กสทช.’ขาดคุณสมบัติ?-‘สรณ’โต้‘กมธ.’บิดเบือน-อคติ
‘สนง.วุฒิสภา’ชี้‘กมธ.ไอซีที’มีอำนาจตรวจคุณสมบัติ ‘ปธ.กสทช.’โดยชอบด้วย‘รธน.-ข้อบังคับฯ’
‘กมธ.ไอซีที’วุฒิฯ แพร่บันทึกประชุม ชี้‘นพ.สรณ’มีลักษณะต้องห้าม-ขาดคุณสมบัติเป็น‘กสทช.’
ส่ง'ปธ.ศ.อุทธรณ์'วินิจฉัยเขตอำนาจศาลฯ หลังรับฟ้องคดี‘4 กสทช.’เปลี่ยน‘รักษาการเลขาฯ’มิชอบ
‘กมธ.ไอซีที-นักกฎหมาย’ชี้‘สรณ’ขาดคุณสมบัติ‘กสทช.’-‘สภาผู้บริโภค’โชว์หนังสือรับค่าตอบแทน
‘กมธ.ไอซีที’จ่อสรุปผลสอบฯลักษณะต้องห้าม‘ปธ.กสทช.’-'สรณ'ยันคุณสมบัติถูกต้องก่อนทูลเกล้าฯ
'ครป.-สภาผู้บริโภค'ออกแถลงการณ์ เรียกร้องเปิด'หลักฐาน'คุณสมบัติต้องห้าม‘ประธานฯกสทช.’
เลขาฯโชว์คำสั่ง‘สรณ’ลาออก‘รพ.รามาฯ’มีผล 8 ม.ค.65 ตอกย้ำ‘ปธ.กสทช.’ไม่มีลักษณะต้องห้าม
เลขาฯยัน‘สรณ’ไม่มีลักษณะต้องห้าม-'ม.มหิดล’แจงเป็น‘พนง.มหาวิทยาลัย’ก่อนเป็น'ปธ.กสทช.'1 วัน
‘วุฒิสภา’มีมติส่งผลศึกษาฯปมสรรหา‘เลขาฯกสทช.’ช้า ให้‘ป.ป.ช.’-สว.เผย‘นพ.สรณ’ส่อพ้นเก้าอี้
'นพ.สรณ' ร้อง ‘ปธ.วุฒิสภา’ ตรวจสอบ ‘กมธ.เทคโนโลยีฯ’ ก้าวก่าย-แทรกแซงหน้าที่ ‘ปธ.กสทช.’
ชง‘วุฒิสภา’ 1 เม.ย.ถกผลศึกษาฯปมแต่งตั้ง‘เลขาธิการ กสทช.’ล่าช้า-เสนอ‘ป.ป.ช.’เปิดไต่สวนฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา