
‘ศาลปกครองสูงสุด’ ชี้ ‘วงษ์สยามฯ’ ประพฤติผิดสัญญาฯ ลด ‘น้ำสูญเสีย’ ไม่ได้ตามเป้า 2 งวด ‘กปภ.’ ไม่ต้องคืนค่าปรับฯ 17.8 ล้านบาท
........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.512/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อ.144/2569 ระหว่างบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างบริหารจัดการลดน้ำสูญเสีย การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสาคร-สาขาสามพราน-สาขาอ้อมน้อย-สาขานครปฐม
โดยศาลฯวินิจฉัยว่า บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำ โดยลดการสูญเสียน้ำ ตามสัญญาจ้างบริหารจัดการลดน้ำสูญเสีย การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสาคร-สาขาสามพราน-สาขาอ้อมน้อย-สาขานครปฐม ได้ตามเป้าหมายในเดือนที่ 24 และเดือนที่ 30 อันเป็นการประพฤติผิดสัญญา บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด จึงต้องชำระค่าปรับกรณีไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ตามเป้าหมายในเดือนที่ 24 คิดเป็นเงิน ค่าปรับจำนวน 4,451,200 บาท และเดือนที่ 30 คิดเป็นเงินค่าปรับจำนวน 13,353,600 บาท หรือรวม 17.8 ล้านบาท
ดังนั้น กปภ. (ผู้ถูกฟ้องคดี) จึงไม่ต้องคืนค่าปรับให้แก่ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) และการชำระค่าจ้างในแต่ละงวดให้แก่บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ล่าช้า ไม่เป็นการผิดนัดชำระหนี้ อันจะต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด
“คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดี (กปภ.) ได้ทำสัญญาจ้างผู้ฟ้องคดี (บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างฯ) บริหารจัดการลดน้ำสูญเสีย การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร-สาขาสามพราน-สาขาอ้อมน้อย ตามสัญญา เลขที่ ฝกม.6/2557 ลงวันที่ 30 เม.ย.2557 โดยสัญญาดังกล่าวกำหนดให้ผู้ฟ้องคดี มีหน้าที่ศึกษา จัดทำแผน และปฏิบัติงานด้านการออกแบบระบบควบคุมน้ำสูญเสีย DMA (District Metering Area)
การตรวจสอบน้ำสูญเสีย การสำรวจหาท่อรั่ว การซ่อมท่อ การซ่อม-เปลี่ยนมาตรผู้ใช้น้ำ การเปลี่ยนท่อ การซ่อมบำรุงระบบควบคุมน้ำสูญเสีย (DMA) และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่การให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสาคร สาขาสามพราน และสาขาอ้อมน้อย ซึ่งประกอบด้วย ระบบเส้นท่อจ่ายน้ำประปานับตั้งแต่มาตรวัดน้ำหลักของสถานีจ่ายน้ำพุทธมณฑล (SS2) และสถานีจ่ายน้ำมหาชัย (SS3)
และมาตรวัดน้ำหลักของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร สาขาสามพราน และสาขาอ้อมน้อย จนถึงมาตรวัดน้ำผู้ใช้น้ำ อุปกรณ์ประกอบ มาตรวัด DMA ประตูน้ำควบคุมแรงดันน้ำ ที่มีอยู่เดิมและเกิดขึ้นในอนาคต โดยครอบคลุมระบบท่อจ่ายน้ำประปาที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะดำเนินการขยายเขตจำหน่ายน้ำโดยการประปาส่วนภูมิภาคทั้งสามสาขาดังกล่าวในอนาคต เพื่อให้สามารถรับซื้อน้ำจากบริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) จ่ายเข้าระบบจ่ายน้ำพื้นที่ทั้งหมดนี้ให้ถือว่าอยู่ในพื้นที่ดำเนินงาน มีกำหนดระยะเวลา 36 เดือน แบ่งเป็น 6 ระยะ
โดยผู้ฟ้องคดี (บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างฯ) จะต้องบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียให้ได้ตามเป้าหมาย ครั้งที่ 1 เดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 6 (พ.ค.2557-ต.ค.2557) ครั้งที่ 2 เดือนที่ 7 ถึงเดือนที่ 12 (พ.ย.2557-เม.ย.2558) ครั้งที่ 3 เดือนที่ 13 ถึงเดือนที่ 18 (พ.ค.2558-ต.ค.2558) ครั้งที่ 4 เดือนที่ 19 ถึงเดือนที่ 24 (พ.ย.2558-เม.ย.2559) ครั้งที่ 5 เดือนที่ 25 ถึงเดือนที่ 30 (พ.ค.2559-ต.ค.2559) และครั้งที่ 6 เดือนที่ 31 ถึงเดือนที่ 36 (พ.ย.2559-เม.ย.2560)
ภายหลังจากทำสัญญาดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดี (กปภ.) และผู้ฟ้องคดี (บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างฯ) ได้ทำสัญญาแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อสัญญาดังกล่าว เป็นสัญญาจ้างบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร-สาขาสามพราน-สาขาอ้อมน้อย-สาขานครปฐม ตามสัญญาเลขที่ ฝกม.6/2559 ลงวันที่ 13 ม.ค.2559
เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดี (กปภ.) ได้มีคำสั่งการประปาส่วนภูมิภาค ที่ 1073/2557 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสามพราน ลงวันที่ 13 ส.ค.2557 แบ่งพื้นที่ให้บริการและถ่ายโอนความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสามพรานบางส่วน ไปอยู่ในความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขานครปฐม ที่จัดตั้งใหม่ตามคำสั่งการประปาส่วนภูมิภาคที่ 1074/2557 ลงวันที่ 13 ส.ค.2557
โดยการจัดตั้งการประปาส่วนภูมิภาคสาขานครปฐม ไม่ทำให้พื้นที่ดำเนินการเพิ่มมากขึ้นกว่าเติม เนื่องจากเป็นพื้นที่ดำเนินการเดิมของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสามพราน
อย่างไรก็ตาม การประปาส่วนภูมิภาคสาขานครปฐมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2557 เป็นต้นมา ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก่อนที่ผู้ฟ้องคดี (บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างฯ) จะบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียไม่ได้ตามเป้าหมายครั้งที่ 4 เดือนที่ 19 ถึงเดือนที่ 24 (พ.ย.2558-เม.ย.2559) และครั้งที่ 5 เดือนที่ 25 ถึงเดือนที่ 30 (พ.ค.2559-ต.ค.2559)
ผู้ฟ้องคดีสามารถบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียตามเป้าหมายครั้งที่ 1 เดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 6 (พ.ค.2557-ต.ค.2557) ครั้งที่ 2 เดือนที่ 7 ถึงเดือนที่ 12 (พ.ย.2557-เม.ย.2558) และครั้งที่ 3 เดือนที่ 13 ถึงเดือนที่ 18 (พ.ค.2558-ต.ค.2558) ได้ตามเป้าหมาย
กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าการทำสัญญาแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อสัญญา เป็นสัญญาจ้างบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร-สาขาสามพราน-สาขาอ้อมน้อย-สาขานครปฐม ตามสัญญาเลขที่ ฝกม.6/2559 ลงวันที่ 13 ม.ค.2559 ส่งผลให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายครั้งที่ 4 เดือนที่ 19 ถึงเดือนที่ 24 (พ.ย.2558-เม.ย.2559) และครั้งที่ 5 เดือนที่ 25 ถึงเดือนที่ 30 (พ.ค.2559-ต.ค.2559) ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาได้
นอกจากนี้ ขณะที่ผู้ฟ้องคดี (บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างฯ) ได้ทำสัญญาแก้ไขเปลี่ยนแปลงฉบับดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีมิได้โต้แย้งเกี่ยวกับการเพิ่มพื้นที่ในการดำเนินงานในสาขานครปฐม ทั้งข้อเท็จจริงก็มิได้ปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีได้โต้แย้งว่า การขยายขอบเขตของการดำเนินการในอนาคตตามสัญญาพิพาทนี้ สามารถทำได้ในกรณีขยายเส้นท่อและบริการให้แก่ประชาชนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นในขอบเขตของพื้นที่เดิมเท่านั้น ไม่ได้หมายความรวมถึง การขยายพื้นที่ในการดำเนินการตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างในคำอุทธรณ์แต่อย่างใด
กรณีจึงถือว่าผู้ฟ้องคดีได้ยินยอมที่จะปฏิบัติตามสัญญาแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อสัญญาจ้างบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร-สาขาสามพราน-สาขาอ้อมน้อย-สาขานครปฐม ตามสัญญาเลขที่ ฝกม.6/2559 ลงวันที่ 13 ม.ค.2559 แล้ว
เมื่อคณะกรรมการตรวจและรับมอบงานในการประชุมครั้งที่ 32 (13/2559) เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2559 ได้พิจารณาอัตราน้ำสูญเสียเฉลี่ยย้อนหลัง 5 เดือน ของเป้าหมายระยะที่ 4 และระยะที่ 5 ปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถดำเนินการลดอัตราน้ำสูญเสียได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ผู้ถูกฟ้องคดี จึงมีหนังสือที่ มท 55621-2/797 ลงวันที่ 7 ก.พ.2560 แจ้งผู้ฟ้องคดีว่า ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถดำเนินการลดน้ำสูญเสีย ครั้งที่ 4 เดือนที่ 19 ถึงเดือนที่ 24 (พ.ย.2558-เม.ย.2559) จึงให้ผู้ฟ้องคดีชำระค่าปรับเป็นเงิน 4,451,200 บาท ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี
และมีหนังสือที่ มท 55621-2/798 ลงวันที่ 7 ก.พ.2560 แจ้งผู้ฟ้องคดีว่า ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถดำเนินการลดน้ำสูญเสีย ครั้งที่ 5 เดือนที่ 24 ถึงเดือนที่ 30 (พ.ค.2559-ต.ค.2559) จึงให้ผู้ฟ้องคดีชำระค่าปรับเป็นเงิน 13,353,600 บาทให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี
ผู้ฟ้องคดี (บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างฯ) ได้มีหนังสือลงวันที่ 5 มี.ค.2560 ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดี (กปภ.) ทบทวนการคำนวณอัตราน้ำสูญเสียดังกล่าว และขอสงวนสิทธิไม่ชำระค่าปรับ ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ 23 ส.ค.2560 ชี้แจงข้อเท็จจริงและสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าปรับ ผู้ฟ้องคดีไม่ชำระค่าปรับให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี
ผู้ถูกฟ้องคดีจึงนำหนี้ค่าปรับในเดือนที่ 24 จำนวน 4,451,200 บาท และเดือนที่ 30 จำนวน 13,353,600 บาท หักกับค่าจ้างเดือนที่ 24 และเดือนที่ 30 และชำระค่าจ้างส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ฟ้องคดี โดยผู้ฟ้องคดี (บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างฯ) ยอมรับว่า ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ ตามเป้าหมายในเดือนที่ 24 เดือนที่ 30 และไม่ได้โต้แย้งว่า จำนวนค่าปรับที่ผู้ถูกฟ้องคดี (กปภ.) หักจากค่าจ้างเดือนที่ 24 และเดือนที่ 30 ไม่ถูกต้อง
กรณีจึงฟังเป็นยุติว่า ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ตามเป้าหมายในเดือนที่ 24 และเดือนที่ 30 อันเป็นการที่ผู้ฟ้องคดีประพฤติผิดสัญญา ผู้ฟ้องคดี จึงต้องชำระค่าปรับกรณีไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ตามเป้าหมายในเดือนที่ 24 คิดเป็นเงิน ค่าปรับจำนวน 4,451,200 บาท และเดือนที่ 30 คิดเป็นเงินค่าปรับจำนวน 13,353,600 บาท
ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีนำหนี้ค่าปรับเดือนที่ 24 และเดือนที่ 30 หักกับค่าจ้างเดือนที่ 24 และเดือนที่ 30 และชำระค่าจ้างส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ฟ้องคดี จึงเป็นการดำเนินการโดยชอบ ด้วยข้อ 8.2 ของสัญญาพิพาท ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ต้องคืนค่าปรับดังกล่าวแก่ผู้ฟ้องคดี
สำหรับกรณีที่ผู้ฟ้องคดี (บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างฯ) มีคำขอท้ายคำอุทธรณ์ให้ผู้ถูกฟ้องคดีคืนค่าปรับจำนวน 19,003,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องคดีเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระให้แก่ผู้ฟ้องคดีครบถ้วน นั้น
เห็นว่า ผู้ฟ้องคดีประสงค์ขอคืนค่าปรับในเดือนที่ 24 และเดือนที่ 30 จำนวน 17,804,800 บาท และเดือนที่ 36 ด้วยอีกจำนวน 1,198,400 บาท เนื่องจากข้อเท็จจริงหลังจากผู้ฟ้องคดีนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้น ปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้นำเงินค่าปรับเดือนที่ 36 จำนวน 1,198,400 บาท ไปหักออกจากค่าจ้างเดือนเม.ย. (งวดที่ 36) ผู้ฟ้องคดีจึงประสงค์จะขอคืนค่าปรับในเดือนที่ 36 จำนวน 1,198,400 บาท ด้วย
แต่โดยที่ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ ผู้ฟ้องคดีไม่ได้กล่าวอ้างมาในคำฟ้อง และผู้ฟ้องคดีก็มิได้ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องและคำขอท้ายคำฟ้องเพื่อเรียกร้องให้ผู้ถูกฟ้องคดีคืนค่าปรับจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด
ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีประสงค์จะให้ผู้ถูกฟ้องคดีคืนค่าปรับในเดือนที่ 36 จำนวน 1,198,400 บาท จึงเป็นคำขอที่เกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้องของผู้ฟ้องคดีในศาลปกครองชั้นต้น กรณีจึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลปกครองชั้นต้น อีกทั้งไม่ใช่ประเด็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือปัญหาเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ กรณีจึงไม่ชอบด้วยข้อ 101 วรรคสอง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543
เมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่า ผู้ฟ้องคดี (บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างฯ) ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ตามเป้าหมายในเดือนที่ 24 และเดือนที่ 30 อันเป็นการที่ผู้ฟ้องคดีประพฤติผิดสัญญา ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ต้องคืนค่าปรับให้แก่ผู้ฟ้องคดี และการชำระค่าจ้างในแต่ละงวดให้แก่ผู้ฟ้องคดีล่าช้าไม่เป็นการผิดนัดชำระหนี้อันจะต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นอื่นอีก เนื่องจากไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป
การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน” คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.512/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อ.144/2569 ระบุ
อ่านประกอบ :
‘วงษ์สยามฯ’ร้อง‘ก.ล.ต.’ตรวจสอบ‘อีสท์วอเตอร์’ส่อแพร่ข้อมูลเท็จ ปมส่งคืน‘ท่อส่งน้ำ’EEC
ผลคดีไม่กระทบบริษัทฯ! ‘อีสท์วอเตอร์’แจงส่งมอบ‘ท่อส่งน้ำ EEC’ 2 โครงการฯให้‘ธนารักษ์’แล้ว
ฉบับเต็ม! ยกฟ้องคดีเพิกถอนคำสั่งคืน‘ท่อส่งน้ำ’-‘ศาล ปค.’ชี้ทางออก‘ธนารักษ์’ทวงทรัพย์สิน
ไม่มีสิทธิฟ้อง! ‘ศาลปค.’ยกฟ้องคดี‘อีสท์วอเตอร์’ขอเพิกถอนคำสั่ง‘ธนารักษ์’คืนท่อส่งน้ำ EEC
พฤติการณ์‘อีสท์วอเตอร์’ประวิงเวลาคืน‘ท่อส่งน้ำ’ ก่อน‘ธนารักษ์’ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 127 ล.
'เพ็ชร ชินบุตร'ลาออกซีอีโอ'อีสท์วอเตอร์' เปิดทางปรับโครงสร้างองค์กร หลังเปลี่ยน'บอร์ดฯ'
'ธนารักษ์'ฟ้องศาลแพ่งให้'อีสท์วอเตอร์'คืน'ที่ราชพัสดุ-ท่อส่งน้ำEEC'-จ่ายค่าเสียหาย 127 ล.
4 กรรมการ‘อีสท์วอเตอร์’ลาออก เหตุมีภารกิจอื่น
‘อีสท์วอเตอร์’อ้างข้อสงวนสิทธิ์ ยื้อส่งคืนพื้นที่-ท่อส่งน้ำ EEC ‘ธนารักษ์’แจ้งขับไล่แล้ว
คำพิพากษาเป็นเหตุเป็นผล! ‘อีสท์วอเตอร์’ไม่อุทธรณ์ฯ คดีพิพาทประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี
พลิกคำพิพากษา‘ศาล ปค.’ ยกฟ้องคดีท่อส่งน้ำEEC ‘อีสท์วอเตอร์’อุทธรณ์สู้ปม‘ข้อเท็จจริง-กม.’
ไม่เอื้อเอกชนรายใด-เป็นปย.แก่ราชการ! ‘ศาล ปค.กลาง’ยกฟ้อง คดีพิพาทล้มประมูลท่อส่งน้ำ EEC
เปิดมติ ครม.ยกเลิก‘ผูกขาด’บริหารน้ำพื้นที่ EEC-เปิดทาง‘วงษ์สยามฯ’ซื้อน้ำดิบจาก‘กรมชลฯ’
‘ตุลาการแถลงคดี’เห็นควร‘ยกฟ้อง’ คดีพิพาทล้มประมูลท่อส่งน้ำ EEC-ศาลฯนัดตัดสิน 28 ธ.ค.นี้
‘ศาล ปค.’นัดนั่งพิจารณาครั้งแรก คดี EASTW ฟ้อง‘บอร์ดคัดเลือกฯ’ปมล้มประมูลท่อน้ำEEC ปี 64
‘เศรษฐา’ กาวใจ ‘วงษ์สยาม-อีสท์วอเตอร์’ ปมท่อส่งน้ำอีอีซี
‘ศาล ปค.สูงสุด’ สั่งไม่รับคำฟ้อง ‘อีสท์วอเตอร์’ ปมร้องเพิกถอนผลประมูลท่อส่งน้ำ EEC
'ศาลปค.'ยกคำร้อง'อีสท์วอเตอร์' ขอทุเลาบังคับฯหนังสือ‘ธนารักษ์’เรียกคืน'ท่อส่งน้ำ' EEC
'อีสท์วอเตอร์'พร้อมคืน'ท่อส่งน้ำ'ให้'ธนารักษ์'-ห่วงเจรจาทรัพย์สิน'พื้นที่ทับซ้อน'ไม่ยุติ
บอกเลิกสัญญาแล้ว! ‘ธนารักษ์’ขีดเส้น‘อีสท์วอเตอร์’คืนท่อส่งน้ำอีอีซี ภายใน 11 เม.ย.นี้
'อีสท์วอเตอร์'ฟ้อง'ศาลปกครอง' ขอเพิกถอนคำสั่ง'ธนารักษ์'ให้ส่งมอบทรัพย์สิน'ท่อส่งน้ำ EEC'
ยังไม่ฟันธง‘ผิด-ไม่ผิด’! ‘ธนารักษ์’เร่งเก็บข้อมูล‘อีสท์วอเตอร์’ลักลอบเชื่อมท่อส่งน้ำ EEC
DSI จ่อฟัน‘อีสท์วอเตอร์’ลักลอบเชื่อมท่อส่งน้ำ EEC-‘สันติ’สั่งสอบจ่าย‘ค่าเช่า’ย้อนหลัง
อนุฤทธิ์ เกิดสินธ์ชัย : เล่าเบื้องหลัง‘วงษ์สยามฯ’ชนะประมูลท่อส่งน้ำ EEC 2.5 หมื่นล้าน
'ธนารักษ์-วงษ์สยามฯ'เซ็นสัญญาท่อส่งน้ำอีอีซี 2.5 หมื่นล.-จ่อลดค่าน้ำ'ปชช.-อุตสาหกรรม'
'ศาลปค.สูงสุด' สั่ง 'ยกเลิก' คำสั่งระงับเซ็นสัญญาท่อส่งน้ำ 'อีอีซี' 2.5 หมื่นล้าน
‘อัยการ’ ยื่นคำร้อง ‘ศาลปค.’ ขอยกเลิกคำสั่งระงับเซ็นสัญญาโครงการท่อส่งน้ำ EEC

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา