
‘ศาลปกครองกลาง’ ยกฟ้องคดี ‘กสทช.’ ปมมีมติเสียงข้างมาก ไม่แต่งตั้ง ‘ไตรรัตน์’ นั่งเก้าอี้ ‘เลขาธิการ กสทช.’ ชี้มติมีเหตุผล-ฟังไม่ได้ว่ากระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย-ไม่เป็นการกระทำละเมิดฯ
...........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 1463/2567 หมายเลขแดงที่ 293/2569 ระหว่างนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.) ผู้ฟ้องคดี กับประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2
เป็นคดีเกี่ยวกับการฟ้องขอให้เพิกถอนมติและคำสั่งที่ไม่แต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีหมายเลขดำที่ 1722/2568 หมายเลขแดงที่ 294/2569 ระหว่าง นายไตรรัตน์ ผู้ฟ้องคดี กับประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดอันเกิดจากมติดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญว่า
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในการประชุมผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กสทช.) ครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2566 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (ประธาน กสทช.) ได้อนุมัติให้บรรจุระเบียบวาระการประชุมที่ 4.1 ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้พิจารณาเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติอื่นของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาระเบียบวาระที่ 4.1 ดังกล่าวออกไป
โดยให้สำนักงาน กสทช. รับข้อคิดเห็นของที่ประชุมไปปรับปรุงแก้ไขการกำหนดคุณสมบัติอื่นของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. พร้อมทั้งให้นำเสนอหลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. มาในคราวเดียวกันในการประชุมครั้งต่อไป โดยให้ชะลอการคัดเลือกผู้บริหารของสำนักงาน กสทช. จนกว่ากระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. และโครงสร้างของสำนักงาน กสทช. ที่จัดทำขึ้นใหม่จะแล้วเสร็จ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงย่อมผูกพันกับมติในการประชุมผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ดังกล่าวตราบเท่าที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข
เมื่อไม่ปรากฏว่า สำนักงาน กสทช. ได้เสนอหลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 พิจารณา แต่ได้เสนอเรื่องการปรับปรุงแก้ไขการกำหนดคุณสมบัติอื่นของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. มาในการประชุม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กสทช.) ครั้งที่ 4/2566 เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2566 ในระเบียบวาระที่ 4.1 ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีมติให้ถอนระเบียบวาระที่ 4.1 ดังกล่าว
โดยให้นำไปบรรจุในวาระการประชุมผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 นัดพิเศษต่อไป และให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการให้เป็นไปตามมติผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2566 ระเบียบวาระที่ 4.1 ครั้งที่ 7/2566
เมื่อต่อมาในการประชุมผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กสทช.) นัดพิเศษ ครั้งที่ 5/2566 เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2566 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยเสียงข้างมาก มีมติไม่รับทราบตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้เสนอระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะใช้อำนาจตามมาตรา 61 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 คัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช.
โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (ประธาน กสทช.) ได้ดำเนินการสรรหาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. และได้เสนอชื่อผู้ฟ้องคดี (นายไตรรัตน์) ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ให้ความเห็นชอบในการประชุม นัดพิเศษ ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2567 อันเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับมติผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ในการประชุม ครั้งที่ 3/2566 และการประชุม นัดพิเศษ ครั้งที่ 5/2566
ประกอบกับในการดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงาน กสทช. โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ปรากฏว่ามีการร้องเรียน โต้แย้งคัดค้าน รวมทั้งมีการฟ้องคดีต่อศาลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1
การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เสียงข้างมาก มีมติไม่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เสนอ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับกระบวนการสรรหา จึงเป็นการมีมติที่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอและยังรับฟังไม่ได้ว่า มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ไม่แต่งตั้งให้ผู้ฟ้องคดี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี
พิพากษายกฟ้อง
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนรายละเอียดคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1463/2567 และคดีหมายเลขดำที่ 1722/2568 ซึ่งเป็นคดีนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ฟ้องให้เพิกถอนมติ กสทช. ที่เสียงส่วนใหญ่ 4 คน ที่ลงมติไม่เห็นชอบการแต่งตั้งนายไตรรัตน์เป็นเลขาธิการ กสทช. และฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรณีดังกล่าว นั้น
ศาลปกครองกลาง พิพากษายกฟ้องในคดีนี้ โดยศาลฯให้เหตุผลว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เคยนำเรื่องการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ กสทช. เข้าเป็นวาระพิจารณาในที่ประชุมบอร์ด กสทช. แล้ว และที่ประชุมฯ มีมติให้สำนักงาน กสทช. รับข้อคิดเห็นของที่ประชุมไปปรับปรุงแก้ไขการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช.
พร้อมทั้งให้นำเสนอหลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. มาในคราวเดียวกันในการประชุมครั้งต่อไป โดยให้ชะลอการคัดเลือกผู้บริหารของสำนักงาน กสทช. จนกว่ากระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. และโครงสร้างของสำนักงาน กสทช.ที่จัดทำขึ้นใหม่จะแล้วเสร็จ แต่ในขณะที่ยังไม่มีการดำเนินการตามมติดังกล่าว ประธาน กสทช. กลับนำวาระการแต่งตั้งเลขา กสทช. กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมทั้งเสนอชื่อนายไตรรัตน์ให้ลงมติเห็นชอบ
นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีผู้สมัครโต้แย้งคัดค้านผลการคัดเลือกเลขาธิการ กสทช. และขอทราบหลักเกณฑ์ในการพิจารณาของประธาน กสทช. และมีการฟ้องร้องเป็นคดี จึงรับฟังได้ว่าการที่บอร์ด กสทช. เสียงข้างมากมีมติไม่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ตามที่ประธาน กสทช. เสนอ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับกระบวนการสรรหาที่ประธานจัดการเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการส่วนใหญ่ จึงเป็นมติที่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอจึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังนั้น จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีคือนายไตรรัตน์ และศาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องพิจารณาในประเด็นที่บอร์ด กสทช. ไม่รับพิจารณาคำอุทธรณ์ของนายไตรรัตน์ เนื่องจากศาลได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดีแล้วว่า มติของบอร์ด กสทช. ที่ไม่แต่งตั้งนายไตรรัตน์ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. นั้น มิใช่การกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง
สำหรับกรณีนี้ นายไตรรัตน์ ยื่นฟ้อง กสทช. ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนมติ กสทช. นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2567 ซึ่งมติที่ประชุมเสียงข้างมากไม่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคล (นายไตรรัตน์) ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ตามที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ประธาน กสทช. เสนอ และขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมในการประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2567 ซึ่งมติเสียงข้างมากไม่รับคำอุทธรณ์ของนายไตรรัตน์สำหรับมติไม่เห็นชอบการแต่งตั้งดังกล่าว
นอกจากนี้ นายไตรรัตน์ ยังระบุว่า กสทช. เสียงข้างมาก 4 คน ไม่มีสิทธิร่วมพิจารณาในกรณีการที่ประธาน กสทช.เสนอให้แต่งตั้งตนเป็นเลขาธิการ กสทช. เนื่องจากถือเป็นคู่กรณี จากการที่นายไตรรัตน์ได้เคยยื่นฟ้อง 4 กสทช. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ปัจจุบันศาลยกฟ้องในคดีดังกล่าวแล้ว) จึงขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้มติ กสทช. ซึ่งมีกรรมการ 3 คน (ที่ไม่ใช่กรรมการเสียงข้างมากที่ถูกฟ้อง) ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งนายไตรรัตน์เป็นเลขาธิการ กสทช. นับเป็นมติเห็นชอบ นั้น
ในประเด็นดังกล่าว ศาลพิจารณาเห็นว่ากรณีที่นายไตรรัตน์ ฟ้องว่า กสทช.เสียงข้างมาก ที่มีมติไม่เห็นชอบตนนั้น ขัดต่อ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ถือว่าเป็น “คู่กรณี” ไม่สามารถพิจารณาออกเสียงได้เพราะ กสทช. ทั้ง 4 คน เคยมีมติสั่งปลดนายไตรรัตน์จากตำแหน่งรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. และให้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยจากกรณีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2020 ไม่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสำนักงาน กสทช. กับ กกท.
โดยประเด็นนี้ ศาลเห็นว่า “คู่กรณี” ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 นั้น ไม่ได้มีความหมายทั่วไปที่หมายถึง คู่กรณีที่มีข้อพิพาทกัน แต่หมายถึง “ผู้ยื่นคำขอ ผู้คัดค้านคำขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง” กสทช.ทั้ง 4 คน ที่ถูกไตรรัตน์ฟ้อง จึงไม่ใช่คู่กรณีตามมาตรา 13 (1) และในการประชุม กสทช. จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม
หาก กสทช. 4 คนที่ถูกคัดค้าน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ย่อมเป็นกรณีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่อื่นปฏิบัติหน้าที่แทนได้ ดังนั้น กสทช. ทั้ง 4 คนที่ถูกคัดค้าน จึงสามารถปฏิบัติหน้าที่และมีมติในการประชุมได้ อีกทั้งยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กสทช.ทั้ง 4 คน มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ฟ้องคดีมาก่อน จึงไม่ถือว่ามีเหตุซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาไม่เป็นกลางตามที่นายไตรรัตน์ฟ้อง
อนึ่ง ในอีกคดีหนึ่งที่โอนมาจากศาลแพ่ง นายไตรรัตน์ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องมาจากมติ กสทช. ทั้ง 2 ครั้ง ในส่วนของเงินเดือนและค่าตอบแทนประจำตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. จำนวนกว่าหกล้านบาทบวกกับให้ กสทช. 4 คนชดใช้ค่าเสียหายส่วนตัวอีกคนละ 10 ล้านบาทเนื่องจากทำให้ตนไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในฐานะเลขาธิการ กสทช. ซึ่งทางผู้ฟ้องคดีประเมินมูลค่าไว้ประมาณนั้น
สำหรับกรณีดังกล่าว กรรมการ กสทช. เสียงข้างมาก 4 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และรศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ไม่เห็นชอบการแต่งตั้งนายไตรรัตน์ เนื่องจากเห็นว่ากระบวนการคัดเลือกเลขาธิการ กสทช. ไม่เป็นไปตามมติ กสทช. นั่นคือ ศ.คลิกนิก นพ.สรณ ได้คัดเลือกผู้สมัครเพียงลำพังแล้ว จึงมาขอความเห็นชอบจากที่ประชุม กสทช. แทนที่กรรมการทั้ง 7 คนจะร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกตั้งแต่แรก
แม้ว่านายไตรรัตน์จะไม่ได้ยื่นฟ้อง ศ.คลินิก นพ.สรณ ด้วย แต่ศาลปกครองกลางเห็นว่าประธาน กสทช. เป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. โดยความเห็นชอบของ กสทช. ตาม พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ จึงมีคำสั่งเรียกประธาน กสทช. เข้ามาเป็นคู่กรณีด้วยการร้องสอด โดยกำหนดให้เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ กสทช. เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2
สำหรับคำพิพากษาของศาลปกครองกลางในวันนี้ (18 ก.พ.) เป็นไปในแนวทางเดียวกับตุลาการผู้แถลงคดี ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 ตุลาการผู้แถลงคดี มีความเห็นยกฟ้องเช่นเดียวกัน
อ่านประกอบ :
- ‘ไตรรัตน์’นั่งรักษาการฯ 5 ปีแล้ว! ‘ธนพันธุ์’ทวง‘ปธ.กสทช.’บรรจุวาระสรรหา‘เลขาธิการ’คนใหม่
- ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘ศาลปค.’ชี้‘ปธ.กสทช.’ประกาศสรรหา‘เลขาธิการ’ขัด‘กม.-หลักธรรมภิบาล’
- ออก'ประกาศรับสมัครฯ'ไม่ชอบ! 'ศาลปค.'เพิกถอนคำสั่ง'ประธาน กสทช.'แจ้งผลคัดเลือก'เลขาธิการ'
- ฉบับเต็ม! ยกฟ้อง‘4 กสทช.’ คดีลงมติเสียงข้างมากไม่เห็นชอบ‘ไตรรัตน์’นั่งเก้าอี้‘เลขาธิการ’
- ‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ยกฟ้อง‘4 กสทช.’ ลงมติไม่เห็นชอบ‘ไตรรัตน์’นั่งเก้าอี้‘เลขาธิการ’คนใหม่
- จับตา'บอร์ด กสทช.'ตั้ง'รักษาการเลขาฯ'-ถกปม'ไตรรัตน์'เซ็นต่ออายุปฏิบัติงาน'สุทธิศักดิ์'
- 'ตุลาการผู้แถลงคดี'ชี้'สรณ'ละเลยหน้าที่ เมิน'มติ กสทช.'เปลี่ยน‘รักษาการเลขาฯ’-สอบวินัย
- ความเห็นแย้งคดีฟ้อง‘4 กสทช.'! 'ผู้พิพากษา'ชี้พฤติการณ์‘ไม่โปร่งใส’มุ่งปลด‘รักษาการเลขาฯ’
- ฉบับเต็ม! ยกฟ้อง‘4 กสทช.’ ตั้งกก.สอบ‘ไตรรัตน์’-เปลี่ยน‘รักษาการเลขาฯ’ชอบด้วยกม.-ไม่เร่งรัด
- สรุปคำพิพากษา! ยกฟ้อง 4 กสทช.คดี ‘ไตรรัตน์’ เสียงแตก1:1 ยกประโยชน์ให้จำเลย
- ยกฟ้อง! 4 กสทช. คดี ‘ไตรรัตน์’ กล่าวหาลงมติปลดพ้นเก้าอี้มิชอบ-พ.1 ราย เห็นแย้งว่าผิด
- ‘ศาลคดีทุจริตฯ’นัดชี้ชะตาคดี‘ไตรรัตน์’ฟ้อง‘4 กสทช.’เด้งพ้น‘รักษาการเลขาฯ’มิชอบ 8 เม.ย.
- 'พิรงรอง เอฟเฟกต์': สะท้อนปัญหาวงการสื่อ: เสรีภาพ ทุนผูกขาด และอนาคต กสทช.
- สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ : อะไรคือผลกระทบระยะยาว จากคดีพิรงรอง ?
- ชำแหละคดี 'ทรูไอดี' ฟ้อง กสทช. 'พิรงรอง' โทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา เหมาะสมหรือไม่?
- พิรงรอง รามสูต: ทีวีไทยต้องไปต่อ ทำหน้าที่เป็นกลาง เชื่อถือได้-เชื่อมโยงสังคม
- วิเคราะห์คำพิพากษาคดี ‘พิรงรอง’ ใช้เหตุผล-ตรรกะขัดแย้งกันเอง?
- ‘สำนักงาน กสทช.’แถลงการณ์ปกป้องสิทธิฯ‘พนง.’ถูกอ้าง‘ชื่อ-รูปถ่าย’โดยมิชอบ โยงคดี‘พิรงรอง’
- ‘ภาคปชช.’ชี้คดี‘พิรงรอง’สะเทือนกระบวนการ‘ยุติธรรม’-จับตา‘กสทช.’ส่อถูก‘กลุ่มทุน’แทรกแซง
- 'พิรงรอง Effect' : กฎหมาย กสทช.ล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์-ไร้อำนาจคุม OTT
- วารสารฯ มธ.-นิเทศฯ ม.อ.ปัตตานี แถลงการณ์ ‘พิรงรอง’ การพิทักษ์ผลประโยชน์สาธารณะคือสิ่งสำคัญ
- วงเสวนานิเทศจุฬาฯชี้ 'พิรงรอง Effect' กระทบการกำกับดูแลในอนาคต เหตุ จนท.เสี่ยงถูกฟ้อง
- นิเทศจุฬาฯ โชว์จุดยืนสนับสนุน 'พิรงรอง' จัดเสวนาด่วน Effect ทิศทางคุ้มครองผู้บริโภคสื่อ
- เปิดใจ พิรงรอง ก่อนโดนคุก 2 ปี
- ฉบับเต็ม! คำพิพากษาคุก 2 ปี ‘พิรงรอง’ อ้าง 'ตลบหลัง-ล้มยักษ์' พูดหลังประชุมแค่เปรียบเปรย
- ‘ศาลคดีทุจริตฯ’นัดฟังคำพิพากษาคดี‘ทรู ดิจิทัลฯ’ฟ้อง‘กก.กสทช.’ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ 6 ก.พ.
- ‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ยกคำร้อง‘ทรู ดิจิทัล’ ขอสั่ง‘พิรงรอง’หยุดปฏิบัติหน้าที่‘กสทช.’
- อาจเข้าข่ายฟ้องปิดปาก! ‘สภาผู้บริโภค’ออกแถลงการณ์จี้‘ทรู ดิจิทัล’ถอนฟ้อง‘กรรมการ กสทช.’
- ‘ไตรรัตน์’ฟ้อง'4 กสทช.-พวก’ ปมสอบค่าซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก-เปลี่ยน‘รักษาการเลขาธิการฯ’มิชอบ
- เปิดสรรหาฯใหม่! บอร์ดมีมติ 4 ต่อ 3 ไม่เห็นชอบตั้ง‘ไตรรัตน์’นั่งเก้าอี้‘เลขาธิการ กสทช.’
- จับตาถกบอร์ด กสทช.เคาะชื่อ‘เลขาธิการฯ’คนใหม่ ส่อวุ่น-พบชงหนังสือ‘ไตรรัตน์’ค้าน 4 กก.โหวต
- บรรจุเป็นวาระพิเศษ! ‘ประธาน กสทช.’นัด‘กรรมการ’ถกแต่งตั้ง‘เลขาธิการฯ’คนใหม่ 17 ม.ค.นี้
- ไม่ได้ขัดแย้งส่วนตัว! 4 กสทช. แถลงร่วมยก 6 พฤติกรรม‘ปธ.’ทำภารกิจบอร์ดฯติดขัด-งานไม่เดิน
- ได้ข้อมูล‘ทรู’ฝ่ายเดียว! ‘บอร์ด กสทช.’ยังไม่สรุปค่าบริการมือถือลด 12% หลังควบ TRUE-DTAC
- ‘ภูมิศิษฐ์’ร้อง‘ปธ.วุฒิ’ตรวจสอบคุณสมบัติ‘ประธาน กสทช.’-‘โฆษกฯ’ชี้แจงไม่มีลักษณะต้องห้าม
- ศาลฯรับไต่สวนมูลฟ้อง คดี‘ไตรรัตน์’ฟ้อง‘4 กสทช.-พวก’ ปมตั้งกก.สอบ-เปลี่ยนตัวรักษาการเลขาฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา