คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับเต็ม คดี ‘พรหมมี พุ่มไม้’ ผู้สมัครรับเลือก สว. กลุ่ม 9 ระดับอำเภอ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ถือหุ้นสื่อ บมจ. อสมท 500 หุ้น รู้อยู่แล้วมีลักษณะต้องห้าม ถือกระทำทุจริต มิได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ตอกย้ำบรรทัดฐานคดี จ.พัทลุง ก่อนหน้า ครองเพียงหุ้นเดียวก็ไม่ได้
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ศาลฎีกาออกประกาศแจ้งคําสั่งศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายพรหมมี พุ่มไม้ ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคําพิพากษา เนื่องจาก ถือหุ้นใน บริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น อันมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกเพราะเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือ สื่อมวลชนใด ๆ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (3) ตามที่สำนักข่าวอิศรา www.isranew.org รายงานแล้ว (ข่าวเกี่ยวข้อง: รายที่ 2! ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอ จ.ศรีสะเกษ ถือหุ้น อสมท.)
ล่าสุดสำนักข่าวอิศรา นำคำพิพากษามารายงานอย่างละเอียด
@คำพิพากษาฉบับเต็ม
คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ ลต สว 13/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 56/2568 ศาลฎีกา วันที่ 23 เดือน ธันวาคม พุทธศักราช 2568 ความคดีเลือกตั้ง
ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง นายพรหมมี พุ่มไม้ ผู้คัดค้าน
เรื่อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)
@เปิดคำร้อง กกต.
ผู้ร้องยื่นคําร้องว่า สืบเนื่องมาจากมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ให้ไว้ ณ วันที่ 24 เมษายน 2567 และผู้ร้องได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 เรื่อง กําหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา กําหนด วันเลือกระดับอําเภอ วันที่ 9 มิถุนายน 2567 วันเลือกระดับจังหวัด วันที่ 16 มิถุนายน 2567 และ วันเลือกระดับประเทศ วันที่ 26 มิถุนายน 2567 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ผู้คัดค้านยื่น ใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ต่อผู้อํานวยการการเลือก ระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ต่อมาวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ผู้อํานวยการการเลือก ระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิก
วุฒิสภาระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มที่ 9 หมายเลข 5
@ ได้รับร้องเรียนถือครอง 500 หุ้น
ก่อนประกาศผลการเลือก ผู้ร้องได้รับรายงานกรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อผู้ร้องว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น โดยในวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านให้ถ้อยคํา ต่อเจ้าหน้าที่อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า ในวันที่ผู้คัดค้านยื่นใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้คัดค้านยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น โดยมิได้จําหน่ายหรือโอนหุ้นดังกล่าว กรณีจึงมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏว่า ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัคร รับเลือกเพราะเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (3) และมาตรา 74 ผู้ร้องไต่สวนแล้วได้ความว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ผู้คัดค้านยื่นใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยผู้คัดค้านยังเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น ซึ่งจากการตรวจสอบแบบแสดงรายการข้อมูล ประจําปี รายงานประจําปี 2566 ระบุข้อมูลทั่วไปของบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) ว่าประกอบธุรกิจหลักด้านกิจการสื่อสารมวลชน ซึ่งประกอบด้วยกิจการวิทยุโทรทัศน์ กิจการวิทยุกระจายเสียงหน่วยงานที่ให้บริการด้านข่าว สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่ โดยมีทุนจดทะเบียน 3,835,000,000 บาท จึงถือได้ว่าบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) ประกอบกิจการเกี่ยวกับสื่อมวลชน เมื่อในวันยื่นใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ผู้คัดค้านยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับสื่อมวลชน พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้ สิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (3) เพราะเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ อีกทั้งผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกของตนให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
@รู้อยู่แล้วถือหุ้นสื่อ กลับลงลายมือชื่อรับรองเอกสาร ไม่มีลักษณะต้องห้าม
เมื่อผู้คัดค้านลงลายมือชื่อในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 รับรองว่าตนเองเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็น สมาชิกวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยรู้อยู่แล้วว่าในวันสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตนยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนใด ๆ กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้มีลักษณะ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือก เพราะเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (3) และมาตรา 74
@โผล่รายงานตัวในวันเลือกที่อําเภอด้วย
อีกทั้งจากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงอีกว่า ในวันเลือกสมาชิก วุฒิสภาระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านได้ไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการประจําสถานที่เลือกและลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9 จึงถือว่าผู้คัดค้านกระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือกและทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือ เที่ยงธรรม อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ขอให้ศาลฎีกามีคําสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของผู้คัดค้านตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62
ผู้คัดค้านไม่ยื่นค่าคัดค้าน
@การรับฟังของศาล
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไต่สวนและตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริง รับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ผู้คัดค้านยื่นใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ต่อผู้อํานวยการการเลือกระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ตามใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ และเอกสาร ประกอบ เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 6 ถึงหน้าที่ 30 ต่อมาในวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ผู้อํานวยการ การเลือกระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็น สมาชิกวุฒิสภาระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มที่ 9 หมายเลข 5 ตามประกาศ ผู้อํานวยการเลือกระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ เรื่อง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกเป็น สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 32 ถึงหน้าที่ 33
ก่อนประกาศผลการเลือก ผู้ร้องได้รับรายงานกรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อผู้ร้องว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น ตามหนังสือ เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 66 ถึงหน้าที่ 69 ผู้ร้องได้พิจารณารายงานการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนประจําจังหวัดศรีสะเกษ ตลอดจนพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว มีความเห็นว่า ผู้คัดค้านลง ลายมือชื่อในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภารับรองว่าตนเองเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยรู้อยู่แล้วว่า ในวันสมเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตนยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) ซึ่ง ประกอบกิจการสื่อมวลชนใด ๆ กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อว่า ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิก วุฒิสภาโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกเพราะเป็นเจ้าของหรือ ผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (3) และมาตรา 74 อีกทั้ง ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการประจําสถานที่เลือกและลงคะแนนเลือก บุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9 จึงถือว่าผู้คัดค้านกระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือก อันทําให้ การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ผู้ร้องจึงยื่นคําร้องขอให้มีคําสั่งเพิกถอนสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้าน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ตามคําวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 95 ถึงหน้าที่ 97
@คำวินิจฉัยศาลฯ
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านกระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือก อันทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ตามคําร้องหรือไม่
ผู้ร้องมีนายสุวิทย์ ประทุมดี เป็นพยานเบิกความว่า พยานได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวนประจําจังหวัดศรีสะเกษ คณะที่ 1 ตามคําสั่งคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่ 1004/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 43 ถึงหน้าที่ 44 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดําเนินการสืบสวนและ ไต่สวนได้ความว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดศรีสะเกษ มีหนังสือแจ้งผู้อํานวยการการเลือกระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ถือหุ้น ในบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 68 และ หน้าที่ 69 โดยในวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านได้มาให้ถ้อยคําต่อเจ้าหน้าที่อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า ในวันที่ผู้คัดค้านยื่นใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ผู้คัดค้านยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น โดยมิได้จําหน่ายหรือโอนหุ้นดังกล่าว ต่อมาผู้อํานวยการการเลือกระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 72 ถึงหน้าที่ 74 ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดศรีสะเกษจึงสั่งให้ดําเนินการไต่สวนกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏว่าผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือก เพราะเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (3) และมาตรา 74
ผู้คัดค้านให้ถ้อยคำต่อคณกรรมการสืบสวนและไต่สวนรับว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ครอบครองหุ้นของบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้นจริง และในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านไปรายงาน ตัวต่อคณะกรรมการประจําสถานที่เลือกและลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9 ตาม บันทึกถ้อยคําผู้ถูกกล่าวหา เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 53 ถึงหน้าที่ 55
เห็นว่า ผู้ร้องมีนายสุวิทย์ ประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวน ซึ่งร่วมสอบปากคําผู้คัดค้าน เป็นพยานเบิกความยืนยันว่า ผู้คัดค้านให้ถ้อยคําต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนรับว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ถือหุ้นของ บริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันเลือกระดับอําเภอ ผู้คัดค้านได้ไปรายงานตัวและลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9 ตามบันทึกถ้อยคําผู้ถูกกล่าวหาเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 53 ถึงหน้าที่ 55 ซึ่งคํารับของผู้คัดค้านดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลผลการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดศรีสะเกษ ในส่วนของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ตามหนังสือเรื่อง ผลการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา เอกสารหมาย ร.1หน้าที่ 68 ถึงหน้าที่ 69 และประกาศผู้อํานวยการการเลือกระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ เรื่อง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกในการลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9 เอกสารหมาย ร. 1หน้าที่ 34 ถึงหน้าที่ 36 นอกจากนี้ ได้ความตามแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี รายงานประจําปี 2566 แบบ 56-1 ONE REPORT เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 62 ถึงหน้าที่ 65 ว่า บริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักด้านกิจการสื่อสารมวลชน ซึ่งประกอบด้วยกิจการวิทยุโทรทัศน์ กิจการวิทยุกระจายเสียง หน่วยงานที่ให้บริการด้านข่าว สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่
พยานหลักฐานของผู้ร้องมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า ในวันยื่นใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ผู้คัดค้านเป็นผู้ถือหุ้น จํานวน 500 หุ้น ของบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการ สื่อมวลชนใด ๆ โดยผู้คัดค้านลงลายมือชื่อในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภารับรองว่าตนเองไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และเมื่อ วันที่ 9 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันเลือกระดับอําเภอ ผู้คัดค้านได้ไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการ ประจําสถานที่เลือกและลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9
@ข้ออ้าง ถือหุ้นจริงเพียงเล็กน้อย ไม่มีอำนาจบริหาร/ไม่รู้ว่าต้องห้าม
ส่วนที่ผู้คัดค้านให้ถ้อยคําในชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนว่า ผู้คัดค้านซื้อหุ้นบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) เนื่องจากได้รับการเชิญชวนจากเพื่อน ช่วงระยะเวลาประมาณ 30 ปี มานี้ ผู้คัดค้านไม่ได้รับการติดต่อจาก บริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) ไม่ได้รับเงินปันผลหรือกําไรใด ๆ ผู้คัดค้านไม่มีอํานาจในการจัดการ บริหารหรือชี้นําบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) ผู้คัดค้านเข้าใจว่าการถือหุ้นเพียงเล็กน้อยน่าจะไม่มีผลต่อการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา และเข้าใจว่าผู้คัดค้านขาดจากการเป็นผู้ถือหุ้นแล้ว ตามบันทึกถ้อยคําของผู้ถูกกล่าวหา เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 53 และหน้าที่ 54 อันเป็นการกล่าวอ้าง ทํานองว่าผู้คัดค้านไม่รู้ว่าตนมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา นั้น
@ เพียงหุ้นเดียวก็ไม่ได้
เห็นว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 บัญญัติว่า “ผู้สมัครต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (1) ... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ” จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าจะต้องถือหุ้นจํานวนเท่าใด ทั้งมิได้ระบุว่าจะต้องมีอํานาจบริหารงานหรือครอบงํากิจการหรือไม่ ฉะนั้น การถือหุ้นเพียงหุ้นเดียวย่อมเป็นการถือหุ้นตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว
ประกอบกับคดีนี้ ผู้คัดค้านไม่ได้ยื่นคําคัดค้านและไม่นําพยานหลักฐานใดมาไต่สวนเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างที่เคยให้ถ้อยคําไว้ในชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน จึงไม่อาจรับฟังได้ตามข้อกล่าวอ้างดังกล่าวของ ผู้คัดค้าน
@ เบื้องหลัง มีคนส่งไลน์ร้อง กกต/เรียกตัวสอบถาม เจ้าตัวยอมรับ
นอกจากนี้ ตามบันทึกถ้อยคําพยาน เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 56 ถึงหน้าที่ 58 ได้ความว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 18 นาฬิกา นายธนัชกฤศ บุดดีเสาร์ ผู้อํานวยการ การเลือกระดับอําเภอ อําเภอพยุห์ ได้รับข้อมูลทางแอปพลิเคชันไลน์แจ้งว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ถือหุ้น บริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น ซึ่งเป็นระยะเวลากระชั้นชิดก่อนวันลงคะแนนเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอําเภอเพียงหนึ่งวัน จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประสานขอข้อมูลจากผู้คัดค้าน และเชิญผู้คัดค้านมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ต่อมาวันที่ 8 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมรับว่าเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น จริง โดยถือหุ้นมาเป็นเวลานาน กว่า 30 ปี ทําให้น่าเชื่อว่า ก่อนที่ผู้คัดค้านรายงานตัวต่อคณะกรรมการประจําสถานที่เลือกและ
ลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านทราบอยู่แล้ว ว่าตนเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน) จํานวน 500 หุ้น อันทําให้ผู้คัดค้านเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกเพราะเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (3) พยานหลักฐานที่ไต่สวนมารับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านลงลายมือชื่อในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภารับรองว่าตนเองไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการประจําสถานที่เลือกและลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันเลือกระดับอําเภอ โดยผู้คัดค้านรู้ว่าตนมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (3) การที่ผู้คัดค้าน รู้อยู่แล้วว่าตนมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่ผู้คัดค้านกลับลงลายมือชื่อในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภารับรองว่าตนเองไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาและไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการประจําสถานที่เลือกและ ลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันเลือกระดับอําเภอ ย่อมทําให้ผู้คัดค้านได้รับประโยชน์โดยเข้ามาเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา และมีสิทธิลงคะแนนเลือกสมาชิกวุฒิสภา ทั้งที่ตนไม่มีสิทธิเช่นนั้น กรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการกระทําของผู้คัดค้านเป็นการทุจริตในการเลือก อันทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62
พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายพรหมมี พุ่มไม้ ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคําพิพากษา


@คดีผู้สมัครฯ จ.พัทลุง ก่อนหน้า ตอกย้ำถือหุ้นเดียวก็ไม่ได้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางวลัย วุฒิโยธิน ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา เนื่องจาก ผู้คัดค้านยื่นใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 9 ต่อผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง และได้รับเลือกในระดับอำเภอและระดับจังหวัด เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,000 หุ้น ในวันที่ยื่นใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา เข้าลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย (ข่าวเกี่ยวข้อง: ศาลฎีกาฯพิพากษาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับ จ.พัทลุง ถือหุ้นสื่อ อสมท)
คำพิพากษาในคดีนี้จึงเป็นการตอกย้ำบรรทัดฐาน การบังคับใช้กฎหมาย ข้อห้ามถือหุ้นสื่อแม้ถือครองเพียงหุ้นเดียวก็ตาม
ข่าวคดีรายอื่นก่อนหน้า ข่าวคดีรายอื่นก่อนหน้า:
ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ‘ธานนท์’ ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอสิชล ต้องคดีค้ายา (1)
ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.ศรีสะเกษ มีประวัติยักยอกทรัพย์ (2)
ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ10 ปีผู้ได้รับเลือก สว.อำเภอ จ.สระแก้ว มีประวัติทุจริตเลือกตั้ง (3)
ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.นราธิวาส มีประวัติลักทรัพย์ (4)
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.มหาสารคาม มีประวัติเจ้ามือเล่นพนัน(5)
ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.ยะลา เคยเป็นผู้บริหารท้องถิ่น(6)
ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.สมุทรสาคร ถือหุ้นบมจ.อาร์เอส (7)
ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ ในจ.อ่างทอง ต้องคดีค้ายาเสพติด (8)
ศาลเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ ในจ.ตราด ถูกจำคุกคดีเจ้ามือไพ่รัมมี่ (9)
ศาลเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.นนทบุรี เคยจำคุกคดีหมิ่นประมาท (10)
ศาลฎีกาฯพิพากษาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับ จ.พัทลุง ถือหุ้นสื่อ อสมท (11)
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ กําแพงเพชร มีประวัติเรียกรับทรัพย์สิน (12)
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.เพชรบุรี ลงสมัครคราวเดียว‘ลูกสาว’ (13)
ศาลเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.เพชรบุรี ลงสมัครคราวเดียว‘สามี’ (14)
รายที่ 2! เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.เพชรบุรี สมัครคราวเดียว‘สามี’ (15)
ศาลเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปีผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับอ.เมืองเพชรบูรณ์ สมัครคราวเดียวเมีย (16)
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปีผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ถือหุ้น บมจ.อาร์เอส
หุ้นเดียวก็ไม่ได้! ฉบับเต็ม ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอ.เมืองสมุทรสงคราม ถือหุ้น‘อาร์เอส’ (17)
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับ จ.อ่างทอง พ้นที่ปรึกษานายกอบจ.ไม่ถึง 5 ปี
ฉบับเต็มคดี‘คอดียะฮ์’ผู้สมัคร สว.! ไขปม ‘ที่ปรึกษานายก อบจ.’ เป็นผู้บริหารท้องถิ่น (18)
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับ อ.สามชุก พ้นรองนายกเทศฯไม่ถึง 5 ปี (19)
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับ อ.บ้านแหลม พ้นรองนายกเทศฯไม่ถึง 5 ปี (20)
คำพิพากษาฉบับเต็ม! เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี 2 ผู้สมัคร จ.ชลบุรี จับคู่ฮั้วลงคะแนนเลือก สว. (21)
เพิกถอน 10 ปี ผู้สมัคร สว.ระดับ จ.สระบุรี โทร.ขอให้ถอนตัว/‘คุณนายจะเอาอะไรก็บอก’ (22)
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี! ผู้สมัคร สว.ระดับ จ.อุบลฯ โทร.เสนอเงิน“ป๋าเลือกผม..เลากะให้ค่ารถห้าหมื่น” (23)
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอ เขตหลักสี่ กรอกข้อมูลเท็จเป็นผู้สูงวัย 60 ปี (24)
เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ผู้สมัคร สว.ระดับจังหวัด นครราชสีมา ส่งไลน์ขอแลกคะแนน (25)
รายที่ 2! ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอ จ.ศรีสะเกษ ถือหุ้น อสมท. (26)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา