การใช้สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอเรื่องราวที่อาจก่อความขัดแย้งบานปลายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
การลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หลังจากรับตำแหน่งผู้นำประเทศสมัยที่ 2 ดูเหมือนจะตอบโจทย์เพียง 1 เรื่องจากอย่างน้อย 5 เรื่องที่สังคมคาดหวัง
มีข้อมูลเชิงลึกจากทีมที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดี และสอบปากคำพยาน ตลอดจนรับรู้ถึงคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ ว่ามีการรับสารภาพบางส่วน และบางรายก็ซัดทอดกันเอง
การแถลงข่าวครั้งแรกของแม่ทัพภาคที่ 4 “พลโท นรธิป โพยนอก” เจ้าของฉายา “แม่ทัพข้าวนอกนา” ในคดียิงถล่ม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ต้องถือว่าเรียกเสียงฮือฮา เสียงวิจารณ์ รวมถึง “เรียกทัวร์” ไปลงไม่น้อยทีเดียว
ประเด็นที่วิจารณ์กันหนักที่สุดจากเหตุการณ์ยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ คือ มีการใช้ “รถหลวง” ในราชการ กอ.รมน.นราธิวาส เป็นพาหนะของคนร้าย ทั้งก่อเหตุ และหลบหนี
ตำรวจชุดคลี่คลายคดี และผู้แทน กอ.รมน. นัดแถลงรายละเอียดและความคืบหน้าคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ ในช่วงบ่ายวันนี้ (6 เม.ย.) จากการยืนยันของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ช่วงนี้ไม่ได้มีแต่ความรุนแรงเท่านั้น แต่ยังมีการปะทะกันทางความคิดและอารมณ์ความรู้สึกของพี่น้องประชาชน กับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ด้วย
คดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ มีความคืบหน้าไปมาก
ยังคงมีคำถามและข้อสังเกตมากมาย แม้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ออกมาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชาวบ้าน ต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ออกมาร้องเรียนพร้อมแชร์คลิปหลักฐานว่า มีเจ้าหน้าที่ไม่ทราบหน่วย ใช้เฮลิคอปเตอร์บินต่ำบริเวณเขาตะเว ใกล้หมู่บ้าน ในช่วงกลางดึก และมีเสียงคล้ายปืนและระเบิดตามมา
หลังจาก นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ได้คอนเฟิร์มการแต่งตั้ง “อาจารย์วันนอร์” วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็มีกระแสการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพรรคประชาชาติตามมาทันที